ลดแก้ม ทำไง

ลดแก้ม ทำไง ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ จะได้ผลหรือไม่ไปดู

แก้มกลม แก้มป่อง เป็นปัญหาที่มีไขมันสะสมบนใบหน้า ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธุ์ การรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ ทานอาหารขยะที่มีแต่ ไขมัน แป้ง น้ำตาล และเกลือ มากเกิน รวมไปจนถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก และดื่มน้ำน้อยเกินไป เมื่อมีไขมันที่แก้มมากต้องมองหาวิธีลดแก้ม ทำไง เพื่อที่จะลดไขมันบริเวณแก้มให้รูปหน้าให้เล็กลง

ในส่วนของเรื่องอายุ เมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างของกระดูก กล้ามเนื้อ และไขมัน บนใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป ไขมันที่เคยเกาะกลุ่มแน่นตึงบนใบหน้า จะเริ่มสลายไป และเคลื่อนตัวลงล่าง มากระจุกรวมกันบริเวณช่วงล่างของใบหน้า ทำให้เกิดแก้มห้อย คอเหนียง คาง 2 ชั้น หน้าบาน ซึ่งเป็นปัญหาของผิวที่เสื่อมสภาพ และมีอายุ

ปัจจุบันนี้สาว ๆ ทั้งหลายต่างก็ต้องการที่จะทำให้ตัวเองดูมีบุคลิกภาพที่ดี เมื่อมีรูปหน้าที่สวยงามก็สามารถที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองได้ จึงต้องมองหาวิธีที่จะลดแก้ม ซึ่งมีมากมายหลายวิธี ทั้งวิธีธรรมชาติ และวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่นำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยนั่นคือการทำศัลยกรรมลดแก้ม ซึ่งในวันนี้เราจะมานำเสนอทั้ง 2 วิธี ดังนี้

ลดแก้ม ทำไง ด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีลดแก้ม ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่พึ่งศัลยกรรม

  • เป่าลูกโป่ง กระชับแก้ม

ในขณะที่เราเป่าลมเข้าลูกโป่งกล้ามเนื้อบริเวณแก้มจะเคลื่อนไหว ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้แก้มกระชับขึ้นได้ ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้ ให้นำลูกโป่งมา 1 ลูก และเป่าลมเข้าไปเล็กน้อย ให้เป็นลูกเล็ก ๆ ก็พอ แล้วปล่อยลมออก แล้วเป่าใหม่ ทำซ้ำกัน 10 ครั้งต่อวัน

  • บริหารใบหน้าด้วยการออกเสียง อะ อิ อุ เอะ โอะ

วิธีการนี้จะช่วยลดแก้มป่อง ๆ ให้เรียวขึ้นได้เลย เพียงแค่ออกเสียงพื้นฐานของภาษาญี่ปุ่นว่า “อะ อิ อุ เอะ โอะ” ให้ได้ 3 นาทีต่อครั้ง ก็จะช่วยลดไขมันที่แก้มของเราได้

  • ออกกำลังกาย ลดน้ำหนักทุกส่วนของร่างกาย

ถ้าเราอยากลดไขมันที่แก้ม อยากให้หน้าดูเรียว ก็ต้องออกกำลังกายให้ได้ทุกสัดส่วน

  • หน้าเรียวด้วยการเปลี่ยนของกิน

การรับประทานอาหารที่มีไขมัน แคลอรีสูงๆ ทุกวัน น้ำหนักเราก็จะเพิ่มขึ้น และจะออกแก้มเป็นที่แรก ดังนั้น เราควรปรับเปลี่ยนอาหารการกินด้วย แนะนำให้รับประทานพวกผัก ผลไม้ อาหารที่มีโปรตีนที่จะช่วยเพิ่มการสร้างกล้ามเนื้อแทนไขมัน

  • เคี้ยวหมากฝรั่ง บริหารกล้ามเนื้อใบหน้า

การเคี้ยวหมากฝรั่งมีส่วนช่วยลดแก้มป่อง ๆ ของเราได้ ซึ่งมีงานวิจัยหนึ่งพบว่า หมากฝรั่งสามารถช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น 5% นอกจากนี้ การเคี้ยวหมากฝรั่ง ยังเป็นการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ช่วยให้หน้ากระชับขึ้นได้

เมื่อทราบถึงวิธีการลดแก้มบนใบหน้าด้วยวิธีธรรมชาติแล้ว ทีนี้เรามาดูวิธีการลดแก้มด้วยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์กันบ้างดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง

ลดแก้ม ทำไง ให้หน้าวีเชฟ

วิธีลดแก้ม ด้วยการทำศัลยกรรม

  • Thermage เป็นพลังงาน RF ที่สามารถสลายไขมัน และฟื้นฟูคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวได้ดี จึงทำให้ไขมันหายไปพร้อมผิวที่กระชับขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีไขมันประเภทผิวหย่อนคล้อย หลังการรักษา ทำให้ผิวกระชับหน้าเรียวได้รูป กรอบหน้าได้รูปชัดเจน แลดูอ่อนเยาว์
  • การดูดไขมันที่แก้ม(Vaser Liposelection) เป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อเกี่ยวกันอื่น ๆ
  • ฉีดเมโสลดแก้ม(เมโสแฟต) เป็นการกำจัดไขมันและลดเซลลูไลท์ส่วนเกินเฉพาะที่โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปบริเวณที่ต้องการ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลวแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ
  • ผ่าตัดลดแก้มคือ การผ่าตัดเอาไขมันที่มีอยู่ในกระพุ้งแก้มออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร เหมาะกับคนไข้ที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรมมากกว่า
  • โบทอกซ์แก้ม(Botox) เป็นการฉีดโบทอกซ์ลดกรามเพื่อทำการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กก่อน แล้วทำการฉีดโบทอกซ์เพื่อลิฟต์แก้มให้หน้าดูกระชับขึ้นอีกที วิธีนี้จะช่วยทำให้หน้าของคุณดูเรียวเล็กและแก้มดูกระชับขึ้นได้
  • ร้อยไหมลดแก้มคือ การใช้ไหมทางการแพทย์เพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนยานให้ตึงกระชับ เหมาะสำหรับคนแก้มยุ้ยที่สวยอยู่แล้ว มีแก้มเล็กน้อย หน้าไม่ใหญ่มาก
  • ฟิลเลอร์เติมคางการฉีดฟิลเลอร์เติมบริเวณคาง สามารถปรับรูปหน้าโดยรวมของคุณได้ หลังการฉีดจะทำให้คางของคุณดูคมขึ้นและหน้าดูเรียวยาวขึ้นเป็นรูปตัววี (V) ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนและไม่ดูกลมอีกต่อไป

บทสรุป

ลดแก้ม ทำไง ท่านสามารถปฏิบัติตามวิธีที่เราได้นำเสนอเพื่อกระชับใบหน้าให้มีรูปเรียวสวยได้ ซึ่งหากเป็นวิธีธรรมชาติท่านต้องมีวินัยในการปฏิบัติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ท่านต้องการ และหากเป็นวิธีศัลยกรรมท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลและวิธีการทำให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

ลดเหนียง ลดแก้ม

ลดเหนียง ลดแก้ม ช่วยให้หน้าเรียวได้ ไปดูกันเลยว่าต้องทำยังไง

หน้ากลม หน้าเหลี่ยม เป็นสิ่งที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ไม่พึงปรารถนา เนื่องจากว่าเป็นรูปหน้าที่บ่งบอกถึงการสะสมของไขมันบนใบหน้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้ทั้งหนุ่มและสาว ต่างก็ต้องการที่จะมีรูปหน้าที่สวยงามเป็นรูปไข่ หรือ รูปหน้า V Shape กันทั้งนั้น ดังนั้นเรามาหาวิธี ลดเหนียง ลดแก้ม กันดีกว่าค่ะว่ามีวิธีปฏิบัติอย่างไรบ้าง

วิธีลดเหนียง ลดแก้ม

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

หันมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังอุดมไปด้วยน้ำที่สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ซึ่งจะช่วยรักษาระดับน้ำบริเวณแก้มได้ และควรหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส โยเกิร์ต ฯลฯ เพราะจะช่วยลดการกักเก็บน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้าได้

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัด

เนื่องจากการรับประทานอาหารเค็มจัดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าเกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่องมากกว่าขึ้นกว่าเดิม

  • เลือกดื่มน้ำอุ่นและรับประทานอาหารอุ่น ๆ

การรับประทานอาหารเย็น ๆ หรือการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำจะทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ จนส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้นมาได้

  • ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและดื่มเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำและจะเกิดการกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จนทำให้แก้มบวมป่องมากขึ้น

ลดเหนียง ลดแก้ม แบบธรรมชาติ

  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

การดื่มน้ำน้อยเกินไปจนไม่เพียงพอต่อความต้องการจะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสำรองน้ำเอาไว้บริเวณแก้มและรอบดวงตา และทำให้แก้มดูอวบใหญ่มากยิ่งขึ้นได้ เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ

  • การนอน

สำหรับใครที่หน้าบวมอยู่ ให้ลองสังเกตดูว่าคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงหรือไม่ เพราะลักษณะการนอนทั้ง 2 แบบ จะส่งผลให้หน้าบวมได้ง่าย ดังนั้นการเลือกนอนหนุนหมอนต่ำและนอนในท่านั่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าได้

  • จัดฟัน

สำหรับบางคนการไปจัดฟันอาจทำให้หน้าดูเรียวเล็กลงได้ เพราะจะทำให้แก้มดูตอบลง คางดูยาวขึ้น ส่งผลให้รูปหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเปรียบเทียบก่อนไปจัดฟัน

  • การดูดไขมันที่แก้ม(Vaser Liposelection)

เป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย

  • ฉีดเมโสลดแก้ม(เมโสแฟต)

เป็นการกำจัดไขมัน และลดเซลลูไลท์ส่วนเกินเฉพาะที่โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปบริเวณที่ต้องการ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลวแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ

  • เทอร์มาจลดแก้ม(Thermage)

เป็นการนำเทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ (RF – Radiofrequency) เพื่อส่งพลังงานเข้าไปในผิวหนังชั้น Demis โดยคลื่นพลังงานดังกล่าวจะไปสร้างความร้อนอย่างสม่ำเสมอเพื่อลงไปแก้ปัญหาเส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยขาดการยืดหยุ่น ทำให้โครงสร้างใต้ผิวหนังเกิดการกระชับตัวมากขึ้น คอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยกระชับผิว แก้มและคางจะค่อย ๆ ยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ผ่าตัดลดแก้ม

เป็นการผ่าตัดเอาไขมันที่มีอยู่ในกระพุ้งแก้มออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรมมากกว่า

  • โบทอกซ์แก้ม(Botox)

เป็นการฉีดโบทอกซ์ลดกรามเพื่อทำการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กก่อน แล้วทำการฉีดโบทอกซ์เพื่อลิฟต์แก้มให้หน้าดูกระชับขึ้นอีกที วิธีนี้จะช่วยทำให้หน้าของคุณดูเรียวเล็กและแก้มดูกระชับขึ้นได้

ลดเหนียง ลดแก้ม อย่างไรดี

  • ร้อยไหมลดแก้ม

เป็นการใช้ไหมทางการแพทย์เพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนยานให้ตึงกระชับ เหมาะสำหรับคนแก้มยุ้ยที่สวยอยู่แล้ว มีแก้มเล็กน้อย หน้าไม่ใหญ่มาก แต่ต้องการเพิ่มความเป๊ะมากขึ้นเช่นเดียวกับการฉีดโบทอกซ์

  • ฟิลเลอร์เติมคาง

เป็นการฉีดฟิลเลอร์เติมบริเวณคางก็ช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมของคุณได้ หลังการฉีดจะทำให้คางของคุณดูคมขึ้นและหน้าดูเรียวยาวขึ้นเป็นรูปตัววี (V) ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนและไม่ดูกลมอีกต่อไป

บทสรุป

ลดเหนียง ลดแก้ม ใคร ๆ ก็อยากมีรูปหน้าที่สวยงามเป็นรูปตัว V กันทั้งนั้น ดังนั้นลองปฏิบัติตามวิธีที่เราได้นำเสนอไปจะช่วยลดแก้มได้แน่นอน ซึ่งท่านจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและถูกวิธี และหากต้องการที่จะเข้ารับบริการกับสถาบันเสริมความงามท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยดูรายละเอียดได้จากหน้าเพจของสถาบันนั้น ๆ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

ลดแก้มเร่งด่วน

วิธีการ ลดแก้มเร่งด่วน ช่วยทำให้หน้าเรียว

คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นกล้ามเนื้อ และไขมันบนใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเกิดจากการสะสมไขมันบนใบหน้า โดยมีปัจจัยจากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธุ์ และการดำรงชีวิตซึ่งได้แก่การรับประทานอาหาร เมื่อไขมันสะสมบนใบหน้ามากขึ้นทำให้เกิดไขมันมากระจุกรวมบริเวณช่วงล่างของใบหน้าทำให้เกิดแก้มห้อย คอเหนียง คาง 2 ชั้น และหน้าบาน จึงต้องหาวิธีลดแก้มเร่งด่วนกันเลยทีเดียว

วิธีการลดแก้ม ให้หน้าเรียว

ไขมันเมื่อเกิดขึ้นมาได้ก็ทำให้หายลงไปได้เช่นกัน ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถลดแก้มได้อย่างแน่นอน

  • ออกกำลังกายใบหน้า

การออกกำลังกายใบหน้า ก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังนี้

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้ม

วิธีปฏิบัติคือ ให้ท่านดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้

ลดแก้มเร่งด่วน ทำยังไง

  • การนวดแก้ม

วิธีปฏิบัติคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้

  • บริหารใบหน้าขณะทาครีม

วิธีปฏิบัติคือ ขณะที่ท่านทำการทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อยๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย

  • บริหารกล้ามเนื้อใต้คาง

กล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อย เกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อใต้คางให้แข็งแรง เพื่อที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะสามารถพยุงไขมันบริเวณใต้คางได้ ซึ่งท่าบริหารกล้ามเนื้อใต้คางก็ไม่ยาก สามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้

  • ท่ายืดคาง

วิธีปฏิบัติคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้ได้มากที่สุด แล้วยืดปาก ทำท่าปากจู๋ แล้วทำค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จะรู้สึกตึงที่บริเวณใต้คางเล็กน้อย ทำซ้ำ ๆ ทุกวัน หรือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อใต้คางได้ทำงาน และลดไขมันสะสมบริเวณนั้นด้วย

  • ท่ายืดคอ

วิธีปฏิบัติคือ ทำท่าคล้ายกับท่ายืดคาง แต่ให้ดันลิ้นแตะกับเพดานปากให้ได้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที คลายออก และทำซ้ำ 2 – 3 รอบต่อครั้ง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ และใต้คางให้กระชับขึ้น

  • คุมอาหาร

นอกจากการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ แล้ว การคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หากต้องการลดเหนียง ลดแก้ม ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง และหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกาย ลดแป้ง น้ำตาล เป็นต้น

เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ มาใช้ให้หมดไป และไม่สะสมไขมัน และแป้งเข้าไปเพิ่มอีก ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย หากลดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับร่างกายแทน

  • เมคอัพ ช่วยชีวิต

การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้หน้าเรียว สวย ในแบบที่ต้องการได้ชั่วคราว เพราะการจะลดไขมันสะสมในร่างกายนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว สาวๆ หลายคนอาจจะต้องอาศัยการคอนทัวร์ หรือเฉดดิ้ง ใบหน้าเพื่อให้หน้าดูเรียว ไร้เหนียงไปก่อน

เมื่อปฏิบัติตามวิธีข้างต้นแล้วแต่ต้องการให้เห็นผลอันรวดเร็วคงหนีไม่พ้นการพึ่งการทำศัลยกรรม โดยการทำศัลยกรรมนั้นจะเป็นการลดแก้มแบบเร่งด่วนซึ่งเห็นผลทันตาในบางวิธีและในบางวิธีอาจต้องใช้เวลาในการที่จะให้แก้มลดลง ซึ่งการทำศัลยกรรมลดแก้มมีดังนี้

ลดแก้มเร่งด่วน เพียงไม่กี่ขั้นตอน

วิธีลดแก้มแบบเร่งด่วน

  • เมโสแฟต ลดแก้ม ลดเหนียง เห็นผลใน 1 สัปดาห์

สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มเยอะ มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้ามาก การฉีดเมโสแฟต เป็นทางเลือกที่ดีและเห็นผลชัดเจนที่สุดในการใช้ลดแก้ม ลดเหนียง เพราะเป็นการลดไขมันเฉพาะจุด โดยเฉพาะไขมันในจุดที่ลดยาก แม้จะออกกำลังกายแล้วก็ยังลดไม่ค่อยลง สามารถใช้เมโสแฟตเป็นตัวช่วยเร่งให้ลดสัดส่วนได้ไวขึ้น

หลังฉีดเมโสแฟตลดแก้ม ลดเหนียงไปแล้วจะมีอาการบวมเล็กน้อย แต่จะยุบไปเองใน 3 – 4 ชม. เห็นผลชัดเจนใน
1 – 3 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของแต่ละคน) โดยการฉีดเมโสแฟต ไขมันจะเริ่มสลายตัว 10 – 15% ตั้งแต่การทำครั้งแรก

บทสรุป

สำหรับผู้ที่ต้องการลดแก้มแบบเร่งด่วน การฉีดเมโสแฟต เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เห็นผลไวที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านสามารถเข้ารับบริการได้แทบจะทุกสถานบริการ แต่ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านควรที่จะศึกษาข้อมูลวิธีการทำ ศึกษาข้อมูลตัวยาให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เข้ารับบริการเอง

ลดแก้ม ยังไง

ลดแก้ม ยังไง ให้หน้าเรียวแบบ V Shap ด้วยวิธีธรรมชาติ

สมัยนี้ไม่ใช่แต่เพียงผู้หญิงเท่านั้นที่ต้องการมีรูปหน้าที่เรียวเล็ก ผู้ชายก็เช่นกัน ซึ่งผู้ที่มีรูปหน้าใหญ่ รูปหน้ากลม สาเหตุมาจากการที่มีไขมันที่แก้มมากเกินไป ทั้งหนุ่มและสาวต่างก็ต้องหาวิธี ลดแก้ม ยังไง เพื่อที่จะได้เห็นตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวสวยงาม ซึ่งก่อนที่จะเสียเงินไปกับการทำศัลยกรรม ลองมาใช้วิธีธรรมชาติที่ได้ผล 100% กันก่อนดีกว่า ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างมาดูกันค่ะ

ลดแก้ม ด้วยวิธีธรรมชาติ

  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะขึ้น

อยากสุขภาพดี อยากลดไขมัน ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะเป็นเพศที่ดื่มน้ำน้อย ซึ่งควรดื่มวันละ 2 ลิตร การดื่มน้ำเปล่าก่อนมื้ออาหารจะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ดี เพราะกลุ่มคนที่ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร จะอิ่มเร็วและนานขึ้นกว่าปกติ

  • ดื่มแอลกอฮอล์ ให้น้อยลง

แอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์เยอะเกินไป ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้นและทำให้ร่างกายบวมน้ำ โดยที่แอลกอฮอล์ 1 กรัม ให้พลังงานถึง 7 แคลอรี (มากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน) จึงส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้น

  • ลดแป้งและน้ำตาล

ของกินพวก คุกกี ขนมเค้ก กาแฟเย็น น้ำแดงโซดา และข้าวสวย คือต้นเหตุของความอ้วน เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะไปเร่งให้ร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้น และไขมันที่ใบหน้ายังไม่มีรายงานการวิจัยว่าเกิดจากการรับประทานเค้กทุกวัน แต่ถ้าเราเปลี่ยนมารับประทานผัก ผลไม้ เราจะสามารถลดทั้งน้ำหนักและไขมันในร่างกายได้ในเวลาเดียวกัน

ลดแก้ม ยังไง ให้หน้าเรียว

  • ลดโซเดียม (Sodium) จากอาหาร

ถ้าร่างกายได้รับโซเดียมเยอะเกินไป หน้าเราก็จะบาน เหนียงยาน ตัวบวม และแก้มย้วยได้ งานวิจัยพบว่า โซเดียมจากอาหารจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิด ภาวะคั่งน้ำ ได้

  • ออกกำลังกายที่หน้า

การออกกำลังกายที่หน้า สามารถช่วยปรับรูปหน้า ลดรอยเหี่ยวย่น และช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงขึ้น

  • ท่าออกกำลังกายหน้า (Facial Exercise) ที่คนส่วนใหญ่บอกว่าทำแล้วได้ผลคือ “ท่าอมลม” เริ่มต้นด้วยการอมลมไว้ในกระพุ้งแก้ม (เหมือนกำลังจะเป่าลูกโป่ง) แล้วให้สลับลมไปมาระหว่างกระพุ้งแก้ม 2 ข้าง ทำวนไปประมาณ
    ข้างละ 8 – 10 ครั้ง
  • ท่าต่อมาคือ ท่ายิ้ม (Smile) แต่มีข้อแม้ว่า ริมฝีปากต้องปิดมิดชิดตลอดเวลา กัดฟันไว้ และยิ้มไปให้สุด เราควรยิ้มค้างไว้ประมาณ 8 วินาที
  • เพิ่มคาร์ดิโอ (Cardio)

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เดินเร็ว และว่ายน้ำ ฯลฯ เป็นการออกกำลังกายที่สามารถเร่งให้ร่างกายเผาผลาญไขมันในร่างกายมากขึ้น หากหน้าเรากลมตั้งแต่แรก ก็เพราะว่าร่างกายมีไขมันสะสมเยอะเกินไป ดังนั้นเมื่อเราลดไขมันในร่างกายได้ ทั้งหน้า แขน ขา และพุง ก็จะเล็กลงโดยอัตโนมัติ

การออกกำลังกายง่ายๆที่เราทำได้เลย คือ การวิ่ง เดินเร็ว ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน ตั้งเป้าไว้ที่ วันละ 20-40 นาที

  • นอนให้เป็นเวลา

คนที่อดนอนจะมี ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูง ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้คือตัวก่อให้เกิดความเครียด ซึ่งจะมีผลด้านลบต่อสุขภาพหลายอย่าง และที่สำคัญฮอร์โมนนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากกินโน่นกินนี่ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงๆ ผลที่ตามมาคือ น้ำหนักเกินและร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้นจนลามไปถึงหน้า ดังนั้นเรา

จึงควรนอนให้ได้วันละ 6 – 8 ชั่วโมง

เมื่อเราลดแก้มด้วยวิธีธรรมชาติแล้วเห็นผลช้าหรือไม่ได้ผล เราคงต้องพึ่งศัลยกรรมลดแก้มด้วยการใช้เทคนิคทางการแพทย์ ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นผลเร็วและได้ผลแน่นอน โดยที่แต่ละวิธีอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ถาวรและไม่ถาวร คงต้องมาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง

ลดแก้ม ยังไง ให้ดูดี

ศัลยกรรมลดแก้ม

  • การฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์ถือเป็นการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น แพทย์จะนำโบท็อกซ์มาฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ตามมาหลังการฉีด Botox คือ กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น

  • การฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

การฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ เป็นวิธีสลายไขมันแบบเฉพาะจุด วิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยมาก เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สามารถสลายออกจากร่างกายได้ดี

  • การร้อยไหมหน้าเรียว

เป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อยมาก จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความสนใจสำหรับคนที่อยากได้หน้าเรียวสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวมาก พักฟื้นไม่นาน วิธีนี้จะอยู่ไม่ถาวร

  • การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

ถือเป็นอีก 1 วิธีที่สามารถช่วยให้ใบหน้าเล็กเรียวได้ โดยแพทย์จะทำการดูดในบริเวณ เหนียง คอ แก้มด้านล่าง และขอบกราม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการสะสมของไขมันของแต่ละบุคคล วิธีนี้จะช่วยทำให้ มองเห็นรูปกรอบหน้า คาง และ ลำคอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูผอมลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

บทสรุป

ลดแก้มยังไง ไม่ว่าจะเป็นหนุ่ม หรือสาว หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีอายุมากขึ้นต่างก็ต้องหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวเล็ก ซึ่งแต่ละคนอาจจะใช้เทคนิคที่ไม่เหมือนกัน แต่หากต้องการที่จะเข้ารับบริการจากการศัลยกรรมลดแก้มท่านควรจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ แพทย์ผู้ให้บริการ และราคา ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ลดแก้มห้อย

วิธีการ ลดแก้มห้อย ทำอย่างไร แบบไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ผู้ที่มีรูปหน้าใหญ่ หน้ากลม ถือเป็นปัญหาหนักอก ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหรือสาว เพราะจะทำให้ผู้ที่มีรูปหน้าแบบนี้ขาดความมั่นใจ จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เล็กเรียวทันใจ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปจะทำให้ผิวหนังด้านบนเริ่มหย่อนคล้อย ซึ่งก่อให้เกิดแก้มห้อยลงมาทำให้ใบหน้ามีความหย่อนคล้อย ดังนั้นเรามาหาวิธีลดแก้มห้อยกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง

วันนี้เราจะมาเอาใจสาว ๆ ที่มีรูปหน้าที่มีส่วนเกินเยอะ เช่น มีแก้มห้อยหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากไขมันที่มาสะสมตรงกระพุ้งแก้ม เป็นปัญหาที่สาว ๆ หลายคนต่างประสบพบเจอ เนื่องจากมีน้ำหนักตัวเยอะ และวันนี้เราจะมานำเสนอวิธีลดแก้มด้วยตัวเองโดยที่ยังไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมก่อน

ลดแก้มห้อย ทำยังไง

วิธีลดแก้มห้อย

  • บริหารใบหน้า

การทำเช่นนี้เป็นการบริหารเพื่อให้ใบหน้ามีความกระชับขึ้น ไม่หย่อนคล้อยง่าย เช่นเดียวกับร่างกาย เมื่อมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะแข็งแรง กระชับขึ้น โดยท่าที่นิยมคือ การพูดออกเสียง อา อี อู เอ โอ โดยควรทำเป็นประจำก็จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น

  • พยายามงดอาหารรสเค็มจัด

อาหารที่มีรสเค็มจัดมักมีเกลือผสมอยู่มาก ซึ่งโดยปกติเกลือจะคอยดูดน้ำเข้าสู่โมเลกุลตัวเอง จึงทำให้เมื่อไอออนโซเดียมไปอยู่ส่วนไหนของร่างกาย ก็จะทำให้ส่วนนั้นมีอาการบวมน้ำขึ้นมา

  • พยายามงดน้ำตาล

ในปัจจุบันนี้อาหารหลักและเครื่องดื่มมักมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบค่อนข้างสูง ซึ่งนอกจากน้ำตาลจะมีผลก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวานที่ตามมาแล้ว น้ำตาลยังทำให้เซลล์ของร่างกายตามอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งเซลล์ผิวหน้าแก่เร็วขึ้น จึงทำให้ความหย่อนคล้อย ไม่กระชับเริ่มแสดงอาการออกมา เราจึงมักจะเห็นว่า คนที่ชอบกินของหวานเป็นประจำ มักจะมีปัญหาสุขภาพ แก้มย้อย และใบหน้าแลดูแก่กว่าวัย

  • ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

หากคุณมีปัญหาแก้มย้อยการประคบหน้าด้วยผ้าเย็นบ่อย ๆ จะช่วยลดอาการบวมลงได้ แต่ระวังอย่าให้เย็นจัดจนเกินไป

  • .นวดหน้า

หากต้องการที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก็ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าแต้มตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นเริ่มนวดอย่างแผ่วเบาด้วยปลายนิ้วมือ พยายามเน้นในช่วงแก้มที่ย้อย โดยนวดในแนวปัดขึ้นด้านข้าง และด้านบนเพื่อกระชับใบหน้า จากนั้นนวดไล่ตามคาง ให้เข้ารูป เพียงทำเป็นประจำทุกวัน ไม่นาน ใบหน้าก็จะเข้ารูป แก้มที่ย้อยก็จะลดลง

เมื่อปฏิบัติตามที่เราได้แนะนำแล้ว สาว ๆ ก็ควรที่จะใส่ใจกับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดอยู่เสมอเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิว ตลอดจนนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน เพียงเท่านี้ ปัญหาแก้มย้อยก็จะไม่มากวนใจคุณอีกต่อไป

เมื่อเราได้วิธีการลดแก้มด้วยตัวเองไปแล้ว หากปฏิบัติแล้วเห็นผลช้าหรือในบางรายอาจจะไม่เห็นผลเลย คงต้องมองหาวิธีที่จะเห็นผลรวดเร็วด้วยการใช้เทคนิคทางการแพทย์เข้าช่วย การทำศัลยกรรมลดแก้มมีหลายวิธีซึ่งเราขอนำเสนอ ดังนี้

วิธีการ ลดแก้มห้อย

วิธีลดแก้มด้วยการทำศัลยกรรม

  • การร้อยไหมหน้าเรียว

เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อยมาก จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความสนใจสำหรับคนที่อยากได้หน้าเรียวสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวมาก พักฟื้นไม่นาน วิธีนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร

  • การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

แพทย์จะทำการดูดไขมันในบริเวณ เหนียง คอ แก้มด้านล่าง และขอบกราม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการสะสมของไขมันของแต่ละบุคคล วิธีนี้จะช่วยทำให้ มองเห็นรูปกรอบหน้า คาง และ ลำคอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูผอมลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

เพราะหลังจากที่ทำการดูดไขมันบริเวณใบหน้าแล้ว ผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันออกไป จะมีความเรียบและกระชับขึ้น การทำศัลยกรรมหน้าเรียว ด้วยวิธีนี้ถือเป็นการทำแบบถาวร เนื่องจากไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาอีก อีกวิธีหนึ่งที่เจ็บตัวน้อยแต่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

  • การฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

เป็นการฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ เป็นวิธีสลายไขมันแบบเฉพาะจุด วิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยมาก เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สามารถสลายออกจากร่างกายได้ดี

  • การฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกถือเป็นการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น ผลของการฉีดโบท็อก แพทย์จะนำโบท็อกมาฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ตามมาหลังการฉีด Botox คือ กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น

บทสรุป

ลดแก้มห้อย มีหลากหลายวิธีซึ่งสาว ๆ สามารถปฏิบัติด้วยตัวเองได้ หรือจะใช้การทำศัลยกรรมก็ได้ แต่ละวิธีจะมีความแตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้เหมือนกันคือปัญหาแก้มห้อยหย่อนคล้อยจะหมดไป และผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพไขมันของแต่ละบุคคล  แต่ก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี pantip

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี pantip วิธีการเลือกคลินิคดีๆ

ยุคนี้เป็นยุคที่สาว ๆ ต่างก็อยากมีรูปหน้าที่เรียวสวย ใบหน้ารูปไข่ V Shape กันทั้งนั้น และหากเกิดมามีรูปหน้าที่กลม ใหญ่ บาน คงต้องหาวิธีที่จะทำให้รูปหน้าดูเรียวเล็กขึ้นมาได้ หนึ่งในการทำศัลยกรรมที่ทำให้หน้าสวยขึ้นมาได้นั่นคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม หากท่านต้องการเข้ารับบริการตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี pantip วันนี้เราขอนำเสนอวิธีเลือกคลินิกเพื่อเป็นตัวช่วยในการเข้าใช้บริการ

ไขมันกระพุ้งแก้ม คือ กลุ่มของก้อนไขมันที่โดยปกติร่างกายเรามีอยู่แล้ว เป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ทุกคนมีเจ้าก้อนไขมันตรงแก้มนี้อยู่แล้ว แต่จะมีมากมีน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า บางคนดูหน้าอวบ ๆ มาตั้งแต่กำเนิด ทั้งที่ก็ไม่ได้อ้วน

วิธีเลือกคลินิกตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • สถานที่ต้องมีความน่าเชื่อถือ

ควรมีใบประกอบการอย่างถูกต้อง มีข้อมูลเบื้องต้นของคลินิก มีความน่าเชื่อถือของสถาบันนั้น หากเป็นไปได้ควรเปิดบริการมานานพอสมควร

  • แพทย์ผู้ให้การรักษามีความเชี่ยวชาญ

แพทย์ต้องมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญมีเคสรักษาหลายเคส แพทย์ควรให้คำแนะนำและตอบข้อซักถาม ข้อสงสัยให้กับผู้ที่มาใช้บริการได้อย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง

  • รีวิวและผลตอบรับดีเยี่ยม

การดูรีวิวคลินิก จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของบุคคลนั้น ๆ

  • ราคาสมกับคุณภาพ การบริการดีเยี่ยม

การตั้งราคาของแต่ละคลินิก สามารถแตกต่างกันได้ ควรมีการแจ้งราคาและค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน สามารถเช็คราคาและเปรียบเทียบราคาของแต่ละคลินิกได้ ที่สำคัญไม่ควรมีค่าบริการเพิ่มภายหลัง และการบริการที่ดีหมายถึง ความเอาใส่ใจที่มีต่อลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจ ประทับใจและอยากกลับมาใช้บริการอีก

ดังนั้นจึงควรมีการบริการที่ดี ดูแลเอาใจใส่ประดุจผู้ที่มาใช้บริการเป็นบุคคลที่สำคัญ พนักงานควรพูดจาสุภาพ กิริยาอ่อนน้อม ใบหน้ายิ้มแย้มให้ความสำคัญกับทุกคน และสามารถตอบข้อสงสัยในเรื่องราคาและการให้บริการในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มสามารถทำได้กับทุกคน แต่ถ้าจะให้ดีผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มควรมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป หากทำเร็วเกินไปจะทำให้การผ่าตัดเอาไขมันกระพุ้งแก้มออกมีแนวโน้มที่จะเอาไขมันออกมากเกินไป ภายหลังรูปหน้ามีการปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติ ไขมันใต้ผิวหนังที่แก้มลดลง ก็จะทำให้แก้มดูตอบมากเกินไป เป็นผลให้ดูกว่าวัยได้

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแพทย์จะทำการฉีดยาชาด้วยเข็มที่เล็กมาก และเปิดแผลภายในช่องปากใกล้ฟันกรามบริเวณกระพุ้งแก้มประมาณ 5 – 10 มม. จากนั้นจะทำการผ่าตัดเลาะไขมันใต้กล้ามเนื้อออกมา หลังทำการห้ามเลือดและตรวจเช็คแผลเป็นอย่างดีแล้ว เย็บแผลด้วยไหมละลาย โดยใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 45 – 60 นาที

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี pantip ได้มาตรฐานสากล

การดูแลตัวเองหลังทำการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • งดรับประทาน ของหมักดอง กะปิ ปลาร้า อาหารทะเล ไข่ และวิตามินอาหารเสริม อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 7 วันแรกอาจมีอาการบวมมากน้อยต่างกันไป ผลชัดเจนแก้มจะยุบเต็มที่ 2 สัปดาห์
  • 7 วันแรก ให้แปรงฟันเน้นด้านหน้า ด้านใกล้แผลให้แปรงเบา ๆ สามารถใช้น้ำยาบ้วนปากผสมน้ำเปล่าบ้วนปากเสริมได้
  • แผลกระพุ้งแก้มด้านในเป็นไหมละลาย ไม่ควรแปรงฟันแรงบริเวณใกล้แผล ไหมจะละลายใน 2 สัปดาห์
  • ไม่ควรเอาลิ้นดุนแผล พูดเยอะ หรือเคี้ยวอาหารเหนียวแข็ง ใน 2 สัปดาห์แรก เนื่องจากอาจจะทำให้ไหมหลุด หรือทำให้แผลปวดระบมได้
  • หากมีอาการบวมที่แก้ม หรือรู้สึกเป็นก้อน เกิดจากตอนผ่าตัดมีเลือดออก จะสลายไปได้เองภายใน 1 เดือน
  • อาจมีรอยช้ำเกิดได้ หลัง 3 วันให้ประคบอุ่นช่วยและทายาแก้ฟกช้ำได้
  • ประคบเย็น ประมาณ 3 วันหลังทำ ที่กระพุ้งแก้ม
  • หลัง 3 วัน หากไม่เขียวไม่ต้องประคบอุ่นต่อก็ได้ อาการบวมส่วนใหญ่จะหายใน 7 วัน
  • นอนศีรษะสูง 2-3 วันแรก เพื่อลดอาการบวม
  • ทานยาฆ่าเชื้อจนครบ ตามที่แพทย์แนะนำ
  • บ้วนปากหลังทานอาหารทุกครั้ง
  • ระวังเศษอาหารขังในบริเวณช่องปาก
  • สามารถล้างหน้า แต่งหน้าได้ตามปกติ
  • แก้มจะค่อยๆยุบเข้าที่ในช่วง 2 – 3 เดือน

บทสรุป

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี pantip สาว ๆ ทุกคนต่างก็อยากมีรูปหน้าที่สวยงาม ท่านสามารถเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้ตามคลินิกเสริมความงาม ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านต้องศึกษารายละเอียดให้ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา สถานที่ แพทย์ผู้ให้บริการ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เข้ารับบริการเอง

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม โปรโมชั่น

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม โปรโมชั่น ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม โปรโมชั่น ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับไขมันกระพุ้งแก้มก่อนว่าคืออะไร ซึ่งไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ทุกคนมีเจ้าก้อนไขมันตรงแก้มนี้อยู่แล้ว แต่จะมีมากมีน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า บางคนดูหน้าอูม ๆ อวบ ๆ มาตั้งแต่กำเนิด ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้อ้วน ไขมันส่วนนี้ไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่ถ้ามีมากก็จะทำให้เกิดความกังวล ไม่มั่นใจ เนื่องจากใบหน้าดูไม่สมส่วน ไม่สวยงาม จึงทำให้ต้องมีการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

สาว ๆ ในปัจจุบันนี้ต้องการที่จะมีรูปหน้าเรียวสวย ได้ขนาด ซึ่งจะทำให้สาว ๆ มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเมื่อมีรูปหน้าที่สวยงาม จึงต้องหาวิธีที่จะกำจัดเจ้าไขมันตรงกระพุ้งแก้มออกไป โดยที่มีวิธีต่าง ๆ มากมายที่จะกำจัดไขมัน เช่น การดูดไขมัน การฉีดโบท็อก การฉีดเมโส และวิธีที่ดีที่สุดในปัจจุบันนี้คือการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ซึ่งก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านต้องหาคลินิกที่จัดโปรโมชั่นดี ๆ

ใครบ้างที่จะเข้ารับการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม

ผู้ที่มีปัญหาแก้มที่ป่อง แก้มห้อย จนดูไม่สมส่วนกับร่างกาย รวมถึงคนที่ต้องการปรับใบหน้าให้เน้นตรงส่วนที่เป็นโหนกแก้มให้เห็นชัดเจนมากขึ้นตามลักษณะนิยมของตะวันตก และจะต้องอยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

ข้อดีของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ให้ผลลัพธ์ในการปรับรูปหน้าอย่างถาวร
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก และสูญเสียเลือดน้อย
  • ไม่มีรอยช้ำ หรือแผลเป็นภายนอก
  • ไม่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติหลังรับการผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ท่านจะต้องแจ้งประวัติการแพ้ยา ยาและอาหารเสริมที่รับประทาน โรคประจำตัว และประวัติการผ่าตัดให้แพทย์ทราบ และนำยาที่รับประทานประจำมาให้แพทย์ประเมิน
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 2 สัปดาห์ ท่านจะต้องงดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด (กลุ่มยา aspirin, Ibuprofen) วิตามินกลุ่ม เอ อี ซี สมุนไพร โสมเมล็ดองุ่น น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านจะต้องงดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและระยะการบวมที่นานกว่าปกติ
  • ก่อนเข้ารับบริการหากท่านมีโรคเกี่ยวกับช่องปาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ควรแปรงฟันให้สะอาดก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม มีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยาก แพทย์จะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้าฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด จากนั้นแพทย์ก็จะเริ่มเปิดแผลที่ด้านในกระพุ้งแก้ม และผ่าลึกผ่านกล้ามเนื้อเพื่อให้เจอกลุ่มก้อนไขมัน จากนั้นแพทย์ก็จะค่อย ๆ ดึงและตัดไขมันออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเย็บปิดแผล ก็เป็นอันจบขั้นตอน

หลังผ่าตัด แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการสักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติใดแพทย์ก็จะให้กลับบ้านได้

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม โปรโมชั่น ที่ไหนดี

การปฏิบัติตัวหลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • หลังทำการผ่าตัด 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็น เพื่อช่วยลดบวม
  • หลังทำการผ่าตัดครบ 5 วันไปแล้ว ประคบร้อน เพื่อลดอาการบวม
    เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ท่านต้องหมั่นบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด เป็นประจำ
  • หลังผ่าตัดควรรับประทานอาหารอ่อน รสจืด งดอาหารเผ็ด อาหารร้อน และ ของหมักดอง เพื่อป้องกันการอักเสบ
  • เมื่อแผลหายระบม ให้ใส่สายรัดหน้าเรียว เพื่อลดอาการบวม เพื่อกดให้โพรงที่เกิดจากการนำไขมันออกยุบติดกัน และไม่เกิดการคั่งของน้ำเหลือง ช่วยให้หายเร็ว และทำให้หน้าเรียวเข้ารูปมากยิ่งขึ้นด้วย
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดออกกำลังกายหนัก ๆ 1 – 2 สัปดาห์ หลังทำการผ่าตัด
    ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • ความเสี่ยงในการที่เส้นประสาทใบหน้าได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้
  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน

ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

ข้อดีของการปรับรูปหน้าด้วยการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มทำเพียงครั้งเดียว แต่ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร
  • การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นทางออกสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มป่องจากพันธุกรรม
  • ไม่เห็นรอยแผลผ่าตัด เนื่องจากแผลอยู่ในช่องปาก

บทสรุป

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม โปรโมชั่น ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดว่าการตัดไขมันกระพุ้งแก้มนั้นเหมาะกับใคร และควรศึกษาถึงผลกระทบ ผลดี ผลเสีย รวมถึงข้อมูลของสถานบริการและแพทย์ผู้ให้บริการซึ่งต้องมีความชำนาญ ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของตัวผู้เข้ารับบริการเอง

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย มีความเสี่ยงอะไรบ้าง สิ่งที่คุณต้องรู้

แก้มห้อย หน้าหย่อนคล้อย เป็นสิ่งที่สาว ๆ ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะนั่นหมายถึงจะทำให้รูปหน้าของเรามีความหย่อนคล้อย เมื่อมองเข้ามาจะบ่งบอกถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสาว ๆ ต้องการให้คนที่มองเข้ามาแล้วให้เราดูเด็กอยู่ตลอดเวลา จึงต้องพึงนวัตกรรมทางการแพทย์ซึ่งมีหลากหลายวิธี และหนึ่งในวิธีที่เราจะพูดถึงคือ การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย เป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันนี้

ปัญหาแก้มห้อยเกิดจากอายุที่มากขึ้นทำให้แก้มหย่อนคล้อยไปตามวัย เกิดจากแสงแดด เพราะในแสงแดดมีรังสี UV ที่เป็นตัวร้ายทำลายผิว เกิดจากความเครียดที่สะสมเป็นระยะเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นความเครียดเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ

ไขมันกระพุ้งแก้ม คือ ก้อนไขมันที่ปกติร่างกายเรามีอยู่แล้ว เป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว โดยที่ทุกคนจะมีเจ้าก้อนไขมันตรงแก้มนี้อยู่แล้ว แต่จะมีมากหรือมีน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า บางคนดูหน้าอูม ๆ อวบ ๆ มาตั้งแต่เกิด ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้อ้วน ไขมันตรงนี้จริง ๆ แล้วไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่ถ้ามีมากก็จะทำให้เกิดความไม่มั่นใจเพราะจะดูไม่สวยงาม จึงทำให้ต้องมีการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันส่วนเกินบริเวณกระพุ้งแก้มออกเพื่อปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง และยังช่วยทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากไขมันกระพุ้งแก้มที่ห้อยลงด้านล่างกลับตึงขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าที่หย่อนคล้อย หรือแก้มห้อยให้ตึงกระชับมากขึ้น

การรักษา ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

  • ความเสี่ยงในการที่เส้นประสาทใบหน้าจะได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้
  • ความเสี่ยงในการเกิดเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน
  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด

สาเหตุหลักที่ทำให้หน้าบาน

  • ไขมันกระพุ้งแก้ม ไขมันกระพุ้งแก้มนี้จะอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของแก้มทางด้านหน้า วิธีสังเกตให้ยิ้มกว้าง ๆ แล้วหน้าบานออกด้านข้าง การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดคือ “ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม”
  • กล้ามเนื้อกราม กล้ามเนื้อกราม มีหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร หากใช้งานมาก เช่น เคี้ยวอาหารเหนียว แข็งมาก  ๆ หรือ นอนกัดฟัน จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใหญ่และบานขึ้น สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการ “ฉีดโบท๊อกลดกราม
  • โหนกแก้ม กระดูกโหนกแก้มที่นูนและกว้างออกทำให้โครงหน้าบานและกว้างออกด้านข้าง การรักษาที่ตรงจุดจริง ๆ คือ “การผ่าตัดลดโหนกแก้ม”

ผู้ที่ไม่ควรเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเลือด โรคลมชัก
  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
ขั้นตอนการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

แพทย์จะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้าฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด จากนั้นแพทย์ก็จะเริ่มเปิดแผลที่ด้านในกระพุ้งแก้ม และผ่าลึกผ่านกล้ามเนื้อเพื่อให้เจอกลุ่มก้อนไขมัน จากนั้นแพทย์ก็จะค่อย ๆ ดึงและตัดไขมันออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเย็บปิดแผล

หลังผ่าตัด แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการสักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แพทย์ก็จะให้อนุญาตให้กลับบ้านได้

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะเป็นวิธีที่ดี เหมาะกับทุกคน แต่ก็จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เนื่องจากในวัยเด็กบริเวณใบหน้าจะมีไขมันใต้ผิวหนังเป็นจำนวนมาก พออายุเพิ่มขึ้นไขมันส่วนนี้จะลดลงเอง หากทำเร็วเกินไปจะทำให้การผ่าตัดเอาไขมันกระพุ้งแก้มออกมากเกินไป ซึ่งจะทำให้แก้มดูตอบมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ดูแก่กว่าวัย

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย แก้ไขยังไง

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมีความเสี่ยง หรือไม่

ในส่วนของความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ก็คงจะเป็นเรื่องของการไปกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย เส้นเลือดแดงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละคน ถ้าเป็นการผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง ความเสี่ยงที่จะไปกระทบกับส่วนเหล่านี้ก็จะน้อยลงมาก

บทสรุป

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย เป็นวิธีการที่จะทำให้รูปหน้าสวยงามมีลักษณะเป็น V Shape ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีใบหน้ากลม ใบหน้าหย่อนคล้อย และการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มนี้จัดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากจะไม่มีไขมันกลับมาสะสมหากเราดูแลตัวเองดี ปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำ ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนเข้ารับบริการ

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มราคา

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มราคา เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

สาว ๆ ที่มีรูปหน้าใหญ่ แก้มป่อง สาเหตุของใบหน้าที่ไม่เรียวสวย คงอยากที่จะมีใบหน้าที่เรียวสวย V Shape ปัจจุบันนี้การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal) เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้า ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง ซึ่งการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มราคา เท่าไหร่เรามาดูกันว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

ปัญหาไขมันส่วนเกินบนใบหน้าและลำคอ เกิดจากการสะสมของไขมันในจุดที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แก้ม และคาง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการรับประทานอาหารที่เกินพอดี อาหารที่มีแคลอรีสูง ๆ เช่น กลุ่มแป้ง น้ำตาล ไขมัน โดยไม่ได้สัดส่วนกับการเผาผลาญไขมัน เช่น จากการออกกำลังกาย

เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ไขมันส่วนเกิน ก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ไขมัน ก็จะอ้วนพองใหญ่และเพิ่มจำนวนมากขึ้นทำให้ใหญ่ขึ้นเฉพาะบางส่วนได้ การแก้ไขปัญหาในปัจจุบันก็มีหลายวิธี เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย การฉีดสารเพื่อสลายไขมัน แต่การรักษาที่ตรงจุด เห็นผลมากที่สุดคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

นอกจากการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะช่วยทำให้หน้าเรียวมากขึ้นแล้ว ยังพบว่าการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะช่วยทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากไขมันกระพุ้งแก้มที่ห้อยลงด้านล่าง กลับตึงขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย หรือแก้มห้อยให้ตึงกระชับมากขึ้นอีกด้วย

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มเหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีรูปหน้ากลม บานใหญ่ จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ
  • ผู้ที่ใบหน้ามีไขมันส่วนเกินสะสมมาก
  • ผู้ที่อยากจะมีรูปหน้าที่สวยได้รูปเรียวเล็กเป็นรูปทรง V Shape
  • ผู้ที่ดูแลตัวเอง และอยากดูดีในสายตาคนอื่น

ผู้ที่ไม่สมควรเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคลมชัก โรคเลือด โรคความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง
  • สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มราคา เท่าไหร่บ้าง

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ท่านจะต้องแจ้งแพทย์ที่ให้บริการว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง ประวัติการแพ้ยา และยาที่รับประทานอยู่ประจำ
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านจะต้องงดรับประทานยากลุ่มแอสไพริน และอาหารเสริมจำพวกวิตามิน โสม และยาลดน้ำหนักทุกชนิด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ท่านต้องงดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านต้องพักผ่อนให้เพียงพอ
  • จะต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการป่วย
  • เตรียมตัวนอนพักฟื้นระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง
ขั้นตอนในการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • ทีมแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพ และวัดความดันโลหิต รวมถึงชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  • ทีมแพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  • เมื่อยาชาออกฤทธิ์ดีแล้ว ทีมแพทย์จะทำการผ่าตัดนำเอาไขมันส่วนเกินบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างออก
  • แพทย์จะทำการเย็บปิดบาดแผลด้วยไหมละลาย ทำให้คนไข้ไม่ต้องเข้ามาตัดไหม
  • แพทย์จะใช้เวลาผ่าตัดทั้งหมดประมาณ 40 – 60 นาที
  • ทีมแพทย์จะคอยดูอาการคนไข้หลังการผ่าตัดประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาการภาวะแทรกซ้อนใด ๆ และจะให้ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างในระหว่างดูอาการ
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • เพื่อเป็นการลดอาการบวม หลังผ่าตัดไปช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็นบริเวณแก้มเป็นระยะ
  • เพื่อให้เลือดหมุนเวียนได้ดี และเป็นการลดอาการบวม หลังผ่าตัดไปช่วง 3 – 5 วัน เปลี่ยนจากประคบเย็น เป็นประคบอุ่น
  • ในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด ร้อนจัด และควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • เพื่อป้องกันเศษอาหารไปติดที่บริเวณบาดแผล ท่านควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีทำให้แสบปาก หรือน้ำสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร แปรงฟันด้วยความระมัดระวัง อย่าแปรงแรงเพราะอาจจะไม่กระทบกับบาดแผลได้
  • หลังทำการผ่าตัด 1 – 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่
  • ในช่วงสัปดาห์แรกควรงดออกกำลังกายหนัก ๆ
  • ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ข้อดีของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก
  • ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • เจ็บน้อย
  • แผลผ่าตัดหายเร็ว

บทสรุป

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ราคา ขึ้นอยู่กับสถานบริการและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการผ่าตัด ดังนั้นก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ ตัวแพทย์ว่ามีความเชี่ยวชาญหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของราคา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยหลักในการที่จะตัดสินใจเข้าใช้บริการ

กระพุ้งแก้มเปื่อย

กระพุ้งแก้มเปื่อย มีสาเหตุมาจากอะไร และรักษาอย่างไร

ปัญหาสุขภาพภายในช่องปากมีด้วยกันหลายอย่าง และการมีแผลภายในปากก็ใช่จะละเลยได้เสมอไป โดยเฉพาะแผลบริเวณกระพุ้งแก้ม เพราะหากปล่อยไว้จนเกิดการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มอาจทำให้กระพุ้งแก้มเปื่อยได้ จนทำให้แก้มบวมเป่ง อาจร้ายแรงถึงขั้นต้องรักษาโดยการผ่าตัด

สาเหตุของการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้ม มีอะไรบ้าง

  • มีแผลในปากการมีแผลในปากสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และแม้แต่การเผลอกัดกระพุ้งแก้มจนกลายเป็นแผลก็เช่นเดียวกัน หากมีแผลแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เรื้อรังเป็นเวลานาน เพราะอาจลุกลามจนเกิดการติดเชื้อและอักเสบบวมได้
  • เป็นร้อนในแผลร้อนในมักเริ่มจากการมีแผลหรือเป็นตุ่มแดงเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นตรงบริเวณริมฝีปากส่วนใน กระพุ้งแก้มหรือบริเวณลิ้น จากนั้นก็จะกลายเป็นสีขาวๆ มีขอบสีแดงนูนบวมออกมา และหากแผลร้อนในเกิดการเรื้อรังก็ย่อมติดเชื้อและอักเสบได้ ที่สำคัญยังมีอาการเจ็บแสบหรือปวดอย่างมากอีกด้วย
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สำหรับสาว ๆ ก่อนประจำเดือนจะมา หรือผู้หญิงตั้งครรภ์ก็มักพบว่ามีอาการร้อนในเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน และโดยปกติแล้ว อาการร้อนในที่เกิดขึ้นในบริเวณลิ้นหรือกระพุ้งแก้มนั้นก็จะหายไปเองได้ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์

แต่ในบางคนอาจได้รับปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการร้อนในเรื้อรังต่อได้ เช่น การนอนดึกบ่อย ๆ ความเครียด สูบบุหรี่ จนทำให้แผลร้อนในลุกลามอักเสบ ติดเชื้อและมีอาการบวมนูนขึ้นได้ในที่สุด

  • ปัญหาสุขภาพภายในช่องปากหากผู้ป่วยมีอาการฟันผุเรื้อรัง หรือเกิดการระคายเคืองจากฟันที่มีลักษณะแหลมคม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาฟันแตก ฟันบิ่นหรือขอบฟันคมก็อาจทำให้เกิดการบาดเนื้อเยื่อภายในช่องปากได้
  • มีพฤติกรรมการกินในแบบผิด ๆการกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดอยู่บ่อย ๆ มักเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวบริเวณกระพุ้งแก้มขึ้นได้

เช่นเดียวกันหากได้รับความร้อนจากควันบุหรี่ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ก็ย่อมส่งผลกระทบให้เกิดการระคายเคืองดังกล่าว หากยังคงไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็อาจจะทำให้เนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งได้

  • โรคเบาหวานเพราะผู้ป่วยเบาหวานมักมีอาการติดเชื้อง่ายและเป็นแผลง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งอาการแผลภายในช่องปากก็มักพบในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานค่อนข้างบ่อย เนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการปากแห้ง ลิ้นอักเสบ ติดเชื้อราภายในช่องปาก หากจัดฟันหรือใส่ฟันปลอมก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการมีแผลและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

กระพุ้งแก้มเปื่อย ต้องรักษายังไง

ปัจจัยเสี่ยงแผลร้อนในไม่หายสักที เป็นเหตุให้เกิดกระพุ้งแก้มเปื่อย

  • กระพุ้งแก้ม ลิ้น เสียดสีกับเหล็กดัดฟันหรือฟันปลอมบ่อยครั้ง
  • นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • กัดริมฝีปากหรือลิ้นของตนเองขณะเคี้ยวอาหาร
  • ขาดวิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินบีและธาตุเหล็ก
  • เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดวิตามินและเกลือแร่
    มีประวัติคนในครอบครัวเป็นแผลร้อนใน
  • ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • มีปัญหาด้านอารมณ์ จิตใจ และความเครียด
  • แพ้สารบางชนิดในยาสีฟันหรือมีแผลจากการแปรงฟัน

วิธีรักษาแผลในปาก เพื่อไม่ให้เกิดกระพุ้งแก้มเปื่อย

  • ล้างปากโดยใช้น้ำเกลือและเบกกิ้งโซดา หรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ เพื่อช่วยลดอาการปวดและบวม
  • ใช้เบกกิ้งโซดาทาบริเวณแผลในปาก
  • ประคบน้ำแข็งบริเวณที่เป็นแผลในปาก
  • รับประทานอาหารเสริมที่มีกรดโฟลิค วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และสังกะสี ในปริมาณที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • แปรงฟันโดยใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม และใช้ยาสีฟันที่ไม่มีฟอง โดยต้องไม่ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโซเดียมลอริลซัลเฟต
  • ใช้สมุนไพรบำบัดและวิธีการรักษาทางธรรมชาติ เช่น ชาดอกคาโมมายล์ เอ็กไคนาเชีย มดยอบ และรากชะเอม เป็นต้น โดยศึกษาวิธีการ ปริมาณ และความปลอดภัยให้ดีก่อนเสมอ
  • ระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยควรรับประทานอาหารอ่อนและอาหารที่มีสารโภชนาการครบถ้วน ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสจัดหรือมีรสเค็ม รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกขนมกรุบกรอบ อาหารและเครื่องดื่มที่มีกรดมาก และไม่เคี้ยวหมากฝรั่ง
  • ใช้หลอดเมื่อต้องดื่มน้ำเย็น

บทสรุป

กระพุ้งแก้มเปื่อย เป็นโรคที่เกิดจากการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากไม่ดี และการมีแผลในช่องปาก โดยเฉพาะบริเวณกระพุ้งแก้ม เพราะหากดูแลไม่ดีหรือปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มทำให้กระพุ้งแก้มเปื่อยได้