ไขมันกระพุ้งแก้มรีวิว

ไขมันกระพุ้งแก้มรีวิว ก่อนและหลัง การเข้ารับศัลยกรรม

ไขมันกระพุ้งแก้มรีวิว ไขมัน คือ ก้อนไขมันที่ร่างกายมีอยู่แล้ว เป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว โดยที่ทุกคนจะมีก้อนไขมันตรงแก้มอยู่แล้ว จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ของแต่ละบุคคล

บางคนจะดูหน้าอูม อวบ มาตั้งแต่เกิด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อ้วน จริง ๆ แล้วไขมันบริเวณนี้ไม่ได้มีอันตราย แต่ถ้ามีมากก็จะทำให้เกิดความไม่มั่นใจ เนื่องจากจะดูไม่สวย จึงต้องเข้ารับการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

ปัจจุบันนี้สาว ๆ นิยมให้ใบหน้าตัวเองดูเรียวสวย หน้าเล็ก จึงต้องพึ่งการทำศัลยกรรมผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ซึ่งกำลังได้รับความนิยม และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออกมา เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กอย่างได้ผล ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอเกี่ยวกับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจก่อนเข้ารับบริการ

เนื้อไขมันตรงแก้มเป็นไขมันเฉพาะ เรียก buccal fat pad เป็นไขมันที่อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้แก้มป่อง ไขมันที่แก้มอาจแบ่งได้เป็นสองชั้น คือ ไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันกระพุ้งแก้ม ซึ่งส่วนใหญ่ไขมันใต้ผิวหนังไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำให้แก้มป่อง

การรักษาแนะนำให้ใช้การผ่าตัดเพื่อเอาไขมันบริเวณ กระพุ้งแก้มออกเปิดแผลเล็ก ๆ ตรงบริเวณกระพุ้งแก้มแล้วเลาะไขมันบริเวณนี้ออก การผ่าตัดทำได้ง่ายและเห็นผลได้อย่างชัดเจน

ไขมันกระพุ้งแก้มรีวิว แก้ไขที่ไหนดี

ใครควรเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มป่อง ซึ่งมีสาเหตุมาจากไขมันกระพุ้งแก้มที่มากเกินไป ซึ่งปัญหาแก้มป่องอาจจะมาจากสาเหตุอื่น เช่น กล้ามเนื้อกรามมีขนาดใหญ่ กระดูกกรามมีขนาดใหญ่ ดังนั้นก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านควรที่จะเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แพทย์ทำการประเมินอีกครั้งหนึ่งก่อน

ข้อควรปฏิบัติก่อนเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดยาในกลุ่มที่จะมีผลต่อการหยุดไหลของเลือด เช่น งดแอสไพริน งดวิตามิน อาหารเสริมต่าง ๆ ทุกชนิด เช่นวิตามินอี น้ำมันตับปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ควรงดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสารในบุหรี่จะทำลายเซลล์ที่จะซ่อมแซมการหายของบาดแผล และมีผลทำให้เลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงบริเวณผ่าตัดลดลง มีโอกาสทำให้ผิวหนังที่ผ่าตัดขาดเลือด หายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัวหากเป็นโรคที่มีความเสี่ยงต่อระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเรื่องแผลหายยาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
  • หากมีประวัติแพ้ยาต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบทุกครั้ง
  • ควรแปรงฟันและบ้วนปากมาให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มรีวิว

  • แพทย์จะให้บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้า
  • แพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  • แพทย์จะเริ่มเปิดแผลตรงฟันกรามซี่ที่หนึ่งของฟันบนที่บริเวณกระพุ้งแก้ม แล้วลากลงมาเป็นเส้นตรงประมาณ
    5 – 2 เซนติเมตร โดยจะผ่านกล้ามเนื้อชิ้นเล็ก ๆ บาง ๆ ก่อน จากนั้นแพทย์จะค่อย ๆ เลาะโดยรอบของพวงไขมันนั้น อาจตัดไขมันบางส่วนหรือตัดออกหมดทั้งพวงเลย

ในกรณีคนที่มีไขมันบริเวณที่เหลือรอบ ๆ มากก็อาจจะใช้วิธีการดูดไขมันร่วมด้วย โดยจะใช้ท่อดูดไขมันผ่านแผลในช่องปาก ซึ่งใช้การวิเคราะห์จากองค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าแต่ละบุคคลด้วย

  • แพทย์จะใช้จี้ไฟฟ้าตรงจุดที่ผ่าตัด เพื่อทำให้เลือดหยุดไหล
  • แพทย์จะทำการเย็บปิดแผลด้วยการใช้ไหมละลาย
  • ผู้เข้ารับบริการนอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัดนัดทำการติดตามผล 7 วัน หลังการผ่าตัด

ไขมันกระพุ้งแก้มรีวิว ราคาเท่าไหร่

วิธีดูแลตัวเองหลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดที่ไหมเย็บแผล
  • เริ่มประคบอุ่นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ในวันที่ 3 หลังการผ่าตัด
  • สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ยกเว้น อาหารเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  • รับประทานยาที่ได้รับให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

ความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม
ในส่วนของความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม คงจะเป็นเรื่องของการไปกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย เส้นเลือดแดงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละคน ถ้าเป็นการผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง ความเสี่ยงที่จะไปกระทบกับส่วนเหล่านี้ก็จะน้อยลงมาก

ข้อดีของการปรับรูปหน้าด้วยการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ไม่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติหลังรับการผ่าตัด
  • ให้ผลลัพธ์ในการปรับรูปหน้าอย่างถาวร
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก และสูญเสียเลือดน้อย
  • ไม่มีรอยช้ำ หรือแผลเป็นภายนอก

บทสรุป

ไขมันกระพุ้งแก้มรีวิว เป็นสิ่งที่สาว ๆ ไม่ต้องการให้ตัวเองมีใบหน้าที่ดูกลมมน หรือดูแล้วรูปหน้าใหญ่ มีแก้มที่ป่อง วิธีแก้ไขคือ ใช้วิธีผ่าตัดเอาไขมันที่กระพุ้งแก้มออก ซึ่งเป็นวิธีที่แก้ไขแล้วได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และมีรูปหน้าที่เรียวเล็ก ซึ่งปัจจุบันนี้วิธีนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านต้องเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม pantip

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม pantip รีวิวหลังทำ การดูแลตัวเองให้แผลหายไว

ไขมันกระพุ้งแก้ม คือ ก้อนไขมันที่ร่างกายเรามีอยู่แล้ว เป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยว จะมีมากมีน้อยขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า บางคนดูหน้าอูม ๆ อวบ ๆ มาตั้งแต่กำเนิด ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้อ้วน เมื่อมีมากเกินไปก็จะทำให้ขาดความมั่นใจเพราะดูไม่สวยงาม จึงต้องมีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม pantip เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

เนื้อไขมันตรงแก้มเป็นไขมันเฉพาะ เรียกว่า buccal fat pad เป็นไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อ ที่อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม จึงทำให้สาว ๆ มีแก้มป่องไม่สัมพันธ์กับตัว ทำให้ดูเป็นคนเจ้าเนื้อ โดยไขมันที่แก้มแบ่งได้เป็นสองชั้น คือ ไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันกระพุ้งแก้ม ส่วนใหญ่แล้วไขมันใต้ผิวหนังไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำให้แก้มป่อง

ปัญหาการสะสมของไขมันที่กระพุ้งแก้มนี้ ส่วนใหญ่มาจากการรับประทานอาหารที่เกินพอดี อาหารที่มีแคลอรีสูง โดยไม่ได้สัดส่วนกับการเผาผลาญไขมัน เช่น จากการออกกำลังกาย เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ไขมันก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวในปัจจุบันก็มีหลายวิธี เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย การฉีดสารเพื่อสลายไขมัน แต่การรักษาที่ตรงจุด เห็นผลมากที่สุดคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม นั่นเอง

การรักษาแนะนำให้ใช้การผ่าตัดเพื่อเอาไขมันบริเวณ กระพุ้งแก้มออกโดยแพทย์จะทำการเปิดแผลเล็ก ๆ ตรงบริเวณกระพุ้งแก้มแล้วเลาะไขมันบริเวณนี้ออก การผ่าตัดทำได้ง่ายและเห็นผลชัดเจน

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม pantip ที่ไหนดี

สาเหตุหลักที่ทำให้แก้มป่องหน้าบาน

  • ไขมันกระพุ้งแก้มไขมันกระพุ้งแก้มนี้อยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของแก้มทางด้านหน้า สังเกตง่าย ๆ โดยให้ยิ้มกว้าง ๆ แล้วหากหน้าบานออกด้านข้าง แสดงว่ามีไขมันมากเกินไป การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดคือ ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • โหนกแก้มกระดูกโหนกแก้มที่นูนและกว้างออกทำให้โครงหน้าบานและกว้างออกด้านข้าง การรักษาที่ตรงจุดจริง ๆ คือ การผ่าตัดลดโหนกแก้ม หรือ ทุบโหนก
  • กล้ามเนื้อกรามกล้ามเนื้อกราม มีหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร หากใช้งานมาก เช่น เคี้ยวอาหารเหนียว แข็งมาก ๆ หรือ นอนกัดฟัน จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใหญ่และบานขึ้น สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการ ฉีดโบท๊อกลดกราม

ใครควรเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • คนที่มีแก้ม 2 ข้าง ไม่เท่ากัน
  • คนที่มีแก้มเยอะ แก้มยุ้ย แก้มป่อง
  • คนที่เบื่อกับการฉีดโบท็อกซ์
  • คนที่อยากมีใบหน้าV shape เรียวสวย

ผู้เข้ารับการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป เนื่องจากว่าหากทำเร็วไปจะทำให้การผ่าตัดเอาไขมันกระพุ้งออกมากเกินไป ซึ่งภายหลังรูปหน้ามีการปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติ ไขมันใต้ผิวหนังที่แก้มลดลง ก็จะทำให้แก้มดูตอบมากเกินไป เป็นผลให้ดูแก่กว่าวัยได้

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

เพื่อให้การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้ผลดี ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดควรเตรียมตัว ดังนี้

  • ท่านจะต้องแจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้เป็นประจำ ให้แพทย์ที่ทำการรักษาทราบ
  • ท่านจะต้องแจ้งประวัติการฉีด เสริม และตกแต่งใบหน้าทุกประเภทอย่างละเอียด ให้แพทย์ที่ทำการรักษาทราบ
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดยากลุ่ม Aspirin หรือ Ibuprofen
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดวิตามิน อาหารเสริม ยาลดน้ำหนัก สมุนไพรทุกชนิด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ท่านต้องงดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
วิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • แพทย์จะให้บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้นอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตและชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  • แพทย์จะทำการ โดยใช้เวลาผ่านตัดประมาณ 40 นาที ซึ่งจะผ่าตัดนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างออกและเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม)
  • นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างและนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

แนะนำ ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม pantip

วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ยกเว้น อาหารเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดที่ไหมเย็บแผล
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัด
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดเริ่มประคบอุ่นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ในวันที่ 3 หลังการผ่าตัด
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดรับประทานยาที่ได้รับให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

ข้อดีของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  • เจ็บน้อย
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก
  • ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • หายเร็ว

บทสรุป

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม pantip เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้ม โดยการนำไขมันส่วนเกินบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง และยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับมากขึ้นได้ ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัด ควรต้องศึกษาให้ละเอียด ซึ่งท่านสามารถหาดูได้จากกระทู้พันทิปที่จะมีผู้ที่เคยใช้บริการเข้ามารีวิวให้ท่านได้อ่านก่อนตัดสินใจทำเข้ารับการผ่าตัด

เคี้ยวหมากฝรั่ง ลดแก้ม

เคี้ยวหมากฝรั่ง ลดแก้ม ได้ผลจริงหรือไม่ มีประโยชน์อะไรบ้าง

หมากฝรั่ง ใครหลายคนมักจะพกติดตัวไว้เสมอ หลายคนเลือกที่จะเคี้ยวหมากฝรั่งในขณะที่อ่านหนังสือ ด้วยเหตุผลในเรื่องของความจำ ขณะที่หลายคนชอบที่จะเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นกิจกรรมยามว่าง เคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อทำความสะอาดเศษอาหารที่ติดตามซอกฟัน เคี้ยวหมากฝรั่ง ลดแก้มอย่างไรก็ตาม การเคี้ยวหมากฝรั่งยังคงมีอีกหลายแง่มุมที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน ประโยชน์ของการเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นมีมากมาย สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับลดแก้ม

  1. บริหารแก้มด้วยท่าปากจู๋

เป็นท่าบริหารแก้มป่องให้ยุบและกระชับขึ้นได้อย่างง่ายดายมากทีเดียว เพียงทำปากจู๋หรือดูดปากแล้วยกยิ้มค้างเอาไว้ประมาณ 6 วินาที ทำท่านี้บ่อย ๆ ตามที่ต้องการ รับรองค่ะว่าแก้มป่องๆ จะลดลงและมีรูปหน้าที่กระชับเรียวขึ้นได้อย่างแน่นอน

  1. นวดแก้ม

การนวดแก้มเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้แก้มที่หย่อนคล้อย มีความกระชับยิ่งขึ้น โดยสามารถทำได้ทุกเช้าหลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว เพียงคุณใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางกดลงไปบนแก้มจากนั้นลากนิ้วย้อนขึ้นไป ทำประมาณ 1 นาที อยากมีแก้มเรียวต้องทำบ่อย ๆ ทุกเช้านะคะ

  1. เคี้ยวหมากฝรั่ง

เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้ปากมีการขยับเคลื่อนไหวบ่อย ๆ นั่นเอง ซึ่งถือเป็นการพาแก้มออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อในบริเวณที่ขยับมีความแข็งแรงและส่งผลให้แก้มกระชับมากขึ้น โดยเคี้ยวหมากฝรั่งประมาณ 20 นาทีต่อวัน เท่านี้ก็ช่วยแก้ไขปัญหาแก้มป่องได้อย่างง่ายดายแล้ว

  1. อบไอน้ำหน้า

การอบไอน้ำใบหน้านั้น ใช่เพียงแต่จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนหรือช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกได้มากขึ้นแต่เพียงเท่านั้น แต่เพราะการอบไอน้ำถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้รูขุมขนเปิดทำให้เหงื่อและไขมันใต้ผิวถูกขับออกมา ด้วยเหตุนี้ หากเราอบไอน้ำหน้าบ่อย ๆ แก้มย่อมกระชับขึ้นได้เช่นกันค่ะ เพียงต้มน้ำให้เดือดแล้วเทใส่ภาชนะจากนั้นอังหน้าตรงที่มีไอน้ำลอยขึ้นมาประมาณ 1 นาที พร้อมกับเอาผ้าขนหนูคลุมศีรษะไว้ นอกจากนี้ ควรซับด้วยผ้าขนหนูและยบใบหน้าขึ้นไปด้วย ให้ทำเช่นนี้ซ้ำสัก 10 ครั้งก่อนนอน ทำแค่สัปดาห์ละครั้งก็ได้ผลแล้วค่ะ

  1. เป่าลูกโป่ง

สมัยเด็ก ๆ เราชอบเล่นลูกโป่งกันแค่ไหน และเวลาได้เป่าลูกโป่งนั้นแก้มจะรู้สึกโป่งและตึงขึ้นพร้อม ๆ กัน นี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้แก้มของเรากระชับขึ้นได้ แนะนำให้สาว ๆ ที่อยากลดแก้มลองเป่าลูกโป่งวันละ 1 ลูก แต่ไม่ถึงกับต้องเป่าจนโป่งใหญ่มากก็ได้นะคะ เอาแค่พอได้บริหารแก้มพอดี ๆ เท่านี้ก็เพียงพอกับการได้บริหารแก้มแล้วล่ะ

เคี้ยวหมากฝรั่ง ลดแก้ม ช่วยได้จริงหรือ

ประโยชน์ของ การเคี้ยวหมากฝรั่ง

หมากฝรั่ง ไม่ใช่แค่เพียงอาหารสำหรับรับประทานเล่นเท่านั้น เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่ง อาจให้ประโยชน์ทางสุขภาพได้ ดังนี้

  1. ช่วยลดความอยากอาหาร

การเคี้ยวหมากฝรั่งมีส่วนช่วยลดอาการอยากอาหารลงได้ การเคี้ยวหมากฝรั่งจะได้พลังงานประมาณ 36 แคลอรี และเมื่อได้พลังงาน 36 แคลอรีจากการเคี้ยวหมากฝรั่งมาแล้ว จึงช่วยลดความอยากอาหารลงได้

  1. ช่วยเผาผลาญแคลอรี

การเคี้ยวหมากฝรั่ง มีส่วนช่วยในการเผาผลาญแคลอรีได้ประมาณ 11 แคลอรีต่อชั่วโมง และจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่าหากมีการเคี้ยวต่อเนื่องมากกว่า 1 ชั่วโมง

  1. ช่วยให้สุขภาพฟันแข็งแรง

สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (The American Dental Association) แนะนำว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งสามารถช่วยป้องกันฟันผุได้ เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่ง ช่วยในการทำความสะอาดฟัน โดยจะกำจัดเศษอาหารที่ติดตามซอกฟัน และยังช่วยเพิ่มการไหลของน้ำลายด้วย เพราะน้ำลายมีส่วนช่วยให้สุขภาพช่องปากแข็งแรงเนื่องจากมีสารฟอสเฟตและแคลเซียมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพฟัน

  1. เสริมความจำ

ขณะที่เคี้ยวหมากฝรั่ง จะเป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ซึ่งมีผลต่อการเสริมสร้างความจำ ศาสตราจารย์แอนดริว โชเลย์ (Andrew Sholey) ค้นพบว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำมากถึง 35% แต่…การเคี้ยวหมากฝรั่งนานจนเกินไปอาจมีผลทำให้ความจำระยะสั้นลดลงได้

  1. ลดความง่วง

หากรู้สึกง่วงในตอนบ่าย ให้หมากฝรั่งเป็นตัวช่วยคลายความง่วงของคุณ การเคี้ยว หมากฝรั่ง ช่วยให้อาการง่วงลดลง

  1. ลดอาการกรดไหลย้อน

หลังอาหาร การเคี้ยวหมากฝรั่งสามารถช่วยลดระดับของกรดในหลอดอาหาร ซึ่งจะมีส่วนป้องกันไม่ให้เกิดอาการกรดไหลย้อน หรือจุกเสียด และแน่นท้อง

  1. ลดอาการคลื่นไส้

หมากฝรั่ง ที่ไม่มีน้ำตาล ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการปวดท้อง อาการแพ้ท้อง อาการเมารถ และอาการคลื่นไส้ หากรู้สึกคลื่นไส้หรือวิงเวียนศีรษะอย่าลืมหยิบลูกอม หรือหมากฝรั่ง เพราะสามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้

ลดแก้ม ลดเหนียง pantip

ลดแก้ม ลดเหนียง pantip มีวิธีการศัลยกรรม ด้วยวิธีไหนบ้าง

หลายคนมีความวิตกกังวลเกี่ยวรูปร่างใบหน้าที่คอยรบกวนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำกิจกรรมไหน ก็สร้างความไม่มั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะใบหน้ามีรูปร่างไม่เข้ารูปหรือมีแก้มและเหนียง ที่เป็นไขมันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะมีการลดอาหารหรือออกกำลังควบคุมกันไปด้วยก็ตาม แก้มและเหนียงยังไม่หายสักที ดังนั้นควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นรายละเอียดสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ศัลยกรรม ลดแก้ม ลดเหนียง มีอะไรบ้าง

  1. การฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการฉีดสาร BOTOX ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโปรตีนที่มีความบริสุทธิ์ ไปตรงส่วนบริเวณกราม เพื่อให้สารตัวนี้เข้าไป ช่วยทำให้กล้ามเนื้อกรามฝ่อตัวเล็กลง การฉีดโบท็อกซ์ถือเป็นการปรับรูปหน้าลดแก้ม ลดเหนียง pantip ให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้มีความชัดเจนเป็นอย่างมาก ทำให้กล้ามเนื้อกรามเล็กลง จึงทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น โดยขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์นั้น แพทย์จะใช้น้ำเกลือปลอดเชื้อในการผสมโบท็อกซ์ จะใช้เข็มขนาดเล็กในการฉีด จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บมากนัก  ไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้นซึ่งภายหลังการฉีด 7-14 วันตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ และสามารถอยู่ได้นานถึง4-6 เดือน

  1. การฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Meso Fat (เมโสแฟต)  เป็นการฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อช่วยในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้ตามที่ต้องการเป็นวิธีการสลายไขมันแบบเฉพาะจุด โดยมีสารประกอบหลัก ๆ คือ Phosphatidylcholine (สกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดง) และวิตามินหลายชนิด ถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่สามารถสลายออกจากร่างกายได้ดี อาการแพ้จึงเกิดได้น้อยมาก

  1. การร้อยไหมหน้าเรียว

เป็นการทำศัลยกรรมที่เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้น มีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากจนเกินไป ผลข้างเคียงน้อยมาก ถือว่าเป็นการทำศัลยกรรมอีกวิธีหนึ่งที่สามารถลดแก้ม ลดเหนียง pantip ซึ่งเป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยได้ดีเลยทีเดียว

  1. การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

เป็นวิธีที่สามารถช่วยให้ใบหน้าเล็กเรียวได้ โดยแพทย์จะทำการดูดในบริเวณ เหนียง คอ แก้มด้านล่าง และขอบกราม ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการสะสมของไขมันของแต่ละบุคคลซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้ มองเห็นรูปกรอบหน้า คาง และ ลำคอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูผอมลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

  1. การทำศัลยกรรมตัดกระดูก ลดโหนก+วีไลน์ ( V-Line )

การทำศัลยกรรมหน้าเรียว ด้วยวิธีนี้ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่แต่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรที่สุด โดยการผ่าตัดทำศัลยกรรมนี้ได้รับความนิยมมากที่ประเทศเกาหลี เพราะเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ สาว ๆ เกาหลีส่วนมากมีโครงหน้าที่เรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติกันแทบจะทุกคน การผ่าตัดลดโหนกแก้ม คือ การผ่าตัดเพื่อลดโหนกแก้ม สำหรับคนที่มีโหนกแก้มใหญ่ โดยมองจากทางด้านหน้า และด้านข้าง จะเห็นกระดูกโหนกแก้มชัดเจน

ลดแก้ม ลดเหนียง pantip ที่ไหนดี

 วิธีทำให้หน้าเรียว ลดแก้ม ด้วยตนเอง

  1. พยายามงดน้ำตาล

ในมื้ออาหารหลัก และอาหารว่าง รวมทั้งเครื่องดื่มต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบค่อนข้างสูง ซึ่งนอกจากน้ำตาลจะมีผลก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวานที่ตามมาแล้ว น้ำตาลยังทำให้เซลล์ของร่างกายตามอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งเซลล์ผิวหน้าแก่เร็วขึ้น จึงทำให้ความหย่อนคล้อย ไม่กระชับเริ่มแสดงอาการออกมา เราจึงมักจะเห็นว่า คนที่ชอบกินของหวานเป็นประจำ มักจะมีปัญหาสุขภาพ แก้มย้อย และใบหน้าแลดูแก่กว่าวัย ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยง จะทำให้ผลลัพธ์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

  1. พยายามงดอาหารรสเค็มจัด

อาหารที่เค็มจัดมักมีเกลือผสมอยู่มาก ซึ่งโดยปกติเกลือจะคอยดูดน้ำเข้าสู่โมเลกุลตัวเอง จึงทำให้เมื่อไอออนโซเดียมไปอยู่ส่วนไหนของร่างกาย ก็จะทำให้ส่วนนั้นมีอาการบวมน้ำขึ้นมา

  1. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

และควรประคบหน้าด้วยผ้าเย็นบ่อย ๆ ความเย็นสามารถช่วยลดอาการบวมลงได้ ดังนั้นหากคุณมีปัญหาแก้มย้อยก็ควรที่จะประคบหน้าด้วยผ้าเย็นบ่อย ๆ แต่ระวังอย่าให้เย็นจัดจนเกินไป

  1. บริหารใบหน้า

การทำเช่นนี้เป็นการบริหารเพื่อให้ใบหน้ามีความกระชับขึ้น ไม่หย่อนคล้อยง่าย เช่นเดียวกับร่างกาย เมื่อมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะแข็งแรง กระชับขึ้น โดยท่าที่นิยมคือ การพูดออกเสียง อา อี อู เอ โอ โดยควรทำเป็นประจำก็จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น

  1. นวดหน้า

หากต้องการที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก็ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีอยู่วอร์มให้อุ่น จากนั้นแต้มครีมตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นเริ่มนวดอย่างแผ่วเบาด้วยปลายนิ้วมือ พยายามเน้นในช่วงแก้มที่ย้อย โดยนวดในแนวปัดขึ้นด้านข้าง และด้านบนเพื่อกระชับใบหน้า จากนั้นนวดไล่ตามคาง ให้เข้ารูป เพียงทำเป็นประจำทุกวัน ไม่นาน ใบหน้าก็จะเข้ารูป แก้มที่ย้อยก็จะลดลง

ลดแก้ม เหนียง

สาเหตุของการเกิดเหนียง และวิธีการ ลดแก้ม เหนียง

สิ่งที่สาว ๆ หลายคนมักสงสัยกันคือ เจ้าเหนียงที่คาง กับแก้มล้น ๆ บนใบหน้าสวย ๆ ของเราเหล่านี้ มันมาจากไหน? ออกกำลังกาย คุมอาหาร คุมน้ำหนักก็แล้ว กลายเป็นว่าไขมันในส่วนอื่น ๆ ลดหายไป แต่เหนียงกับแก้มก็ยังอยู่ มันน่าหงุดหงิดใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ ดังนั้น เราต้องรู้จักกับ เหนียง และแก้มกันก่อน เพื่อที่จะได้จัดการกับมันได้ถูก ถือว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ให้กับสาว ๆ เป็นอย่างมาก

เหนียง เกิดจากอะไร

เหนียง เกิดจากการสะสมของไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่เจ้าไขมันที่เราไม่ปลื้มเลยนี้ มักจะไปสะสมอยู่ที่ใต้คาง ทำให้เกิดเป็นคางสองชั้น หรือที่เรียกว่า เหนียงนั่นเอง ส่วน แก้ม บางคนนอกจากมีเหนียงแล้ว ยังมีไขมันสะสมที่กระพุ้งแก้มเพิ่ม ทำให้แก้มยุ้ย แก้มย้วยมากเกินความต้องการ ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า ทั้งสองสิ่งนี้เกิดได้จากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม การสะสมไขมันในแต่ละบุคคล หรือ ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง และกล้ามเนื้อใต้คาง และแก้ม ทำให้มองเห็นไขมันสะสมในบริเวณใต้คางชัดกว่าบริเวณอื่น ๆ

วิธีการ ลดแก้ม เหนียง

วิธีจัดการไขมันส่วนเกิน ลดแก้ม ให้หน้าเรียว

เมื่อไขมันเกิดขึ้นได้ ก็ย่อมทำให้หายไปได้เช่นกัน อยากแนะนำให้สาว ๆ ลดแก้ม เหนียง ลองทำตาม 5 วิธีนี้ รับรองว่าสามารถลดเหนียง ลดแก้ม ได้แน่นอน

  1. บริหารกล้ามเนื้อใต้คาง

กล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อย และการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อใต้คางให้แข็งแรง เพื่อที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะสามารถพยุงไขมันบริเวณใต้คางได้ และไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเราบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้บ่อย ๆ ครั้ง ไขมันที่สะสมก็จะสลายไปได้เช่นกัน ท่าบริหารกล้ามเนื้อใต้คางก็ไม่ยากเลย

  • ท่ายืดคาง วิธีการคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้ได้มากที่สุด แล้วยืดปาก ทำท่าปากจู๋ แล้วทำค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จะรู้สึกตึงที่บริเวณใต้คางเล็กน้อย ทำซ้ำ ๆ ทุกวัน หรือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อใต้คางได้ทำงาน และลดไขมันสะสมบริเวณนั้นด้วย
  • ท่ายืดคอ วิธีการคือ ทำท่าคล้ายกับท่ายืดคาง แต่ให้ดันลิ้นแตะกับเพดานปากให้ได้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที คลายออก และทำซ้ำ 2 – 3 รอบต่อครั้ง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ และใต้คางให้กระชับขึ้น
  1. ออกกำลังกายใบหน้า

การออกกำลังกายใบหน้า คล้ายกับการออกกำลังกายในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เหตุผลก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งการออกกำลังกายใบหน้าก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้ม วิธีการคือ ดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้
  • การนวดแก้ม วิธีการคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้
  • บริหารใบหน้าขณะทาครีม วิธีการคือ ขณะที่ทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อย ๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย
  1. คุมอาหาร

นอกเหนือจากการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ แล้ว การคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หากต้องการลดเหนียง ลดแก้ม แล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง และหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกาย ลดแป้ง น้ำตาล เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ มาใช้ให้หมดไป และไม่สะสมไขมัน และแป้งเข้าไปเพิ่มอีก ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย หากลดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับร่างกายแทน

  1. เมคอัพ ช่วยชีวิต

ในระหว่างที่พยายามลดเหนียง ลดแก้มนั้น การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้หน้าเรียว สวย ในแบบที่ต้องการชั่วคราวได้ เพราะการจะลดไขมันสะสมในร่างกายนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว สาว ๆ หลายคนอาจจะต้องอาศัยการคอนทัวร์ หรือเฉดดิ้ง ใบหน้าเพื่อให้หน้าดูเรียว ไร้เหนียงไปก่อน

  1. พึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์

วิธีลัดที่สาว ๆ หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพื่อลดเหนียง ลดแก้ม ให้ตัวเอง คือการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้ใบหน้ากลับมาเรียวสวย ไม่มีแก้มอูม หรือเหนียงย้อยมากวนใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันที่แก้ม หรือวิธีต่าง ๆ มากมายที่สามารถช่วยลดเหนียง ลดแก้มได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีการ จึงควรศึกษา และปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนจะตัดสินใจเลือกใช้วิธีการนี้

ลดแก้ม รีวิว

ลดแก้ม รีวิว ได้ผลลัพธ์ชัดเจน มากน้อยแค่ไหน ที่ไหนตอบโจทย์

สาว ๆ ที่มีปัญหาแก้มเยอะมากจนเกินไป เกิดจากไขมันสะสมบนใบหน้า ที่อยากได้รับการแก้ไขเพื่อที่จะได้มีใบหน้าที่เรียวสวยงาม  ต้องต้องหาวิธีที่จะทำให้ลดแก้ม รีวิว เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกับใบหน้าของสาว ๆ เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญในการศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นรายละเอียดในการตัดสินใจในการทำอย่างไรให้กลับมามีใบหน้าที่สวยเรียวได้รูปอีกครั้ง

วิธีลดแก้ม ที่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน

  1. หมั่นออกกำลังเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายแล้ว มันยังช่วยขับเหงื่อลดไขมันที่สะสมในร่างกายรวมถึงไขมันสะสมบริเวณแก้มได้อีกด้วย แต่ไขมันที่แก้มจะค่อนข้างใช้เวลาในการลดค่อนข้างนานลดแก้ม รีวิว ลดยากกว่าส่วนอื่น ๆ โดยมันจะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ
  2. การนอน ถือเป็นอีกวิธีที่มีผลต่อการลดแก้ม คนที่ชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูง เพราะการหนุนหมอนสูง ๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ส่งผลทำให้หน้าบวมได้ง่าย ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชื้นมากองรวมอยู่ที่บริเวณใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้น การเลือกนอนหนุนหมอนต่ำและนอนในท่านั่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าได้
  3. เลือกดื่มน้ำอุ่นและรับประทานอาหารอุ่น ๆ การรับประทานอาหารเย็น ๆ หรือการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำจะทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ จนส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้นมาได้
  4. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดว่า การดื่มน้ำบ่อย ๆ อาจทำให้แก้มใหญ่ขึ้น แต่ความจริงแล้วการดื่มน้ำน้อยเกินไปจนไม่เพียงพอต่อความต้องการจะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสำรองน้ำเอาไว้บริเวณแก้มและรอบดวงตา และทำให้แก้มดูอวบใหญ่มากยิ่งขึ้นได้
  5. ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและดื่มเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำและจะเกิดการกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จนทำให้แก้มบวมป่องมากขึ้น
  6. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หันมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังอุดมไปด้วยน้ำที่สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยรักษาระดับน้ำบริเวณแก้มได้ อีกทั้งผักและผลไม้ยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและควรหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส โยเกิร์ต ฯลฯ เพราะจะช่วยลดการกักเก็บน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้าได้
  7. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัด เนื่องจากการรับประทานอาหารเค็มจัดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าเกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่องมากกว่าขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากร่างกายจะต้องกักตุนน้ำไว้เป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมขับโซเดียมออกมา หากรู้ตัวว่าชอบรับประทานอาหารเค็มก็ให้รีบลดเสียตั้งแต่วันนี้ ส่วนอาหารที่มีรสหวานจัด มีเกลือและน้ำตาลในปริมาณมากก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

ลดแก้ม รีวิว ปลอดภัยไหม

วิธีจัดการไขมันส่วนเกิน ลดแก้ม ให้หน้าเรียว

เมื่อไขมันเกิดขึ้นได้ ก็ย่อมทำให้หายไปได้เช่นกัน อยากแนะนำให้สาว ๆ ลองทำตาม 5 วิธีนี้ รับรองว่าสามารถลดเหนียง ลดแก้ม ได้แน่นอน

  1. บริหารกล้ามเนื้อใต้คาง

กล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อย และการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อใต้คางให้แข็งแรง เพื่อที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะสามารถพยุงไขมันบริเวณใต้คางได้ และไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเราบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้บ่อย ๆ ครั้ง ไขมันที่สะสมก็จะสลายไปได้เช่นกัน ท่าบริหารกล้ามเนื้อใต้คางก็ไม่ยากเลย

  • ท่ายืดคาง วิธีการคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้ได้มากที่สุด แล้วยืดปาก ทำท่าปากจู๋ แล้วทำค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จะรู้สึกตึงที่บริเวณใต้คางเล็กน้อย ทำซ้ำ ๆ ทุกวัน หรือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อใต้คางได้ทำงาน และลดไขมันสะสมบริเวณนั้นด้วย
  • ท่ายืดคอ วิธีการคือ ทำท่าคล้ายกับท่ายืดคาง แต่ให้ดันลิ้นแตะกับเพดานปากให้ได้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที คลายออก และทำซ้ำ 2 – 3 รอบต่อครั้ง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ และใต้คางให้กระชับขึ้น
  1. ออกกำลังกายใบหน้า

การออกกำลังกายใบหน้า คล้ายกับการออกกำลังกายในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เหตุผลก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งการออกกำลังกายใบหน้าก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้ม วิธีการคือ ดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้
  • การนวดแก้ม วิธีการคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้
  • บริหารใบหน้าขณะทาครีม วิธีการคือ ขณะที่ทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อย ๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย
  1. คุมอาหาร

นอกเหนือจากการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ แล้ว การคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หากต้องการลดเหนียง ลดแก้ม แล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง และหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกาย ลดแป้ง น้ำตาล เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ มาใช้ให้หมดไป และไม่สะสมไขมัน และแป้งเข้าไปเพิ่มอีก ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย หากลดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับร่างกายแทน

ลดแก้ม รีวิว ทำที่ไหนดี

  1. เมคอัพ ช่วยชีวิต

ในระหว่างที่พยายามลดเหนียง ลดแก้มนั้น การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้หน้าเรียว สวย ในแบบที่ต้องการชั่วคราวได้ เพราะการจะลดไขมันสะสมในร่างกายนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว สาว ๆ หลายคนอาจจะต้องอาศัยการคอนทัวร์ หรือเฉดดิ้ง ใบหน้าเพื่อให้หน้าดูเรียว ไร้เหนียงไปก่อน

  1. พึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์

สาว ๆ ส่วนใหญ่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้ใบหน้ากลับมาเรียวสวย ไม่มีแก้มอูม หรือเหนียงย้อยมากวนใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันที่แก้ม หรือวิธีต่าง ๆ มากมายที่สามารถช่วยลดเหนียง ลดแก้มได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีการ จึงควรศึกษา และปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนจะตัดสินใจเลือกใช้วิธีการนี้

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี คลินิคไหน ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

ก่อนการตัดสินใจตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นข้อมูลในการศัลยกรรมที่ส่งผลต่อตัวเรา เพื่อให้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่คลินิกไหนดี

วันนี้เรามีคลินิกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันมาแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี

  1. rattinanclinic

สำหรับคนที่ใบหน้ากลม มีแก้มตุ่ย มีไขมันกระพุ้งแก้มเยอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีน้ำหนักปกติแล้วแก้มไม่หายไปไหน เหมาะที่จะผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal)  ซึ่งไม่สามารถนำเอาออกได้ด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การดูดไขมัน เนื่องจากการดูดไขมันใบหน้าจะทำเฉพาะชั้นผิวหนัง แต่ไขมันกระพุ้งแก้มนี้อยู่คนละชั้นกัน และสามารถเอาออกได้ทางแผลในปาก โดย Rattinan Clinic จะมีวิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม โดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญ น.ท.นพ. สุรินท์นาท เจริญจิตต์ เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทาง ศัลยกรรมตกแต่ง เพราะการเอาออกมากเกินไป อาจทำให้มีปัญหามากในระยะยาว หรือแก้มตอบจนดูเหมือนป่วยเป็นโรค

  1. slcclinic

SLC สยามเลเซอร์ คลินิก สถานพยาบาลความงาม ที่ได้รับความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ จากผู้ที่ต้องการประสบการณ์จาก “ความสวย” มาตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี ด้วยความชำนาญจากทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ทั้งทางด้าน ผิวพรรณ ศัลยกรรมตกแต่ง ทั่วเรือนร่าง ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกคัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพ ทันสมัย ปลอดเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วยมาตรฐานสากล (Fully Automatic Autoclave) ได้รับการรับรองเครื่องมือ แพทย์จากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย และ สหรัฐอเมริกา ตลอดจนสถานที่ให้บริการมีความสะอาดได้มาตรฐาน กระทรวงสาธารณสุข

SLC มุ่งมั่นในการให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เป็นที่น่าพึงพอใจ และ ปลอดภัย ผู้ที่ได้เข้ามารับบริการจึงมีความเชื่อมั่น ตลอดจนถึงการบอกต่อ ทำให้มีผู้เข้ามารับบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยสโลแกน“เพราะเราจริงใจเลือกสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อคุณสำหรับการผ่าตัดไขมันใต้กระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad Removal) SLC จะมีวิธีการ เปิดแผลภายในช่องปากตรงฟันกรามด้านบนบริเวณกระพุ้งแก้ม แผลยาวประมาณ 1  – 1.5 ซม. ทำการผ่าตัดเลาะไขมันใต้กล้ามเนื้อออกมา เย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 นาที หลังทำคนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น บริเวณที่ทำ ไขมันกระเปาะเล็ก ๆ ใต้กล้ามเนื้อบริเวณกระพุ้งแก้ม โดยจะเปิดแผลบริเวณด้านในช่องปาก

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ไหนดี เรามีแนะนำ

  1. starclinic

Star Clinic คลินิก Hi-end ด้านความงาม ลดสัดส่วนและชะลอวัย ที่ผสมผสานการนวัตกรรมด้านความงามและการชะลอวัยแบบตะวันตกและตะวันออก โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนัง ศัลยกรรมความงาม ลดสัดส่วน และศาสตร์ด้านเซลล์บำบัด (Live Cell Therapy) ทั้งใน และต่างประเทศ ผสมศิลปะความงามและนวัตกรรมที่ทันสมัยจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และเกาหลี สำหรับการผ่าตัดลดแก้ม (Buccal Fat Removal) ซึ่งเนื้อไขมันตรงแก้มมีส่วนที่เป็นไขมันเฉพาะ เรียกว่า Buccal Fat Removal ไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อ อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้แก้มป่องนั่นเอง

  1. drtorpong

คลินิกศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์สูง และมีรีวิวเยอะ สำหรับการผ่าตัดลดแก้ม (Buccal Fat Removal) คนที่ไขมันกระพุ้งแก้มมากก็จะทำใบหน้าอูม ๆขึ้นมาได้ ไขมันกระพุ้งแก้มเป็นไขมันที่อยู่ทางด้านในไม่ใช่ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง จะไปฉีดด้วยสารอะไรต่าง ๆจะไม่ได้ผลและอาจเป็นอันตราย เช่นการใช้สเตียรอยด์ไปฉีดอาจจะทำให้หน้าบุ๋มเป็นจุด ๆ หรือผิวหนังเปลี่ยนสี หรือการใช้สารฟิลเลอร์ต่าง ๆก็ไม่ได้ทำให้หน้าเรียวแต่อาจจะไปเพิ่มให้มากขึ้นอีก วิธีที่เป็นที่ยอมรับเกี่ยวกับการลดไขมันตรงกระพุ้งแก้มนี้คือการเอาออกบ้างบางส่วน (Buccal fat pad reduction)ในกรณีที่ประเมินแล้วว่ามีมากเกินไปโดยมีแผลขนาดเล็กประมาณ 2-3 เซนติเมตรข้างในปาก มีการเย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สามารถทานอาหารอ่อน ๆได้หลังทำ ปัญหาเรื่องการบวมฟกช้ำจะน้อยถ้าแพทย์ผู้ทำผ่าตัดมีความแม่นยำและคุ้นเคยกับกายวิภาคบริเวณใบหน้าเป็นอย่างดี

  1. Dr Natthawan Clinic

ณัฐวรรณคลินิก คุณหมอน้อง บริการเสริมความงาม ทั้งแบบผ่าตัด และไม่ผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ที่นี่สามารถแก้ปัญหาแก้มป่อง ใบหน้าอ้วนให้คุณได้อย่างดี ด้วยการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal)ซึ่งการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันส่วนเกินบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง แล้วยังช่วยทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากไขมันกระพุ้งแก้มที่ห้อยลงด้านล่างกลับตึงขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าที่หย่อนคล้าย หรือแก้มห้อยให้ตึงกระชับมากขึ้นอีกด้วย

ตัดไขมันแก้ม

ตัดไขมันแก้ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา ในด้านใดบ้าง

ตัดไขมันแก้ม เป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาผู้ที่มีใบหน้าที่มีไขมันบริเวณแก้มมากจนเกินไป ทำให้รูปหน้าไม่ได้ตรงตามความต้องการ ดังนั้นสาว ๆ จึงให้ความสนใจในการศึกษาหาข้อมูลเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ดีมากยิ่งขึ้น  เพื่อให้ได้มีใบหน้าที่เรียวเล็ก ดูสวยงาม มีความมั่นใจในการพบปะผู้คนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็ตาม ถือว่าเป็นการทำศัลยกรรมที่ตอบโจทย์เป็นอย่างมาก ให้ผลลัพธ์ที่ขัดเจนเป็นอย่างมาก

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาต่อไปนี้

  1. ใบหน้ามีไขมันส่วนเกินสะสม
  2. รูปหน้ากลม บาน ใหญ่ จนสูญเสียความมั่นใจ
  3. อยากจะมีรูปหน้าที่สวยได้รูปเรียวเล็กเป็นรูปทรงวีเชพ
  4. เป็นคนดูแลตัวเอง และอยากดูดีในสายตาคนอื่น

ขั้นตอนในการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  2. ทีมแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพ และวัดความดันโลหิต รวมถึงชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  3. ทีมแพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  4. เมื่อยาชาออกฤทธิ์ดีแล้ว ทีมแพทย์จะทำการผ่าตัดนำเอาไขมันส่วนเกินบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างออกอย่างปราณีต
  5. เย็บปิดบาดแผลด้วยไหมละลาย ทำให้คนไข้ไม่ต้องเข้ามาตัดไหม โดยจะใช้เวลาผ่าตัดทั้งหมดประมาณ 40-60 นาที
  6. ทีมแพทย์จะคอยดูอาการคนไข้หลังการผ่าตัดประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาการภาวะแทรกซ้อนใด ๆ และจะให้ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างในระหว่างดูอาการ

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มกี่วันหาย

ข้อดีของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ทีมศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดนั้นมีความเชี่ยวชาญในเฉพาะทาง นอกจากจะกำจัดไขมันกระพุ้งแก้มให้ใบหน้าเล็กลงแล้ว ยังช่วยปรับรูปหน้าของคุณให้ตึงกระชับไปในตัวด้วย
  2. เครื่องมือในการผ่าตัดนั้นได้มาตรฐาน สะอาด และไร้ผลข้างเคียงตามมาในภายหลัง
  3. มีการดูแล ติดตามผลหลังผ่าตัด และคอยให้คำปรึกษาการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
  4. แผลหลังผ่าตัดมีขนาดเล็ก พักฟื้นแล้วหายได้ไวกว่าปกติ ทั้งนี้คนไข้ต้องดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเป็นอย่างดีควบคู่ไปด้วย
  5. ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดนั้นชัดเจน เห็นผลได้รวดเร็ว และเป็นระยะเวลานาน
  6. ไม่มีรอยแผลเป็นปรากฏให้เห็นบนใบหน้า เพราะเป็นการผ่าตัดภายในช่องปาก
  7. คุณภาพเกินราคา เป็นราคาที่เข้าถึงได้ แต่คุณภาพระดับพรีเมียม

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีการเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนทำการผ่าตัด จะทำให้ได้รับผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีที่สุด อีกทั้งยังช่วยป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการผ่าตัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลดีกับตัวคุณเอง โดยควรปฏิบัติตัวก่อนทำการผ่าตัดดังนี้

  1. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการป่วย
  3. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. งดรับประทานยากลุ่ม Aspirin และวิตามิน อาหารเสริม ยาลดน้ำหนักทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  5. ถ้าความดันสูงควรควบคุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร/ปรอท)
  6. แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้รับประทานอยู่เป็นประจำให้ทีมแพทย์ทราบ
  7. เตรียมตัวนอนพักฟื้นระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย

การปฏิบัติตัวและดูแลตัวเองหลังผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. หลังผ่าตัดไปช่วง 48 ชั่วโมงแรกนั้น ควรประคบเย็นบริเวณแก้มเป็นระยะ เพื่อลดอาการบวม
  2. หลังผ่าตัดไปช่วง 3-5 วัน เปลี่ยนจากประคบเย็น เป็นประคบอุ่น เพื่อให้เลือดหมุนเวียนได้ดี-ลดอาการบวม
  3. ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด รสเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
  4. บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีทำให้แสบปาก หรือน้ำสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารไปติดที่บริเวณบาดแผล
  5. แปรงฟันด้วยความระมัดระวัง อย่าแปรงแรงเพราะอาจจะไม่กระทบกับบาดแผลได้
  6. งดสูบบุหรี่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
  7. งดออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
  8. ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  2. ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  3. ความเสี่ยงในการที่เส้นประสาทใบหน้าได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้
  4. ความเสี่ยงในการที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน
ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เจ็บไหม

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เจ็บไหม มีข้อดีอะไรบ้าง ให้ผลลัพธ์น่าพอใจหรือไม่

การศัลยกรรมตัดไขมันกระพุ้งแก้ม หลาย ๆ คนยังไม่ได้ตัดสินใจทำ เพราะเกรงว่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เจ็บไหม หรือกลัวการเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ จึงไม่ได้ตัดสินใจทำ แต่หากได้ลองศึกษาหาข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรีวิวจากผู้ที่ได้ทำศัลยกรรมตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นอย่างไร เชื่อว่า หากเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ความกังวลเหล่านั้นจะลดน้อยลงอย่างแน่นอน

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal) เป็นการนำส่วนไขมันชั้นในที่ลึกสุดของใบหน้าอยู่ใกล้กระพุ้งแก้มออกมา ซึ่งไขมันกระพุ้งแก้มนี้จะอยู่ชิดกับภายในช่องปากมากกว่าผิวหนังใบหน้า จึงนิยมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มผ่านทางช่องปาก การตัดไขมันกระพุ้งแก้มเหมาะ สำหรับผู้ที่มีไขมันกระพุ้งแก้มมาก ๆ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มควรผ่าตัดกับแพทย์ผู้ชำนาญ เพราะการตัดไขมันกระพุ้งแก้มต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของรูปหน้าของผู้ต้องการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มด้วย อีกทั้งการตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับต่อมน้ำลาย หากพลาดไปโดนก็ต้องได้มาเสียเงินเสียเวลาในการรักษาเพิ่มอีกด้วย

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม  เจ็บมากไหม

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เจ็บไหม ถือว่าเป็นการผ่าตัดเล็ก คล้ายกับการผ่าตัดฟันคุด โดยมีจะแผลขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดฟันคุด คนไข้ส่วนมากเจ็บน้อย ความเจ็บปวดคล้ายกับการผ่าตัดฟันคุดหรือเจ็บน้อยกว่า ถือว่าเป็นการเจ็บที่สามารถทนความเจ็บปวดได้ ไม่มีอาการเจ็บมากจนเกินไป ถือว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนกลัวมากที่สุด เพราะอยากสวยแต่ไม่อยากเจ็บตัวมากเท่าไหร่ จึงยังให้ไม่ได้ตัดสินใจสักที

วิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มของ

  1. บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด เพื่อป้องกันการเชื้อโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
  2. นอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตและชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  3. ฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง เพื่อให้มีอาการเจ็บที่น้อยมาก
  4. ผ่าตัดนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างออกและเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  5. นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างและนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เจ็บไหม มีข้อดีอะไรบ้าง

ข้อดีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

สามารถปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้เรียวเล็ก สวยงามมากยิ่งขึ้น เป็นทางออกสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มป่องจากพันธุกรรม มีไขมันสะสมมากจนเกินไป  ที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยตนเอง

  1. เสียเลือดน้อย ทำให้ไม่ช้ำ

ศัลยแพทย์มีเครื่องมือ และเทคนิคที่จะทำให้การผ่าตัดเสียเลือดน้อยที่สุด เพราะข้อดีของการเสียเลือดน้อยคือทำให้แผลไม่ช้ำ หรือบวมนาน ทำให้กระพุ้งแก้มยุบ หายแก้มป่องได้เร็วขึ้น

  1. ศัลยแพทย์ตัวจริง

ให้บริการโดยศัลยแพทย์ด้านความงามโดยตรง ที่มีประสบการณ์แตกต่างจากศัลยแพทย์ตกแต่งทั่วไป ผ่านประสบการณ์ การรับรองทั้งในและต่างประเทศ

  1. รับประกันคุณภาพ

รับประกันคุณภาพหลังการรักษา หากมีปัญหาเกี่ยวกับผลการรักษา ทีมแพทย์และคลินิกยินดีดูแลลูกค้า ให้เกิดความพอใจผลการรักษาสูงสุด

  1. ไม่ต้องพักฟื้น

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการผ่าตัดเล็ก ที่ต้องเปิดแผลในช่องปาก แผลที่เปิดมีขนาดเล็ก ไม่ต้องพักฟื้น และที่สำคัญไม่มีรอยแผลเป็นหลังทำ ที่สามารถเห็นจากภายนอก รอยแผลด้านในจะจางหายไปเอง

  1. ไม่ใช้วิธีวางยาสลบ

การผ่าตัดกระพุ้งแก้ม ศัลยแพทย์จะใช้ยาชาฉีดเข้าบริเวณแก้มทั้งสองข้าง ไม่ใช้วิธีวางยาสลบ เพราะใช้เวลาไม่นานในการผ่าตัด และระหว่างผ่าตัดคนไข้ต้องอ้าปากค้างอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีอุปกรณ์เสริมช่วย

  1. ไม่จำเป็นต้องตัดไหม

โดยปรกติ ถ้าเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมอื่น ๆ จะต้องมีการกลับมาตัดไหมหลังทำ 7-10 วัน แต่การตัดไขมันกระพุ้งแก้มไม่จำเป็นต้องกลับมาตัดไหม เพราะศัลยแพทย์ได้ทำการเย็บแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งจะแผลจะหายและไหมสลายไปเองหลังทำ 14 วัน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น หลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการแก้ปัญหา ไขมันสะสมบริเวณแก้ม ที่ไม่สามารถฉีดสลาย หรือสลายไปได้ด้วยวิธีการสลายไขมันต่าง ๆ เพราะเป็นไขมันสะสมที่อยู่ใต้ชั้นผิวที่ลึกลงไปอีก อาการ “แก้มป่อง” จึงเกิดขึ้น การที่จะทำให้ไขมันบริเวณนี้หายไป จึงจำเป็นต้องผ่าตัด เพื่อนำไขมันส่วนเกินออกจากบริเวณแก้ม

  1. หน้าจะเรียวขึ้นหลังทำ

หากไขมันบริเวณนั้นได้ถูกผ่าตัด นำออกจากชั้นผิวบริเวณแก้ม แก้มก็จะยุบลงอัตโนมัติ ทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น หลังจากทำศัลยกรรม และจะเห็นผลเต็มที่ หลังผ่าตัด 30 วัน

  1. ไม่มีไขมันสะสมอีกนาน

การผ่าตัดศัลยกรรมไขมันกระพุ้งแก้ม ทำให้ไม่เกิดการสะสมไขมันบริเวณนี้ไปอีกนาน ทำให้เรามีใบหน้าที่เรียว วีเชฟ โดยไม่ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น ๆตาม และเห็นผลดีกว่าทุกวิธี

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บวมมาก

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บวมมาก มีวิธีการดูแลรักษาอย่างไรบ้าง

หลังจากการทำศัลยกรรมตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงวิตกกังวลใจไม่น้อย ว่าจะเกิดผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดหรือไม่  จะเป็นอันตรายอะไรไหม ซึ่งถือได้ว่าพบกับทุกคนที่ได้ตัดสินใจทำศัลยกรรมตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บวมมาก ดังนั้น ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อใช้เป็นรายละเอียดในการดูแลตนเองหลังจากได้รับการตัดไขมันกระพุ้งแก้มออกแล้ว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการที่เส้นประสาทใบหน้าได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้
  • ความเสี่ยงในการที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน
  • ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ทำตามคำสั่งแพทย์และผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด

ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเหมาะสมเพื่อลดโอกาสที่แผลจะติดเชื้อ ซึ่งจะทำให้แผลหายเร็ว ไม่บวม และที่สำคัญคือ ต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งจนครบด้วย

  1. ถ้าปวดหรือระบมมากให้ประคบเย็น

หลังจากการเสริมจมูกในช่วงแรก จะมีอาการปวดและระบมมาก หากรู้สึกว่าทานยาไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น ให้ใช้แผ่นเจลเย็นห่อด้วยผ้าเพื่อป้องกันน้ำหยดลงบนแผล ประคบไว้บริเวณจมูก หรือนำไปกระคบที่แก้มเพื่อช่วยลดอาการบวมอีกทางหนึ่ง

  1. ไม่แต่งหน้า 1 อาทิตย์

หลังจากอาการปวดและบวมที่จะตามมาทันทีหลังเสริมจมูก อาการที่จะตามมาอีกคือ ผิวหน้าบริเวณจมูกและแก้มที่เขียวช้ำ ในระยะนี้ไม่ควรแต่งหน้าโดยเด็ดขาด เพราะในขั้นตอนการทำความสะอาดอาจผิว อาจส่งผลต่อแผลจนเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อขึ้นมาได้

  1. ห้ามนอนตะแคง

ช่วง 1 อาทิตย์แรกร่างกายยังไม่มีการปรับโครงสร้างให้เข้ากับจมูกใหม่ ท่านอนตะแคงอาจจะทำให้จมูกที่ทำมาเบี้ยวหรือผิดรูปได้ ดังนั้น จึงควรงดนอนท่านี้ไปก่อน

  1. ใช้ใบบัวบกลดบวม

ใบบัวบก เป็นพืชที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการช้ำใน ลดอาการบวมและที่สำคัญช่วยลดรอยเขียวช้ำที่ปรากฏขึ้นบนผิวหน้าให้จางลงได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถทานเป็นเม็ดอาหารเสริม หรือดื่มน้ำใบบัวบกคั้นสดก็ได้

  1. งดไข่ ของหมักดองและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

โปรตีนจากไข่จะเข้าไปทำให้รอยเย็บของแผลนูนไม่สวยงาม ดังนั้น ในช่วงที่แผลยังไม่แห้งสนิทควรงดการรับประทานไข่ไปก่อน ส่วนของหมักดองและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรงดไปก่อนประมาณ 1 เดือน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่แผลจะอักเสบ และติดเชื้อ หากงดได้ตามนี้ก็จะทำให้แผลแห้งไว จมูกเข้าที่ได้เร็วขึ้น

  1. ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ

วิธีทำความสะอาดแผลง่าย ๆ คือใช้สำลีหรือคัตตอนบัดชุบน้ำเกลือแล้วเช็ดทำความสะอาดเบา ๆ บริเวณแผล เพื่อสุขอนามัยที่ดี ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดได้ทั้งคราบเลือด และคราบน้ำเหลืองที่อยู่บนแผลได้อีกด้วยในช่วง 7 วันแรกอาจมีอาการบวมมากน้อยต่างกันไป ผลชัดเจนแก้มจะยุบเต็มที่ 2 สัปดาห์

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บวมมาก ต้องแก้ยังไง

อาหารสำหรับลดบวมช้ำ หลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ฟักทอง อุดมไปด้วยวิตามิน A ช่วยลดการติดเชื้อหลังผ่าตัด ขจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมโดยการขับออกทางของเสียของร่างกาย ช่วยลดอาการบวม เมนูอาหารที่ทำจากฟักทองเช่น ซุปฟักทอง ฟักทองนึ่ง ผัดฟักทอง แกงบวดฟักทอง
  2. ใบบัวบก ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีขึ้น กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และยังแก้ฟกช้ำได้ดีอีกด้วย น้ำใบบัวบกสามารถทานเพื่อลดบวมช้ำได้ดี แต่ถ้าไม่สะดวกจะหาซื้อ หรือไม่อยากเสียเวลาทำเอง ตอนนี้ก็มีใบบัวบกในรูปแบบแคปซูลที่หาซื้อได้ง่ายสะดวก สวยไวทันใจแน่นอนเลย
  3. สาหร่าย อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการมากมาย มีใยอาหาร และธาตุเหล็ก ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ เมนูซดง่าย ๆ อร่อยคล่องคอก็คงเป็นซุปสาหร่าย หรือจะเป็นยำสาหร่ายสไตล์ญี่ปุ่น น่าจะเป็นของโปรดของสาว ๆ หลายคนอยู่แล้ว ทานอร่อย มีประโยชน์
  4. น้ำมะพร้าว ช่วยบำรุงร่างกาย ดีต่อผิวพรรณ ช่วยล้างพิษ ขับของเสียออกจากร่างกาย ลดอาการบวม แนะนำให้สาว ๆ ที่ทำจมูกมาทานน้ำมะพร้าวสด ๆ เลยค่ะ ช่วยลดบวมช้ำได้ดีจริง ๆ
  5. ถั่วดำ ช่วยบำรุงโลหิต ขจัดสารพิษในร่างกาย ลดอาการบวม ลดการติดเชื้อ ลดการอักเสบ เมนูแสนอร่อยจากถั่วดำก็อย่างเช่น ขนมถั่วดำใส่กะทิ ข้าวเหนียวถั่วดำ