ศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม

ศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง และวิธีการดูแลตัวเอง

หลาย ๆ คน ไม่ว่าจะหญิงหรือชายกำลังเผชิญปัญหาไขมันสะสมบริเวณแก้มมากเกินไป ส่งผลให้หน้าดูกลม อูม อวบ ไม่เข้ารูป ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นเรื่องเล็กสำหรับใครหลาย ๆ คน ที่นิยมทำศัลยกรรม เช่นเดียวกับปัญหาไขมันกระพุ้งแก้ม ที่สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ด้วยการทำศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสารเพื่อสลายไขมัน ฉีดโบท็อกซ์ ทำเลเซอร์ แต่การรักษาที่เห็นผลที่สุดคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เพราะทำให้หน้าตอบแบบถาวร ไขมันที่ผ่าตัดออกไปจะไม่ส่งผลต่อการอ้วนขึ้นหรือผอมลงด้วย การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal) เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้า ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง การผ่าตัด ไขมันกระพุ้งแก้ม หรือ Buccal fat pad ซึ่งเป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ไม่เหมือนกับไขมันที่ โหนกแก้ม ซึ่งจะอยู่ตื้นใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งไขมันกระพุ้งแก้มนี้มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาแก้มป่องนั้นเอง และวิธีที่จะกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร ก็คือการทำผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ใครที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม

ผู้ที่มีปัญหาแก้มป่อง ซึ่งแม้ว่าน้ำหนักตัวจะลดลงแต่แก้มยังคงป่องอยู่เหมือนเดิม การผ่าตัดไขมันมันกระพุ้งแก้ม เมื่อทำแล้วแก้มที่ป่องออกมาจะเข้ารูปอย่างถาวรแต่ทั้งนี้ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดต้องเข้ารับตรวจจากแพทย์ก่อนว่า ไขมันกระพุ้งแก้มของคุณนั้นเกิดจากสาเหตุใด เช่นพันธุกรรม หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณ และต้องพิจารณาดูว่าอายุของผู้ทำด้วย เพราะความเป็นจริงไขมันที่แก้มจะลดลงตามอายุ ดังนั้นเมื่อได้รับการผ่าตัดไปแล้ว ในภายหลังมีรูปหน้าที่ปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติเพราะไขมันใต้ผิวหนังที่แก้มลดลงตามธรรมชาติ บวกกับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมาอาจจะประสบกับปัญหาแก้มตอบได้ เพราะฉะนั้นคนไข้ที่เหมาะกับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มคือ ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรม

ศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม มีความเสี่ยงอย่างไร

ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมีความเสี่ยง ก็คือ อาจจะกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย ความเสี่ยงในการเลือดออก และช้ำ หลังการผ่าตัด ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงนี้กับคุณต้องกระทำการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากสภาวิชาชีพของแพทย์หรือ “แพทยสภา” ซึ่งแพทย์ที่ทำการรักษาหรือทำการศัลยกรรมทุกคนต้องผ่านกระบวนการ การประเมินความรู้ การประเมินทางด้านทักษะและทางด้านหัตถการทางคลินิกก่อนที่ทางสภาวิชาชีพของแพทย์จะทำการออกใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้กับแพทย์ หากท่านได้รับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องไม้เครื่องมือสะอาด มีระบบความปลอดภัย และการฆ่าเชื้ออย่างดี มีทีมแพทย์ที่พร้อมและดูแลตัวเอง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนแทบจะไม่มี

​ขั้นตอนการผ่าตัด​ไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง จากนั้นจะทำการผ่าตัดนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และเย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  • หลังจากการได้รับการผ่าตัด ในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ จะมีอาการบวมเหมือนกับการผ่าฟันคุดมา คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังจากนั้นแก้มจะค่อยๆเข้าที่ จะเริ่มเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงใน 1 เดือนและเห็นผลได้อย่างชัดเจนในช่วง 2-4 เดือน

ข้อดีของศัลยกรรมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ให้ผลลัพธ์ชัดเจน
  • ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการดูดไขมันลดแก้ม
  • เป็นทางออกสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มป่องจากพันธุกรรม หรือจากการสะสมของไขมันที่เกิดจากกินอาหารที่มีไขมันมาก พวกแป้งและน้ำตาล
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่เป็นแผลภายนอก หายเร็ว

วิธีการดูแลตนเองภายหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • รับประทานอาหารได้ตามปกติแต่ควรเป็นอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก หรือ ข้าวต้ม หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารเผ็ด อาหารร้อนอาหารแข็ง หรือจำพวกที่ต้องใช้การเคี้ยวอย่างละเอียดเพราะจะทำให้แผลในกระพุ้งแก้มปริได้ งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ งดทานวิตามินอาหารเสริม หลังการผ่าตัด ประมาณ 1 สัปดาห์
  • ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัด
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนครบ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อด้วย
ตัดไขมันกระพุ้งแก้มดีไหม

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มดีไหม มีขั้นตอนการผ่าตัด อย่างไรบ้าง

ไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นก้อนไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ทุกคนจะมีก้อนไขมันตรงแก้ม แต่จะมีมากน้อยแตกต่างกัน ก็ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน บางคนมีแก้มเยอะแต่ตัวไม่ได้อ้วน  ไขมันตรงนี้ไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่ถ้ามีมากไปก็จะทำให้เกิดความไม่มั่นใจ เพราะดูไม่สมส่วนและไม่สวยงาม จึงทำให้ต้องมีการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งเพื่อแก้มเพื่อแก้ไขปัญหานี้ สามารถทำได้กับผู้ที่มีปัญหาแก้มป่องและคนที่ต้องการปรับใบหน้าให้โหนกแก้มเห็นชัดเจนมากขึ้น ถ้าจะถามว่า ตัดไขมันกระพุ้งแก้มดีไหม ก็ต้องบอกไว้เลยว่าดีอย่างแน่นอน สำหรับคนที่มีแก้มเยอะ เพราะมันจะช่วยให้ใบหน้าคุณเรียวเล็ก

ขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มนับเป็นการผ่าตัดเล็ก ขั้นตอนการทำจึงไม่ยุ่งยาก แพทย์จะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้าและฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด ก่อนจะเริ่มเปิดแผลที่ด้านในกระพุ้งแก้มและผ่าลึกผ่านกล้ามเนื้อเพื่อให้เจอกลุ่มก้อนไขมัน จากนั้นก็จะค่อยๆ ดึงและตัดไขมันออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเย็บปิดแผล

หลังผ่าตัด แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการสักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติใด แพทย์ก็จะให้กลับบ้านได้

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม สามารถทำได้กับทุกวัยไหม

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มสามารถทำได้กับทุกคน แต่ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะหากทำเร็วกว่านี้ มีแนวโน้มที่จะเอาไขมันออกมากเกินไป  ภายหลังรูปหน้ามีการปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติ ไขมันใต้ผิวหนังที่แก้มลดลง ก็จะทำให้แก้มดูตอบมากเกินไป เป็นผลให้ดูแก่กว่าวัยได้ และผู้ที่เป็นโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน

หลังผ่าตัดกระพุ้งแก้มจะเห็นผลลัพธ์ได้เมื่อไหร่

หลังจากการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ใบหน้าจะมีอาการบวมอยู่ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ หลังจากอาการบวมลดลงแก้มก็จะค่อย ๆ เข้าที่ แล้วก็จะเห็นผลได้ทันที และผลลัพธ์นี้ก็จะอยู่อย่างถาวร

ขั้นตอนการทำผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นอย่างไร

ขั้นตอนการทำผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นอย่างไร

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มนับเป็นการผ่าตัดเล็ก ขั้นตอนการทำจึงไม่ยุ่งยาก แพทย์จะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้าและฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด ก่อนจะเริ่มเปิดแผลที่ด้านในกระพุ้งแก้มและผ่าลึกผ่านกล้ามเนื้อเพื่อให้เจอกลุ่มก้อนไขมัน จากนั้นก็จะค่อยๆ ดึงและตัดไขมันออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเย็บปิดแผล หลังผ่าตัด แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการสักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติใด แพทย์ก็จะให้กลับบ้านได้ ไม่ต้องพักฟื้น

ความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม
ทุกการผ่าตัดไม่ว่าจะผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ย่อมมีความเสี่ยงอยู่แล้ว ในส่วนของความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มก็คงจะเป็นเรื่องของการไปกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย เส้นเลือดแดงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ดังนั้นการผ่าตัดจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละคน ถ้าเป็นการผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง ความเสี่ยงที่จะไปกระทบกับส่วนเหล่านี้ก็แทบจะไม่มี

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนมีแก้มทั้งหลายและความไม่สมส่วนของใบหน้ากับร่างกาย เป็นวิธีหนึ่งที่ปลอดภัยแต่ต้องดูความเหมาะสมของวัยด้วย และหลังทำการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มแล้วควรหมั่นรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดี เพื่อลดการติดเชื้อของแผล ควรนอนให้ศีรษะสูงขึ้นหรือใช้วิธีนั่งหลับ ร่วมกับการใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งประคบที่แก้มด้านนอก

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะฝากไว้ ก็คือการเลือกคลินิกในการทำศัลยกรรมตกแต่งความงาม คลินิกนั้น ต้องสะอาดต้องมีใบอนุญาตประกอบการ จากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะได้เป็นเครื่องยืนยันว่าสถานศัลยกรรมนั้น ๆ มีคุณสมบัติตรงตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ ท่านสามารถเช็คสถานพยาบาลว่ามีใบอนุญาตตามที่ได้แจ้งไว้หรือไม่ ปกติหากทางคลินิกได้รับอนุญาตการเปิดแล้วจะมีเลขสถานพยาบาล 11 ตัว ท่านสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข http://hssdemo.1mediasoft.net/  ศัลยแพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ตามที่ทาง “แพทยสภา” เป็นผู้ออกให้ ต้องมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำศัลยกรรมใบหน้า

ลดแก้ม หน้าเรียว

ลดแก้ม หน้าเรียว สามารถทำได้ โดยวิธีการใดบ้าง เรามีคำตอบ

สาวหน้า ๆ คนไหนที่กำลังประสบปัญหาหน้ากลม หน้าบาน มีเนื้อบริเวณแก้มค่อนข้างเยอะ ทำให้ขาดความมั่นใจ จะถ่ายรูปทีต้องใช้มุมกล้อง หรือจะโฟสต์ลง Facebook IG  ทีไรต้องใช้แอฟแต่งรูปให้เสียเวลาอีก วันนี้เราก็เลยได้รวบรวมวิธีลดไขลดแก้ม หน้าเรียว มาฝากกันค่ะ จะหน้ากลม แก้มบวม แก้มป่อง แก้มยุ้ย แก้มเยอะ แก้มใหญ่ แก้ได้แน่นอน เอาอยู่แน่ค่ะ

วิธีลดแก้ม หน้าเรียว

  • หมั่นออกกำลังเป็นประจำการออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายแล้ว มันยังช่วยขับเหงื่อลดไขมันที่สะสมในร่างกายรวมถึงไขมันบริเวณแก้มได้อีกด้วย แต่ไขมันที่แก้มจะค่อนข้างลดยากกว่าส่วนอื่น ๆ แต่มันจะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ
  • การนอนสำหรับใครที่หน้าบวมอยู่ ให้ลองสังเกตดูว่าคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงหรือไม่ เพราะการหนุนหมอนสูง ๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ส่งผลทำให้หน้าบวมได้ง่าย ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชื้นมากองรวมอยู่ที่บริเวณใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้น การเลือกนอนหนุนหมอนต่ำและนอนในท่านั่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าได้
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วหลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดว่า การดื่มน้ำบ่อย ๆ อาจทำให้แก้มใหญ่ขึ้น แต่ความจริงแล้วการดื่มน้ำน้อยเกินไปจนไม่เพียงพอต่อความต้องการจะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสำรองน้ำเอาไว้บริเวณแก้มและรอบดวงตา และทำให้แก้มดูอวบใหญ่มากยิ่งขึ้นได้ เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและดื่มเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำและจะเกิดการกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จนทำให้แก้มบวมป่องมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัดเนื่องจากการรับประทานอาหารเค็มจัดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าเกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่องมากกว่าขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากร่างกายจะต้องกักตุนน้ำไว้เป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมขับโซเดียมออกมา หากรู้ตัวว่าชอบรับประทานอาหารเค็มก็ให้รีบลดเสียตั้งแต่วันนี้ ส่วนอาหารที่มีรสหวานจัด มีเกลือและน้ำตาลในปริมาณมากก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

วิธีลดแก้ม หน้าเรียวที่ใช้วิธีทางศัลยกรรม

นอกจากนี้ยังมีวิธีลดแก้ม หน้าเรียวที่ใช้วิธีทางศัลยกรรมที่ให้ผลแบบถาวร

การดูดไขมันที่แก้ม (Vaser Liposelection)

เป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง Ultrasound เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง

ฉีดเมโสลดแก้ม (เมโสแฟต) หรือ การฉีดลดแก้ม

เป็นการกำจัดไขมันและลดเซลลูไลท์ส่วนเกินเฉพาะที่โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปบริเวณที่ต้องการ โดยใช้กลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด เทอร์มาจลดแก้ม (Thermage) คือ การนำเทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ (RF – Radiofrequency) เพื่อส่งพลังงานเข้าไปในผิวหนังชั้น Demis โดยคลื่นพลังงานดังกล่าวจะไปสร้างความร้อนอย่างสม่ำเสมอเพื่อลงไปแก้ปัญหาเส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยขาดการยืดหยุ่น ทำให้โครงสร้างใต้ผิวหนังเกิดการกระชับตัวมากขึ้น และคอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยกระชับผิว แก้มและคางจะค่อย ๆ ยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ

โบท็อกซ์แก้ม (Botox)

เป็นการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามเพื่อทำการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กก่อน แล้วทำการฉีดโบทอกซ์เพื่อลิฟต์แก้มให้หน้าดูกระชับขึ้นอีกที วิธีนี้จะช่วยทำให้หน้าของคุณดูเรียวเล็กและแก้มดูกระชับขึ้นได้

ผ่าตัดลดแก้ม

การผ่าตัดเอาไขมันที่มีอยู่ในกระพุ้งแก้มออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร เหมาะกับผู้ที่แม้จะลดน้ำหนักตัวลงแล้วก็ตาม แต่แก้มก็ยังป่องบวมอยู่เหมือนเดิม แต่ในกรณีนี้แพทย์อาจต้องพิจารณาเรื่องพันธุกรรมด้วย เพราะในความเป็นจริงไขมันที่แก้มจะลดลงไปตามช่วงอายุอยู่แล้ว หากทำการผ่าตัดไปและภายหลังคนไข้มีรูปหน้าที่ลดลงเองตามธรรมชาติ ประกอบกับผ่านการเลาะกระพุ้งแก้มแล้วก็อาจทำให้ประสบกับปัญหาแก้มตอบได้ เพราะฉะนั้นวิธีนี้จึงเหมาะกับคนไข้ที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรมมากกว่า

ส่วนขั้นตอนการผ่าตัดนั้นแพทย์จะฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด และเริ่มเปิดแผลตรงฟันกรามซี่หนึ่งของฟันบนที่อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม แล้วลากลงมาเป็นเส้นตรงประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร โดยจะผ่านกล้ามเนื้อชิ้นเล็ก ๆ บาง ๆ ก่อน จากนั้นจะพบกลุ่มก้อนไขมัน แล้วค่อย ๆ เลาะโดยรอบของพวงไขมันนั้น ซึ่งอาจจะทำการตัดออกเพียงบางส่วนหรือตัดออกทั้งพวง จากนั้นจะจี้ไฟฟ้าตรงจุดที่ผ่าตัดเพื่อทำให้เลือดหยุดไหล แล้วปิดเย็บปากแผลโดยใช้ไหมละลาย ซึ่งรวมแล้วแพทย์จะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วคนไข้ก็สามารถกลับบ้านได้เลย

การผ่าตัดลดแก้มเป็นหนึ่งตัวเลือกที่จะช่วยปรับรูปหน้าได้อย่างถาวร ครั้งเดียวก็เห็นผลลัพธ์แล้ว เพื่อให้รูปหน้าเข้าที่และวีเชฟได้รูปอย่างสวยงาม ไม่ต้องง้อแอฟปรับรูปหน้าลดแก้ว หน้าเรียวอีกต่อไป

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ดีไหม ใครที่เหมาะ สำหรับการทำศัลยกรรม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มออก เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะปรับรูปหน้าให้เรียวได้อย่างถาวร โดยแพทย์  ปัญหาไขมันกระพุ้งแก้ม ที่เกิดจากไขมันส่วนเกินบนใบหน้าซึ่งพบบ่อยมากในปัจจุบัน เกิดจากไขมันที่สะสมมากเป็นระยะเวลานาน ส่งผลทำให้หน้าดูกลม แก้มเยอะ หน้าบ้าน ไม่ได้รูป ทำให้สูญเสียความมั่นใจ สาว ๆ จึงเรียกใช้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย แต่บางคนน้ำหนักตัวลดแต่แก้มไม่ลด ทำให้หลาย ๆ คนหันมาสนใจวิธีที่สามารถแก้ได้ตรงจุดเห็นผลมากที่สุดหากน้ำหนักไม่ขึ้นถึง 10 กิโลกรัม ไขมันในส่วนนี้จะไม่กลับมาอีก

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal)

เป็นการนำส่วนไขมันชั้นในที่ลึกสุดของใบหน้าอยู่ใกล้กระพุ้งแก้มออกมา ซึ่งไขมันกระพุ้งแก้มนี้จะอยู่ชิดกับภายในช่องปากมากกว่าผิวหนังใบหน้า จึงนิยมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มผ่านทางช่องปาก

ผู้ที่เหมาะกับการเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

สำหรับคนที่ใบหน้ากลม มีแก้มตุ่ย มีไขมันกระพุ้งแก้มเยอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีน้ำหนักปกติแล้วแก้มไม่หายไปไหน เหมาะที่จะผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ซึ่งไม่สามารถนำเอาออกได้ด้วยวิธีอื่น ๆ

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal)

ผู้ที่ไม่สมควรเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง
  • เป็นโรคลมชัก
  • มีปัญหาเรื่องโรคเลือด ความดันโลหิตสูง
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการป่วย
  • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดรับประทานยากลุ่ม Aspirin และวิตามิน อาหารเสริม ยาลดน้ำหนักทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ถ้าความดันสูงควรควบคุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร/ปรอท)
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้รับประทานอยู่เป็นประจำให้ทีมแพทย์ทราบ
  • เตรียมตัวนอนพักฟื้นระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง

วิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

สำหรับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาน้อย โดยแพทย์จะเปิดแผลในช่องปากและตัดไขมันออก ทำให้ใบหน้าดูเรียวบางลง โดยในส่วนของปริมาณไขมันที่จะนำออกนั้น แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ควรแจ้งข้อมูลโรคประจำตัว ยาที่ทานประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยา เพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุดในการรักษา การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ใช้เวลาทำการผ่าตัดเพียง 30 นาทีก็เสร็จ ฟื้นตัวเร็ว ไม่จำเป็นต้องตัดไหมเพราะใช้ไหมละลาย ไขมันที่เอาออกมาหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะมีขนาดประมาณลูกปิงปอง หากจะให้ได้ผลดีต่อรูปหน้าโดยรวม บางครั้งศัลยแพทย์อาจทำร่วมกับการปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ ให้สวยขึ้นร่วมด้วย

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มควรผ่าตัดกับแพทย์ผู้ชำนาญ เพราะการตัดไขมันกระพุ้งแก้มต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของรูปหน้าของผู้ต้องการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มด้วย อีกทั้งการตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับต่อมน้ำลาย หากพลาดไปโดนก็ต้องได้มาเสียเงินเสียเวลาในการรักษาเพิ่มอีกด้วย

การดูแลหลังการผ่าตัด

คุณสามารถทานอาหารได้ตามเดิมแต่ควรเป็นอาหารอ่อน2-3 วันแรกหลังผ่าตัด  เช่นข้าวต้ม โจ๊กก่อนเพราะจะเป็นการที่เราไม่ต้องได้เคลื่อนไหวมากและงดอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือแข็งมากอาหารเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในช่วงอาทิตย์แรกหลังการผ่าตัด และอย่าลืมบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำที่สะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดที่ไหมเย็บแผล ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัดให้ประคบเย็นรอบ ๆ กระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง และเมื่อเข้าวันที่ 3 เริ่มประคบอุ่นรอบ ๆ กระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง กินยาที่ได้รับให้ครบตามที่แพทย์แนะนำ งดออกกำลังกายหนัก หลังผ่าตัดระยะแรกจะมีอาการชาที่แก้มและในปาก และจะดีขึ้นในเวลาต่อมา โดยระหว่างช่วงที่แผลกำลังเยียวยา อาจมีอาการบวมและแก้มบุ๋มไม่เท่ากันได้ แต่จะดีขึ้นในระยะเวลาต่อมาเช่นกัน และไม่ต้องตัดไหม เพราะไหมที่ใช้เย็บเป็นไหมละลายไม่ต้องตัดไหม แต่แพทย์จะนัดติดตามอาการ และทานยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบตามเวลาตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด

กระพุ้งแก้มเป็นแผล

กระพุ้งแก้มเป็นแผล เกิดจากสาเหตุอะไร และมีวิธีรักษาอย่างไร

ปัญหาภายในช่องปากมีด้วยกันหลายอย่าง โดยเฉพาะกระพุ้งแก้มเป็นแผล เพราะหากปล่อยไว้จนเกิดการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มจนทำให้แก้มบวมเป่ง อาจร้ายแรงถึงขั้นต้องรักษาโดยการผ่าตัด แผลในปากเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และสาเหตุที่อาจกระตุ้นให้เกิดแผลในปากได้

สาเหตุของการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้ม มีอะไรบ้าง

  • การมีแผลในปากสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และแม้แต่การเผลอกัดกระพุ้งแก้มจนกลายเป็นแผลก็เช่นเดียวกัน หากมีแผลแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เรื้อรังเป็นเวลานาน เพราะอาจลุกลามจนเกิดการติดเชื้อและอักเสบบวมได้
  • เกิดจากแผลร้อนในมักเริ่มจากการมีแผลหรือเป็นตุ่มแดงเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นตรงบริเวณริมฝีปากส่วนใน กระพุ้งแก้มหรือบริเวณลิ้น จากนั้นก็จะกลายเป็นสีขาว ๆ มีขอบสีแดงนูนบวมออกมา ซึ่งจะเป็นแผลที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว ๆ 3 มม. และหากแผลร้อนในเกิดการเรื้อรังก็ย่อมติดเชื้อและอักเสบได้ ที่สำคัญยังมีอาการเจ็บแสบหรือปวดอย่างมากอีกด้วย
  • ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง สำหรับสาว ๆ ก่อนที่จะมีประจำเดือนมาหรือผู้หญิงตั้งครรภ์ก็มักพบว่ามีอาการร้อนในเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน และโดยปกติแล้ว อาการร้อนในที่เกิดขึ้นในบริเวณลิ้นหรือกระพุ้งแก้มนั้นก็จะหายไปเองได้ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์
  • ปัญหาสุขภาพภายในช่องปาก หากผู้ป่วยมีอาการฟันผุเรื้อรัง หรือเกิดการระคายเคืองจากฟันที่มีลักษณะแหลมคม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาฟันแตก ฟันบิ่นหรือขอบฟันคมก็อาจทำให้เกิดการบาดเนื้อเยื่อภายในช่องปากได้ จนทำให้เกิดเป็นแผลเรื้อรังเป็นเวลานานและแผลนั้นก็จะส่งผลทำให้กลายมาเป็นเซลล์มะเร็งที่มีลักษณะบวมเป่งขึ้นได้ในที่สุด
  • มีพฤติกรรมการกินในแบบผิด ๆ การกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดอยู่บ่อย ๆ มักเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวบริเวณกระพุ้งแก้มขึ้นได้
  • ความร้อนจากควันบุหรี่ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ก็ย่อมส่งผลกระทบให้เกิดการระคายเคืองดังกล่าว หากยังคงไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็อาจจะทำให้เนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งได้ด้วย
  • โรคเบาหวาน เพราะผู้ป่วยเบาหวานมักมีอาการติดเชื้อง่ายและเป็นแผลง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งอาการแผลภายในช่องปากก็มักพบในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานค่อนข้างบ่อย โดยผู้ป่วยมักมีอาการปากแห้ง ลิ้นอักเสบ ติดเชื้อราภายในช่องปาก
  • การขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี 12 สังกะสี กรดโฟเลต และธาตุเหล็ก เป็นต้น
  • การรับประทานอาหารบางชนิด เช่น ไข่ ถั่ว ชีส ช็อกโกแลต กาแฟ อาหารที่มีรสชาติเผ็ด รวมถึงผลไม้ที่มีกรดมากอย่างสับปะรด สตรอเบอร์รี่ มะนาว และส้ม เป็นต้น

วิธีช่วยให้แผลกระพุ้งแก้ม แผลในปากหายเร็วขึ้น

วิธีช่วยให้แผลกระพุ้งแก้ม แผลในปากหายเร็วขึ้น

  • การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยลดการก่อตัวของแผลได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดของแผลได้อีกด้วย
  • บ้วนปากด้วยน้ำเย็นผสมเกลือ น้ำเย็นและเกลือช่วยทำให้ช่องปากของคุณสะอาดขึ้น และยังช่วยให้เชื้อแบคทีเรียในปากลดลงอีกด้วย หากมีแผลในช่องปาก ควรจะบ้วนปากด้วยน้ำเย็นผสมเกลือวันละ 2 – 3 ครั้ง ก็จะช่วยรักษาแผลในปากได้
  • รับประทานอาหารเย็นๆ หากคุณกำลังเป็นแผลในปาก ขอแนะนำให้รับประทานอาหารเย็น ๆ อย่างเช่นไอศกรีม หรือน้ำเย็น ๆ เป็นต้น เพราะอาหารเย็น ๆ จะช่วยทำให้ปากของคุณชุ่มชื่นมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงทานอาหารรสจัด การรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจะยิ่งทำให้แผลอักเสบมากขึ้น และอาจจะทำให้เกิดแผลเพิ่มได้อีกด้วย
  • รับประทานขิงและกระเทียม สามารถช่วยลดการก่อตัวของแผลในปากได้ ดังนั้นถ้าอยากให้แผลในปากหายเร็วขึ้น ก็ควรเติมขิงหรือกระเทียมลงไปในอาหารที่รับประทานทุกวัน

อาการแผลในปากซึ่งมีอาการผิดปกติแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์

  • แผลร้อนในมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
  • เป็นแผลร้อนในนานกว่า 2 สัปดาห์
  • แผลเดิมยังคงอยู่ แต่มีแผลใหม่เกิดขึ้นก่อนแผลเก่าจะหาย หรือพบว่าเป็นแผลในปากบ่อย ๆ
  • แผลลุกลามไปยังบริเวณริมฝีปาก
  • มีแผลที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด
  • มีอาการเจ็บปวดที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยวิธีรักษาทางธรรมชาติหรือยาที่หาซื้อได้ด้วยตนเอง
  • รับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มได้ลำบากมาก
  • มีอาการท้องเสียหรือมีไข้สูงในระหว่างที่เกิดแผลในปาก
กระพุ้งแก้มบวมเกิดจาก

กระพุ้งแก้มบวมเกิดจาก อะไร สาเหตุของแผลในปาก ที่ทำให้แก้มบวม

ใครที่มีอาการปวด กระพุ้งแก้มบวมเกิดจากเหงือกบวม อาจจะเกิดจากอาการระคายเคือง บวมแดง อักเสบที่เหงือก ซึ่งอาจเกิดได้จากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่รักษาสุขภาพฟันให้ดี ทำให้มีคราบพลัคจากแบคทีเรียและเศษอาหารก่อตัวขึ้นปกคลุมเนื้อฟัน เมื่อคราบก่อตัวเป็นเวลานานจะกลายเป็นหินปูนหนาที่ไม่สามารถขจัดออกไปได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว คราบที่สะสมเหล่านี้อาจทำให้เหงือกอักเสบและมีอาการบวมได้  นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เชื้อรา หรือเชื้อไวรัสบางชนิดได้

สาเหตุของแผลในปาก ที่ทำให้กระพุ้งแก้มบวม

ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดแผลในปากได้อย่างแน่ชัด แต่พบว่ามีหลายปัจจัยที่อาจทำให้เกิดแผลในปากได้ ดังนี้

  • การระคายเคืองในช่องปากแผลในปากนั้นอาจเกิดจากการระคายเคืองในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟันแรงเกินไป การเสียดสีกับลวดจัดฟัน แผลจากอุบัติเหตุ แผลจากทันตกรรม กัดปากหรือกระพุ้งแก้ม การใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่ผสมสารเพิ่มฟอง และอาการไวต่ออาหารบางชนิด อย่างถั่ว ไข่ ช็อกโกแลต กาแฟ หรืออาหารรสจัดและอาหารที่มีกรด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่างกายการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์อาจส่งผลให้เกิดแผลในปากได้ เช่น การขาดสารอาหาร โดยเฉพาะธาตุเหล็ก สังกะสี กรดโฟลิค วิตามินบี 6 และ 12 การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในช่วงรอบเดือน พักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น
  • เชื้อโรคในช่องปากเชื้อโรคในช่องปากและโรคจากการติดเชื้ออาจส่งผลให้เกิดแผลในปากได้ หรืออาจเกิดจากการแพ้เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อราภายในช่องปาก นอกจากนี้ การละเลยการดูแลช่องปากก็อาจเป็นสาเหตุของแผลในช่องปากได้
  • เกิดจากโรคและสุขภาวะแผลในปากอาจเป็นสัญญาณหรืออาการของโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคเซลิแอค(Celiac disease) หรือโรคแพ้กลูเตน โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคเบเซ็ท (Behcet’s disease) หรือโรคหลอดเลือดอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกันทำงานบกพร่อง โรคมะเร็งช่องปาก เป็นต้น

อาการของแผลในปาก กระพุ้งแก้มบวม

อาการของแผลในปาก กระพุ้งแก้มบวม

แผลในปากอาจเกิดขึ้นเพียงจุดเดียวหรือหลายจุดพร้อมกันได้จะรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส ซึ่งอาจเป็นปัญหาในการแปรงฟันและการเคี้ยวอาหาร โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารรสจัดหรือของร้อน

ลักษณะอาการของแผล

  • แผลขนาดเล็ก แผลในปากขนาดเล็กเป็นชนิดที่พบได้บ่อยมากที่สุด โดยแผลจะมีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรีขนาดเล็ก สามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
  • แผลขนาดใหญ่ แผลในปากขนาดใหญ่มักพบได้น้อย มีลักษณะเป็นวงกลมและวงรีขนาดใหญ่และลึกกว่าแผลขนาดเล็ก ขอบแผลชัดแต่เมื่อแผลมีขนาดใหญ่มากขอบของแผลอาจมีลักษณะที่เปลี่ยนไป เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บมากโดยอาจใช้เวลาราว 6 สัปดาห์ในการรักษาและอาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้

เบื้องต้นสามารถดูแลบรรเทาอาการได้ดังนี้

  • แปรงฟันให้สะอาดสม่ำเสมออย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟันเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ตามร่องฟันด้วย
  • ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมาก น้ำเปล่าจะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งจะช่วยฆ่าแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นสาเหตุของอาการ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่
  • ใช้แผ่นประคบร้อนวางบนใบหน้าบริเวณที่เหงือกบวมและมีอาการปวด เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงการทานของแข็ง เช่น อาหารประเภททอด เพราะอาจทิ่มแทงเยื่อบุช่องปากทำให้อักเสบมากขึ้นได้
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารเผ็ดร้อน เพื่อป้องกันแผลในช่องปากอักเสบเพิ่มขึ้น
  • ควรใช้น้ำเกลือบ้วนปาก วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้สะอาด
  • ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ โดยเน้นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี และซีสูง
  • กรณีที่มีอาการปวด ให้อมน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ หรือดื่มน้ำเย็น ๆ
  • หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการปวด บวมมาก แนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อตรวจและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

ภาวะแทรกซ้อนของแผลในปาก แผลกระพุ้งแก้ม ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบื่ออาหาร เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) การติดเชื้อในช่องปาก และโรคมะเร็งช่องปาก เป็นต้น นอกจากนี้ การสัมผัสกับแผลในปากอาจเป็นการกระจายเชื้อของโรคติดต่อ  ดังนั้นเมื่อท่านดูแลรักษาเองในเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รับไปพบแพทย์เพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที

ไขมันกระพุ้งแก้มอยู่ตรงไหน

ไขมันกระพุ้งแก้มอยู่ตรงไหน สาเหตุที่ทำให้แก้มป่อง ทำยังไงดี

เมื่อพูดถึงไขมันที่ส่งผลให้แก้มป่อง อวบอ้วน แก้มอูม ก็คือไขมันกระพุ้งแก้ม เราสามารถแบ่งชั้นไขมันของใบหน้าออกเป็น 2 ประเภท คือ “ไขมันใต้ผิว” และ “ไขมันใต้กระพุ้งแก้ม ”   สาเหตุที่ทำให้แก้มป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ ผู้ที่มีไขมันใต้ผิว เกิดจากการสะสมของไขมันที่มาจากพฤติกรรมการกินของและเกิดจากกรรมพันธุ์ จะสังเกตว่า คนที่มีไขมันกระพุ้งแก้มส่วนใหญ่ไม่ใช่คนอ้วน

ไขมันบนใบหน้า แบ่งเป็น 2 ชนิด

1. ไขมันใต้ผิวคือไขมันใต้ผิวที่มีความหนา หรือ บาง ซึ่งจะแปรผันไปตามน้ำหนักตัว และ พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการเพิ่มไขมันในร่างกาย

2. ไขมันใต้กระพุ้งแก้ม (Buccal Fat) ไขมันกระพุ้งแก้มอยู่ตรงไหน ไขมันที่อยู่ลึกเข้าไปใต้บริเวณกล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม โดยธรรมชาติแล้วในทุก ๆ คน จะมีไขมันกระพุ้งแก้มโดยเกิดขึ้นแต่กำเนิด และ ไขมันในส่วนนี้ จะค่อย ๆ สลายไปได้เอง ตามอายุที่เพิ่มขึ้น

การกำจัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การกำจัดไขมันกระพุ้งแก้ม

1. การดูดไขมันใต้ผิว ด้วยเทคโนโลยีLaser Fat Lift  
คือ การส่งลำแสงเลเซอร์ที่มีช่วงคลื่นที่เหมาะสมสำหรับการสลายไขมัน ผ่านสายไฟเบอร์ออฟติกที่มีลักษณะคล้ายเส้นเอ็นขนาดเล็ก ลงไปยังชั้นไขมันใต้ผิว กระตุ้นให้เซลล์ไขมันสลายตัวเป็นของเหลว จากนั้น จึงใช้เข็มที่มีลักษณะทู่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 มม. – 1.5 มม. เข้าไปดูดไขมันทั่วบริเวณดังกล่าว ความลึกของการลงเข็มเพื่อดูดไขมันออกมานั้น จะขึ้นอยู่กับความหนาของไขมันของแต่ละบุคคล ซึ่งสามารถลงลึกได้ทั่วบริเวณที่มีไขมันได้ตั้งแต่ 3 มม. – 1 ซม.  วิธีนี้สามารถทำได้ทั้งผู้ที่มีไขมันมาก ไม่ก่อให้เกิดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อข้างเคียง เจ็บน้อย ผิวกระชับขึ้น แผลที่เกิดขึ้นหลังทำจะมีขนาดเพียงแค่ 1 – 2 มม. เท่านั้น เป็นวิธีที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และ ประเทศไทย

2. การผ่าตัดไขมันใต้กระพุ้งแก้ม
ไขมันบริเวณกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat) ไขมันในส่วนนี้จะอยู่ในบริเวณใต้กล้ามเนื้อ สำหรับผู้ที่มีแก้มป่อง การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มออกนั้นอาจไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้ลดแก้มป่องได้อย่างเห็นผลชัดเจน ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การมีไขมันใต้ผิวที่มาก หรือ การมีโครงสร้างของกระดูกที่ใหญ่ เพราะไขมันที่กระพุ้งแก้มเป็นเพียงไขมันกระเปาะเล็ก ๆ เท่านั้น การผ่าตัดลดแก้มจึงเป็นวิธีรักษาที่เห็นผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยการผ่าตัดจะมีวิธีการ เปิดแผลภายในช่องปากตรงฟันกรามด้านบนบริเวณกระพุ้งแก้ม แผลยาวประมาณ 1  – 1.5 ซม. ทำการผ่าตัดเลาะไขมันใต้กล้ามเนื้อออกมา เย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 นาที หลังทำคนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บริเวณที่ทำ

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บริเวณที่ทำ

กำจัดไขมันกระเปาะเล็กๆ ใต้กล้ามเนื้อบริเวณกระพุ้ง  แก้มด้านในช่องปาก แพทย์จะทำการเปิดแผลความยาวประมาณ 1  – 1.5 ซม. บริเวณช่องปากด้านในช่วงกรามด้านบน  ดึงกระเปาะไขมันใต้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้มออกมา ใช้เวลาทำประมาณ 1 – 1.30 ชม. โดยประมาณ แผลเย็บด้วยไหมละลาย ความยาวประมาณ 2 ซม. อยู่ด้านในกระพุ้งแก้ม

ผลลัพธ์ที่ได้

  • ใบหน้าบริเวณกระเปาะแก้มดูเล็กลง หลังทำจะค่อยๆ เห็นผล 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
  • การปฏิบัติตัวเพื่อเข้ารับการตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • งดสูบบุหรี่ก่อนนัดผ่าตัดเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • งดดื่ม เหล้า เบียร์ ไวน์ อะไรก็ตามที่มีแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • ยาแก้ปวดในกลุ่ม แอสไพรินและ ไอบรูโพเฟ่น งดกิน 1 สัปดาห์
  • วิตามิน อาหารเสริมต่างๆ สมุนไพร งด 1 สัปดาห์
  • แจ้งโรคประจำตัวต่าง ๆ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • ล้างหน้าให้สะอาดก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนทำการผ่าตัดให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

การดูแลหลังทำ

  • งดอาหารเผ็ด และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ประคบเย็นหลัง 3 – 4 วันแรก เพื่อลดอาการปวด
  • ประคบร้อนหลังทำ 5 – 14 วัน เพื่อลดอาการบวม
  • งดออกกำลังกายหนัก ๆ 1 – 2 สัปดาห์
  • ทานยาตามใบสั่งแพทย์อย่างครบถ้วน
  • 7 วันเข้ามาตัดไหม
  • หลังทำมีอาการบวม 1 เดือน – 2 เดือน โดยประมาณ

ข้อควรรู้ก่อนตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • คนไข้ที่มารักษาควรมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
  • การผ่าตัดต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูงเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และป้องกันความเสี่ยงที่จะไปกระทบเส้นประสาทอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี ได้มาตรฐาน โดยศัลยแพทย์

อีกหนึ่งคำถามที่ผู้มีแก้มเยอะ ไขมันที่แก้ม มักจะถามว่า ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี เพราะการทำศัลยกรรมผ่าตัดไม่จะเป็นผ่าตัดเล็ก หรือใหญ่ก็ล้วนมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เสี่ยงต่อการเลือดออกไม่หยุด เสี่ยงต่อการบวม และอีกหลายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นการทำศัลยกรรมที่เกี่ยวกับหน้าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เราจึงมีต้องมีเกณฑ์การเลือกคลินิก เพราะเป็นส่วนสำคัญมาก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของคุณได้

ลักษณะคลินิกที่ได้มาตรฐานที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

มีใบอนุญาตประกอบการ
คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงาม ต้องมีใบอนุญาตประกอบการ จากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะได้เป็นเครื่องยืนยันว่าสถานศัลยกรรมนั้น ๆ มีคุณสมบัติตรงตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นว่าคลินิกดังกล่าวมีความพร้อมในการให้บริการ และแสดงถึงความปลอดภัยเมื่อคุณเข้ารับการศัลยกรรม การเช็คสถานพยาบาล ปกติหากทางคลินิกได้รับอนุญาตการเปิดแล้วจะมีเลขสถานพยาบาล 11 ตัว ท่านสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข http://hssdemo.1mediasoft.net/

ศัลยแพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากสภาวิชาชีพของแพทย์หรือ “แพทยสภา” ซึ่งแพทย์ที่ทำการรักษาหรือทำการศัลยกรรมทุกคนต้องผ่านกระบวนการ การประเมินความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ขั้นพื้นฐาน การประเมินทางด้านทักษะและทางด้านหัตถการทางคลินิก ก่อนที่ทางสภาวิชาชีพของแพทย์จะทำการออกใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้กับแพทย์ท่านนั้น

แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญ
ต้องมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ซึ่งความเชี่ยวชาญจะทำให้แพทย์สามารถให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาทำให้เมื่อศัลยกรรมออกมาสมดุล เหมาะสมกับใบหน้าของคุณ

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

คลินิกได้มาตรฐานและมีความสะอาด

ต้องมีที่ตั้งชัดเจนเป็นหลักแหล่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องที่ใช้ในการตรวจหรือการผ่าตัดต้องสะอาด มีการฆ่าเชื้อและการดูแลอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน รวมไปถึงต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ในการกู้ชีพ มีเครื่องมือตรวจวัดสภาพความพร้อมของคนไข้ก่อนเข้ารับการศัลยกรรม

มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

การรีวิวก่อนทำและหลังทำเป็นข้อมูลการประกอบการตัดสินใจอีกอย่างที่ดีมาก ๆ เนื่องจากเราจะได้ดูปัญหารูปหน้าซึ่งดูเคสคนไข้ที่มีปัญหาใกล้เคียงกับเรา หรือดูรีวิวเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงว่าผลลัพธ์ที่ออกมา

มีการติดตามผลการรักษา

หลังทำมีการติดตามผลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง ว่ามีอาการบวมไหม อักเสบไหม รวมถึงให้คำปรึกษาได้อย่างดี

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเหมาะกับใคร

5 อันดับคลินิก ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี

1. Rattinan Clinic

ไขมันกระพุ้งแก้มไม่สามารถนำเอาออกได้ด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การดูดไขมัน เนื่องจากการดูดไขมันใบหน้าจะทำเฉพาะชั้นผิวหนัง แต่ไขมันกระพุ้งแก้มนี้อยู่คนละชั้นกัน และสามารถเอาออกได้ทางแผลในปาก โดย Rattinan Clinic จะมีวิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม โดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญ  การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ ทำในห้องผ่าตัดที่สะอาด ใช้เวลาเพียง 30 นาทีก็เสร็จ ฟื้นตัวเร็ว ไม่จำเป็นต้องตัดไหมเพราะใช้ไหมละลาย ไขมันที่เอาออกมาหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะมีขนาดประมาณลูกปิงปอง หากจะให้ได้ผลดีต่อรูปหน้าโดยรวม บางครั้งศัลยแพทย์อาจทำร่วมกับการเสริมคาง และปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่นๆให้สวยขึ้นร่วมด้วย

นอกจากนี้ทางคลินิกยังมีบริการ ดูดไขมัน Bodytite  ผ่าตัดกระเพาะ ลดน้ำหนัก  ปลูกผม FUE  เลเซอร์ ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว โรคทางฮอร์โมน ศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งรอบดวงตา อาทิ ผ่าตัดถุงใต้ตา ผ่าตัดทำตาสองชั้น หนังตาตก  และศัลยกรรมอื่นๆ

สนใจติดต่อสอบถามราคา การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่รัตตินันท์ คลินิก  เบอร์โทรศัพท์: 02 233 1424 , 02 233 1425

2. HERS clinic

คลินิกศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า รักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผ่าตัดลดแก้ม เสริมจมูก ตาสองชั้น เสริมคาง ผ่าตัดลดเหนียง แก้ไขปัญหาเหนียงหย่อนคล้อย ฯลฯ นอกจากการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะช่วยทำให้หน้าเรียวมากขึ้นแล้ว มีการศึกษาวิจัยจากต่างประเทศพบว่าการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะช่วยทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากไขมันกระพุ้งแก้มที่ห้อยลงด้านล่าง กลับตึงขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย หรือแก้มห้อยให้ตึงกระชับมากขึ้นอีกด้วย

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ : 099 189 0189 , 02 276 4100

3. starclinic

สำหรับการผ่าตัดลดแก้ม (Buccal Fat Removal) ซึ่งเนื้อไขมันตรงแก้มมีส่วนที่เป็นไขมันเฉพาะ เรียกว่า Buccal Fat Removal ไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อ อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้แก้มป่องนั่นเอง ไขมันที่แก้ม อาจแบ่งได้เป็นสองชั้น คือไขมันใต้ผิวหนังและไขมันกระพุ้งแก้ม Buccal Fat Removalนั่นเอง ส่วนใหญ่ไขมันใต้ผิวหนังไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำให้แก้มป่อง การรักษาแนะนำให้ใช้การผ่าตัดเพื่อเอาไขมันบริเวณ กระพุ้งแก้มออก เปิดแผลเล็ก ๆตรงบริเวณกระพุ้งแก้ม แล้วเลาะไขมันบริเวณนี้ออกเป็นไขมันที่ส่วนแยกอย่างชัดเจน การผ่าตัดทำได้ง่ายเห็นผลชัดเจน เป็นการรักษาที่ตรงจุดและปัญหา แก้มป่องก็จะไม่กลับมากวนใจอีก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและปัญหาบนใบหน้าของคนไข้แต่ละคน

Star Clinic น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยแก้มป่อง ใบหน้าอ้วนได้ดี คุณสามารถนัดหมายกับแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาก่อน เบอร์โทรศัพท์:  088 004 0005

4.โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ

การตัดไขมันกระพุ้งแก้มโดยมาสเตอร์พีซ มี 3 เทคนิคด้วยกัน

  • การตัดกระพุ้งแก้มโดยใช้ Microscope เป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ทำให้ได้แผลที่มีขนาดเล็ก
  • การตัดกระพุ้งแก้มด้วยการใช้ Endoscope เป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้องที่มีขนาดเล็กมากและสามารถ จะลดการสูญเสียเลือดระหว่างการผ่าตัดเปิดแผลได้
  • การตัดกระพุ้งแก้มด้วยการใช้ Microscope และ และ Endoscope เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีทั้งสอง อย่างใช้ร่วมกัน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการผ่าตัดสูง ตำแหน่งแม่นยำ แผลมีขนาดเล็กมาก เลือดน้อย พักฟื้นน้อย

สนใจติดต่อ Call Center: 02-105-4370

5. The Art Clinic

  • ผ่าตัดศัลยกรรมไขมันกระพุ้งแก้ม หลังการผ่าตัดไม่ช้ำ ไม่เขียว ไม่ซ้ำ สนใจ Tel : 083 878 4222 / 097 273 4994

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นการเอาไขมันส่วนเกินออกไปอย่างถาวร เป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่มีรอยแผลเป็น แถมยังใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นาน รอประมาณ 1-2 เดือน หน้าก็จะเริ่มเข้าที่ แก้มที่บวม ๆ ของเราก็จะเรียวกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เหมาะกับใคร ปลอดภัยไหม เรามีคำตอบ!!

ไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ไขมันกระพุ้งแก้มนี้อยู่ประมาณครึ่งนึ่งของแก้มทางด้านหน้า สังเกตง่าย ๆ โดยให้ยิ้มกว้าง ๆ แล้วหน้าบานออกด้านข้าง ทุกคนมีเจ้าก้อนไขมันตรงแก้มนี้อยู่แล้ว แต่จะมีมากมีน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคนและการสะสมของไขมัน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าบางคนหน้า หน้าอวบ อูมใหญ่ แต่ร่างกายไม่ได้อ้วน แต่ก็ไม่ได้อันตรายใด ๆ เพียงแต่ดูไม่สมส่วนกับร่างกาย เวลาแต่งหน้าต้องคอยแต่งโทนที่พรางใบหน้า ดังนั้นจึงทำให้ต้องมีการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

ใครก็ตามที่มีปัญหาแก้มที่ป่อง จนดูไม่สมส่วนกับร่างกาย รวมถึงคนที่ต้องการปรับใบหน้าให้เน้นตรงส่วนที่เป็นโหนกแก้มให้เห็นชัดเจนมากขึ้นตามลักษณะนิยมของตะวันตก จึงนิยมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเหมาะกับใคร

  • คนที่อยากมีใบหน้าV shape เรียวสวย
  • คนที่มีแก้มเยอะ แก้มยุ้ย แก้มป่อง
  • คนที่มีแก้ม 2 ข้าง ไม่เท่ากัน
  • คนที่เบื่อกับการฉีดโบท็อกซ์

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเหมาะกับใคร

 

ข้อดีของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ผลลัพธ์ชัดเจน หลังจากการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ใบหน้าจะมีอาการบวมอยู่ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ หลังจากอาการบวมลดลงแก้มก็จะค่อย ๆ เข้าที่แล้วก็จะเห็นผลได้ทันที และผลลัพธ์นี้ก็จะอยู่อย่างถาวร
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่ต้องพักฟื้น
  • ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • เจ็บน้อย หายเร็ว

ใครที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ท่านที่เป็นโรคประจำตัว โรคลมชัก โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเลือด และสตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม มีรอยแผลเป็นภายนอกไหม

การผ่าตัดไม่มีแผลเป็นภายนอก เป็นการผ่าตัดภายในช่องปาก จะมีแผลที่กระพุ้งแก้มด้านในทั้ง 2 ข้าง ข้างละประมาณ 1 เซนติเมตร

หลังผ่าตัดหากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไขมันจะกลับมาอีกไหม

ไขมันมีโอกาสจะกลับมาสะสมได้ใหม่ ในกรณีที่น้ำหนักเพิ่มขึ้น 10 กิโลกรัม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มใช้เวลาผ่าตัดนานไหม

ผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และหลังผ่าตัดพักฟื้นอีก 30 นาที

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เจ็บไหม

การผ่าตัดเป็นการผ่าตัดเล็ก คล้ายกับการผ่าตัดฟันคุด โดยมีจะแผลขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดฟันคุด

หลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ใบหน้าจะห้อยย้อยไหม

หลังการผ่าตัดใบหน้าจะตึงและกระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสาเหตุสำคัญของแก้มห้อยย้อยนั้นเกิดจากการที่มีไขมันแก้มปริมาณมาก ทำให้แก้มห้อยย้อยลงด้านล่าง การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจึงช่วยให้แก้มตึงกระชับมากยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ทุกการผ่าตัดไม่ว่าจะผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ย่อมมีความเสี่ยงอยู่แล้ว ในส่วนของความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ก็คงจะเป็นเรื่องของการไปกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย เส้นเลือดแดงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละคน ถ้าเป็นการผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง ความเสี่ยงที่จะไปกระทบกับส่วนเหล่านี้ก็จะน้อยลงมาก

  • เสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการที่เส้นประสาทใบหน้าได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้
  • เสี่ยงในการที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน

ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดจะทำให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษาดีที่สุด และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการผ่าตัดได้เป็นอย่างดี

  • งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดยากลุ่ม Aspirin หรือ Ibuprofen ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดวิตามิน อาหารเสริม ยาลดน้ำหนัก สมุนไพรทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดแต่งหน้าก่อนเข้าผ่าตัด
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • แจ้งประวัติการฉีด เสริม และตกแต่งใบหน้าทุกประเภท
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้เป็นประจำ
  • เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการประคบเย็บไว้ที่บ้าน เช่น cold pack

การดูแลหลังการผ่าตัดกระพุ้งแก้ม

  • สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ยกเว้น อาหารเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดที่ไหมเย็บแผล
  • ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัด
  • เริ่มประคบอุ่นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ในวันที่ 3 หลังการผ่าตัด
  • รับประทานยาที่ได้รับให้ครบตามที่แพทย์สั่ง