ลดแก้มเร่งด่วน

วิธีการ ลดแก้มเร่งด่วน ช่วยทำให้หน้าเรียว

คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นกล้ามเนื้อ และไขมันบนใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเกิดจากการสะสมไขมันบนใบหน้า โดยมีปัจจัยจากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธุ์ และการดำรงชีวิตซึ่งได้แก่การรับประทานอาหาร เมื่อไขมันสะสมบนใบหน้ามากขึ้นทำให้เกิดไขมันมากระจุกรวมบริเวณช่วงล่างของใบหน้าทำให้เกิดแก้มห้อย คอเหนียง คาง 2 ชั้น และหน้าบาน จึงต้องหาวิธีลดแก้มเร่งด่วนกันเลยทีเดียว

วิธีการลดแก้ม ให้หน้าเรียว

ไขมันเมื่อเกิดขึ้นมาได้ก็ทำให้หายลงไปได้เช่นกัน ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถลดแก้มได้อย่างแน่นอน

  • ออกกำลังกายใบหน้า

การออกกำลังกายใบหน้า ก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังนี้

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้ม

วิธีปฏิบัติคือ ให้ท่านดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้

ลดแก้มเร่งด่วน ทำยังไง

  • การนวดแก้ม

วิธีปฏิบัติคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้

  • บริหารใบหน้าขณะทาครีม

วิธีปฏิบัติคือ ขณะที่ท่านทำการทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อยๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย

  • บริหารกล้ามเนื้อใต้คาง

กล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อย เกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อใต้คางให้แข็งแรง เพื่อที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะสามารถพยุงไขมันบริเวณใต้คางได้ ซึ่งท่าบริหารกล้ามเนื้อใต้คางก็ไม่ยาก สามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้

  • ท่ายืดคาง

วิธีปฏิบัติคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้ได้มากที่สุด แล้วยืดปาก ทำท่าปากจู๋ แล้วทำค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จะรู้สึกตึงที่บริเวณใต้คางเล็กน้อย ทำซ้ำ ๆ ทุกวัน หรือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อใต้คางได้ทำงาน และลดไขมันสะสมบริเวณนั้นด้วย

  • ท่ายืดคอ

วิธีปฏิบัติคือ ทำท่าคล้ายกับท่ายืดคาง แต่ให้ดันลิ้นแตะกับเพดานปากให้ได้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที คลายออก และทำซ้ำ 2 – 3 รอบต่อครั้ง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ และใต้คางให้กระชับขึ้น

  • คุมอาหาร

นอกจากการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ แล้ว การคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หากต้องการลดเหนียง ลดแก้ม ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง และหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกาย ลดแป้ง น้ำตาล เป็นต้น

เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ มาใช้ให้หมดไป และไม่สะสมไขมัน และแป้งเข้าไปเพิ่มอีก ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย หากลดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับร่างกายแทน

  • เมคอัพ ช่วยชีวิต

การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้หน้าเรียว สวย ในแบบที่ต้องการได้ชั่วคราว เพราะการจะลดไขมันสะสมในร่างกายนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว สาวๆ หลายคนอาจจะต้องอาศัยการคอนทัวร์ หรือเฉดดิ้ง ใบหน้าเพื่อให้หน้าดูเรียว ไร้เหนียงไปก่อน

บทความแนะนำ เติมไขมันหน้า จากเว็บไซต์ Rattinan.com

เมื่อปฏิบัติตามวิธีข้างต้นแล้วแต่ต้องการให้เห็นผลอันรวดเร็วคงหนีไม่พ้นการพึ่งการทำศัลยกรรม โดยการทำศัลยกรรมนั้นจะเป็นการลดแก้มแบบเร่งด่วนซึ่งเห็นผลทันตาในบางวิธีและในบางวิธีอาจต้องใช้เวลาในการที่จะให้แก้มลดลง ซึ่งการทำศัลยกรรมลดแก้มมีดังนี้

ลดแก้มเร่งด่วน เพียงไม่กี่ขั้นตอน

วิธีลดแก้มแบบเร่งด่วน

  • เมโสแฟต ลดแก้ม ลดเหนียง เห็นผลใน 1 สัปดาห์

สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มเยอะ มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้ามาก การฉีดเมโสแฟต เป็นทางเลือกที่ดีและเห็นผลชัดเจนที่สุดในการใช้ลดแก้ม ลดเหนียง เพราะเป็นการลดไขมันเฉพาะจุด โดยเฉพาะไขมันในจุดที่ลดยาก แม้จะออกกำลังกายแล้วก็ยังลดไม่ค่อยลง สามารถใช้เมโสแฟตเป็นตัวช่วยเร่งให้ลดสัดส่วนได้ไวขึ้น

หลังฉีดเมโสแฟตลดแก้ม ลดเหนียงไปแล้วจะมีอาการบวมเล็กน้อย แต่จะยุบไปเองใน 3 – 4 ชม. เห็นผลชัดเจนใน
1 – 3 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของแต่ละคน) โดยการฉีดเมโสแฟต ไขมันจะเริ่มสลายตัว 10 – 15% ตั้งแต่การทำครั้งแรก

บทสรุป

สำหรับผู้ที่ต้องการลดแก้มแบบเร่งด่วน การฉีดเมโสแฟต เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เห็นผลไวที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านสามารถเข้ารับบริการได้แทบจะทุกสถานบริการ แต่ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านควรที่จะศึกษาข้อมูลวิธีการทำ ศึกษาข้อมูลตัวยาให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เข้ารับบริการเอง