ประคบ ร้อน ลดแก้ม

วิธีการ ประคบ ร้อน ลดแก้ม ต้องทำยังไง ได้ผลจริงหรือไม่

แก้มใหญ่ แก้มเยอะ แก้มอวบ ๆ คงไม่ดีแน่หากใครเป็นคนที่มีแก้มเยอะ ๆ ดังนั้นเรามาบริหารใบหน้าเพื่อลดแก้มกันดีกว่า ด้วยวิธีง่าย ๆ

ออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า โดยเป่าลูกโป่ง
เป่าลูกโป่งให้พอง และปล่อยลมออกจนหมด 10 ครั้ง/วัน เป็นการทำให้ไขมันที่สะสมที่แก้มมีการได้ขยับ ทำให้แก้มป่องๆ ลดลงได้ใน 5 วัน การเป่าลูกโป่งถือว่าเป็นวิธีที่ดีในการบริหารหน้าและไขมันบริเวณแก้มแค่หยิบลูกโป่งมาเป่าวันละ 10 ครั้ง เพราะการใช้ปากเป่าลมเข้าไป จะทำให้เรารู้สึกถึงการขยายออกของกล้ามเนื้อในแก้ม เป่าให้ลูกโป่งพองจนสุด แล้วปล่อยลมออกจากลูกโป่งให้แฟบ ทำไปเรื่อย ๆ จนครบ 10 ครั้ง / วัน ร่วมกับวิธีการอื่นก็อาจช่วยให้รู้สึกว่าแก้มกระชับขึ้นได้ บริหารลิ้น
ง่ายและทำได้ทุกวัน หลังจากที่ทานข้าว เราก็แค่หมุนลิ้นเป็นวงกลมไป-มา จะช่วยลดไขมันที่สะสมในช่องปาก เพียงทำแค่นี้ 15 รอบ/วัน บอกลาแก้มป่องและรอบบริเวณปากได้เลย

การกลั้วปาก

น่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนส่วนใหญ่อาจนึกไม่ถึง เพราะแค่กลั้วปากด้วยน้ำอุ่น 3-4 ครั้ง / วัน ก็เป็นอีก 1 วิธีในการบริหารแก้มให้รู้สึกกระชับขึ้น ด้วยการอมน้ำอุ่นให้เต็มแก้ม แล้วกลั้วน้ำในปาก ก่อนจะบ้วนน้ำทิ้ง ซึ่งจะทำที่ไหนตอนไหนก็ได้ แต่ที่ช่วงเวลาที่ไม่ควรลืมทำเลยคือก่อนเข้านอน

ประคบแก้มด้วยผ้าอุ่นจัด
การประคบด้วยผ้าขนหนูอุ่นจัด ๆ ประคบ ร้อน ลดแก้ม เป็นการให้ความร้อนกระตุ้นไขมันก้อนใหญ่บนใบหน้า คล้าย ๆ กับการอบไอน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเปิดรูขุมขนให้เหงื่อและไขมันใต้ผิวหน้าออกมา แถมยังช่วยให้แก้มรู้สึกกระชับขึ้นได้ ด้วยการชุบผ้าขนหนูในน้ำอุ่น บีบน้ำออกจากผ้าให้เปียกพอหมาด แล้วค่อย ๆ ประคบลงบนบริเวณที่มีไขมันสะสมบนใบหน้าพอผ้าขนหนูเริ่มเย็น ให้เอาไปชุบน้ำอุ่นมาประคบหน้าอีกครั้ง ทำไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน การอบไอน้ำผิวหน้าจะช่วยเปิดรูขุมขน และต้านไขมันไม่ให้ก่อตัวสะสมบริเวณแก้มได้

วิธีการ ประคบ ร้อน ลดแก้ม

นวดหน้าก่อนนอนทุกวัน
นวดหน้าก่อนนอนเป็นการลดไขมันบนใบหน้า และได้ความผ่อนคลายจากความตึงเครียดในแต่ละวัน เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับดีๆ ที่ทำได้ทุกวันเลยค่ะ โดยแล้วเริ่มนวดที่ฝั่งนั้นโดยใช้มือกลิ้งลงไปบริเวณแกล้ม มุมปาก ร่องแกล้ม 4-5 ครั้งต่อจุด แล้วหมุนวนรอบๆ ประมาณ 3-4 รอบแล้วรีดออกตามลายเส้น ของกล้ามเนื้อ หลังจากนั้นเราจะเริ่มมานวดรอบบริเวณ รอบดวงตาโดยใช้นิ้วกดคลึงเบา ๆ บริเวณเบ้ากระดูกตาแล้วรีดตามเบ้ากระดูกตาไปที่ขมับ บริเวณหน้าผากใช้นิ้วมือกลิ้งวนไปแล้วใช้ฝ่ามือ รีดจากคิ้วไปขึ้นไปที่หน้าผากและไรผมสุดท้ายเราจะใช้มือรีดบริเวณคางไปที่ติ่งหู เป็นท่ารีดที่ช่วยเก็บเหนียง

นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่น  ๆ ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ

การใช้ชีวิตประจำวันอย่างระมัดระวัง ก็สามารถป้องกันปัญหาเนื้อแก้มเยอะและไขมันสะสมได้ โดยอาการบวมนั้นอาจเกิดจากความชื้นที่สะสมในร่างกายนานเกินไป จนทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นลง ส่งผลทำให้ร่างกายต้องเร่งสร้างไขมันเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้หากร่างกายเย็นลงจะทำให้หัวใจเต้นช้าลง ร่างกายไม่เผาผลาญและก่อให้เกิดไขมันสะสมได้

การนอน สำหรับใครที่หน้าบวมอยู่ ให้ลองสังเกตดูว่าคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงหรือไม่ เพราะการหนุนหมอนสูง ๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ส่งผลทำให้หน้าบวมได้ง่าย ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชื้นมากองรวมอยู่ที่บริเวณใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้น การเลือกนอนหนุนหมอนต่ำและนอนในท่านั่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าได้

เลือกดื่มน้ำอุ่นและรับประทานอาหารอุ่น ๆ การรับประทานอาหารเย็น ๆ หรือการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำจะทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ จนส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้นมาได้ นอกจากนี้คุณควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น ๆ จนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เลือดไม่ไหลเวียน ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และทายพวกผักผลไม้ ก็จะช่วยให้ผิวพรรณคุณดูเปล่งปลั่งสดใส

ออกกำลังกาย ลดแก้ม

มาดูท่า ออกกำลังกาย ลดแก้ม และวิธีการลดแบบธรรมชาติ

การออกกำลังกาย ลดแก้ม คล้ายกับการออกกำลังกายในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เหตุผลก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งการออกกำลังกายใบหน้าก็สามารถทำได้หลายรูปแบบการออกกำลังกายที่หน้า ยังสามารถช่วยปรับรูปหน้า ลดรอยเหี่ยวย่น และช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงขึ้น

ท่าออกกำลังกายหน้า ลดแก้ม

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้มวิธีการคือ ดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้
  • การนวดแก้มวิธีการคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้
  • บริหารใบหน้าขณะทาครีมวิธีการคือ ขณะที่ทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อย ๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย
  • ท่าอมลมเริ่มต้นด้วยการอมลมไว้ในกระพุ้งแก้มเหมือนกำลังจะเป่าลูกโป่ง แล้วให้สลับลมไปมาระหว่างกระพุ้งแก้ม 2 ข้างได้ ทำวนไปประมาณข้างละ 8-10 ครั้ง
  • ท่าต่อมาคือ ท่ายิ้ม (Smile) แต่มีข้อแม้ว่า ริมฝีปากต้องปิดมิดชิดตลอดเวลา กัดฟันไว้ และยิ้มไปให้สุด เราควรยิ้มค้างไว้ประมาณ 8 วินาที

ออกกำลังกาย ลดแก้ม มีกี่ท่า

นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกที่จะช่วยลดแก้ม เช่น

การใช้ผ้าขนหนูอุ่น ๆ ซับแก้ม

การใช้ผ้าขนหนูอุ่น ๆ อังแก้ม จะคล้ายการ ” อบไอน้ำ ” ใบหน้าของเธอจะเริ่มมีเหงื่อออก ช่วยต้านไขมันไม่ให้ก่อตัวสะสมบริเวณใบหน้า นำผ้าขนหนูจุ่มลงไปในหม้อที่มีน้ำอุ่น ๆ  บีบน้ำออกให้ผ้าเปียกพอหมาด แล้วค่อย ๆ อังผ้าขนหนูลงบนบริเวณที่มีไขมันสะสมบนใบหน้า ทำตามขั้นตอนเดิมซ้ำประมาณ 5 ครั้ง นาน 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน การอบไอน้ำผิวหน้าทำให้ช่วยเปิดรูขุมขน และที่สำคัญลดไขมันบริเวณแก้มได้

เคี้ยวหมากฝรั่ง ลดแก้ม

การเคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าเพราะช่วยลดไขมันบริเวณแก้ม ทำให้แก้มป่อง ๆ เรียวลงได้ ขั้นตอนการทำก็ง่าย ๆ แค่เคี้ยวหมาก เป็นเวลา 20 นาที วันละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยละลายเซลล์ไขมันจากใบหน้า ทำให้ใบหน้าของเธอเรียวลงและกระชับขึ้นอย่างชัดเจน แนะนำเลือก ชนิดไม่มีน้ำตาลหรือ sugar-free จะช่วยไม่ให้เราเพิ่มน้ำตาลและลดการฟันผุได้ค่ะ

การออกกำลังกายลดแก้มแบบ หมุนลิ้นไปรอบ ๆ

ให้ปิดปาก หมุนปลายลิ้นไปมาวนเป็นวงกลม ระหว่างหมุนลิ้น พยายามให้หลายลิ้นแตะผิวชั้นนอกของฟันบนและฟันล่าง ทำแบบนี้ 15 ครั้งตามเข็มนาฬิกา และวนซ้ำอีกครั้ง 15 ครั้งแบบทวนเข็มนาฬิกา เป็นวิธีออกกำลังกายง่าย ๆ แต่ลดไขมันบนแก้มได้อย่างดีเยี่ยม

นวดหน้า ลดแก้ม

การนวดหน้าก็ช่วยลดไขมันบนแก้มได้ เพราะช่วยทำให้ใบหน้าเข้ารูปและกระชับขึ้น ช่วยทำให้กระตุ้นการหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้น ช่วยระบายน้ำเหลืองในร่างกายให้ดีขึ้น และลดการเก็บกักน้ำในร่างกาย ทำให้ไม่เกิดการบวม

อย่านอนหมอนสูง

เพราะการนอนหมอนสูงจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ส่งผลทำให้หน้าบวมได้ง่าย ดังนั้นควรนอนหมอนเตี้ยจะดีกว่า แรก ๆ อาจจะนอนหลับไม่ค่อยสบาย แต่ต่อไปจะชินและทำให้หน้าไม่บวมอีกด้วย

ออกกำลังกาย ลดแก้ม ทำยังไง

ดื่มน้ำให้เพียงพอ 8-10 แก้วต่อวัน เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

หันมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังอุดมไปด้วยน้ำที่สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว มันจึงช่วยรักษาระดับน้ำบริเวณแก้มได้ อีกทั้งผักและผลไม้ยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและควรหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส โยเกิร์ต ฯลฯ เพราะจะช่วยลดการกักเก็บน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้าได้

การใช้ชีวิตประจำวันอย่างระมัดระวัง

ก็สามารถป้องกันปัญหาเนื้อแก้มเยอะและไขมันสะสมได้ โดยอาการบวมนั้นอาจเกิดจากความชื้นที่สะสมในร่างกายนานเกินไป จนทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นลง ส่งผลทำให้ร่างกายต้องเร่งสร้างไขมันเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้หากร่างกายเย็นลงจะทำให้หัวใจเต้นช้าลง ร่างกายไม่เผาผลาญและก่อให้เกิดไขมันสะสมได้

วิธีลดเหนียง ลดแก้ม

วิธีลดเหนียง ลดแก้ม สามารถทำได้ ด้วยวิธีการใดบ้าง

คนมีเหนียงส่วนใหญ่เกิดจากการพฤติกรรมการใช้ชีวิต มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะมีเหนียงซึ่งเหนียงเกิดจากการไม่ออกกำลังกาย ไม่เลือกกิน หรือมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นก็จะมีไขมันสะสมง่าย การกำจัดไขมันส่วนเกินที่อยู่ตรงใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นวิธีลดเหนียง ลดแก้ม  ปัจจุบันมีวิธีทางศัลยกรรมหลากหลายวิธีเลือก และมีหลายคนสนใจการฉีดเมโสแฟตเหนียงกันมากขึ้นเพราะเมโสแฟต  Meso Fat เหนียงช่วยกำจัดไขมันบริเวณใต้คางได้เป็นอย่างดีค่ะ

เมโสแฟต Meso Fat เหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ ให้ไขมันที่ใบหน้า เช่น แก้ม เหนียง ลดลงอย่างชัดเจนและรวดเร็ว ภายใน 5-7 วัน
  • ผู้ที่ต้องการฉีด Meso ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ปลอดภัย ซึ่งช่วยให้ไขมันแตกตัว ผ่านกระบวนการเผาผลาญ และขับออกทางปัสสาวะ
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาทำต่อเนื่อง สามารถฉีดเพียงแค่ 3-4 ครั้ง ก็เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณเหนียงเยอะ มีคางสองชั้น ต้องการให้ไขมันบริเวณเหนียงลดลงอย่างชัดเจนและรวดเร็ว
  • ผู้ที่ต้องการฉีดลดไขมันด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ปลอดภัย ซึ่งช่วยให้ไขมันแตกตัว ผ่านกระบวนการเผาผลาญ และขับออกพร้อมกับของเสียจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ
  • ผู้ที่ออกกำลังกายลดน้ำหนักแล้ว เหนียง และแก้มก็ยังไม่ลด

เมื่อฉีดเมโสแฟตเหนียงลงในชั้นไขมัน ตัวยาออกฤทธิ์หลัก ๆ คือ Artichoke extract (Cynara scolymus) ทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ในกระบวนการ anabolism ลดเนื้อเยื่อไขมัน ลดการสังเคราะห์กรดไขมันและไขมันที่สลายจะถูกขับออกมาโดยจะออกมาปะปนกับเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระ เมโสแฟตจึงเป็นการสบายไขมันออกจากร่างกายได้อย่างถาวรโดยไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย แถมยังช่วยในเรื่องของการไหลเวียนของเลือดและระบบต่อมน้ำเหลืองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

การเตรียมตัวฉีดเมโสแฟต ลดเหนียง ลดแก้ม

  • ก่อนอื่นต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำเมโสแฟต ให้ละเอียดถึงผลลัพธ์ ข้อดีข้อเสียและการเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ สะอาดได้มาตรฐาน ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รับการรับรองจากแพทยสภา ว่าสามารถทำการศัลยกรรมด้านหัตถการ พร้อมให้คำปรึกษาได้เป็นอย่างดี
  • เข้าตรวจสภาพผิว พูดคุยถึงปัญหาเสนอแนวทางและคำนวณปริมาณให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน รวมไปถึงการแจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รู้ถึงประวัติคนไข้ด้วย

วิธีลดเหนียง ลดแก้ม ต้องทำยังไง

กาฉีดเมโสแฟต ลดเหนียงลดแก้ม กี่วันเห็นผล

หลังจากฉีดเมโสแฟต จะเห็นผลเหนียงยุบภายใน 5-7 วัน และจะเห็นผลที่ชัดเจนขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ และตัวยาเมโสแฟตที่เราฉีดเข้าไปมีส่วนช่วยให้ผิวเต่งตึง กระชับ และไม่ทำให้ผิวหย่อนยาน

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด เมโสแฟต

  • หลังจากฉีดเมโสแฟตให้คุณดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ หรืออย่างน้อยวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างต่ำ เพราะการดื่มน้ำมาก ๆ เป็นการช่วยขับไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายได้มากขึ้น
  • งดการทาครีมแต่งหน้าบริเวณที่เป็นรอยเข็ม 1 คืน หากเกิดรอยแดง บวม ให้ประคบเย็นก่อนภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังจากนั้นสามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติ
  • หลังจากฉีดเมโสแฟตเหนียง 1-3 วันแรกจะมีอาการบวม เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรนวดหรือบีบ หรืออบซาวน่า และให้งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่หรือทำการทรีตเม้นต์ต่าง ๆ
  • ปรับพฤติกรรมการกินของคุณและหลีกเลี่ยงการทานอาหารประเภท แป้ง ไขมัน น้ำตาล และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม ถ้าคุณปรับเปลี่ยนตามที่เราแนะนำเหนียงของคุณก็จะไม่กลับมาอีก

ผู้ที่ไม่สามารถฉีดเมโสแฟตได้

  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร
  • คนไข้โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
  • คนที่มีโรคประจำตัว โรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ

ความเสี่ยงในการฉีดเมโสแฟต ลดแก้ม ลดเหนียง

  • ผู้เข้ารับการฉีดบางรายอาจแพ้สารที่ฉีดเข้าไปได้ หรือเกิดการติดเชื้อในบริเวณที่ฉีด รวมถึงผิวหนังบริเวณที่ฉีดอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือเกิดรอยช้ำ รอยแผลเป็น บวมและอาจเป็นโรคชั้นไขมันอักเสบได้ด้วย
  • สารสำหรับฉีดเมโสแฟตหลายตัวยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศไทย และยังไม่มีผลวิจัยใด ๆ รับรองว่าสารเหล่านั้นจะสามารถสลายไขมันให้ร่างกายได้จริง ดังนั้นผู้เข้ารับการฉีดจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัยว่าจะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือส่งผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา

การฉีดเมโสแฟตลดเหนียง ลดแก้ม เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหามันส่วนเกินได้ตรงจุด และมีประสิทธิภาพ และไม่มีผลข้างเคียงหรือสารตกค้างที่จะก่อให้เกิดอันตรายได ๆ หากได้รับการฉีดจากคลินิกที่ได้มาตรฐานจดทะเบียนถูกต้อง และกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ลดแก้ม ฉีดอะไร

ลดแก้ม ฉีดอะไร มีวิธีการไหนบ้าง ที่สามารถทำได้ ไปดูกัน

หนึ่งในปัญหาใหญ่สำหรับสาว ๆ ก็คือการมีใบหน้าที่ใหญ่ กลม บาน แก้มเยอะบางคนไม่ได้อ้วนแต่หน้าใหญ่มาก แก้มเยอะ ไม่ว่าจะแต่งหน้าโทนไหนก็ไม่สามารถปกปิดได้ ใช้วิธีออกกำลังกาย ก็ไม่สามารถทำให้แก้มลดลงได้ ดังนั้นจึงมีคำถามมากมายว่า ลดแก้มทำอย่างไร ? ลดแก้ม ฉีดอะไร ? มีวิธีลดแก้มแบบถาวรอะไรบ้าง ? ทำแล้วได้ผลจริงหรือไม่ ? ดังนั้นวันนั้นเราจะมาไขข้อข้องใจกับปัญหาเหล่านี้กันค่ะ

ลดแก้มด้วยการฉีด Meso Fat (เมโสแฟต)

Meso Fat (เมโสแฟต) คือ วิธีการที่แพทย์ใช้การฉีดตัวยาในกลุ่มของ Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, L-carnitine, Amino acid หรือ Minerals สารเหล่านี้เป็นสารสกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดงและวิตามินอีกหลายชนิด โดยจะฉีดเข้าสู่ผิวหนังลึกเข้าไปในชั้นไขมัน และสามารถสลายออกจากร่างกายได้ เนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เมื่อฉีดสารสำคัญเข้าไปในจุดที่ต้องการลดไขมันแล้ว สารนี้จะช่วยสกัดการสะสมของไขมันและทำให้ไขมันเหล่านี้สลายตัวออกมา ช่วยให้เลือดและระบบต่อมน้ำเหลืองไหลเวียนสะดวกยิ่งขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ มีความแข็งแรงและกระชับขึ้น โดยไขมันที่สลายออกมานั้นจะอยู่ในรูปของไขมันเหลว และถูกขับออกมาทางปัสสาวะกับทางอุจจาระ

ดูดไขมันลดแก้ม

ดูดไขมันลดแก้ม คือเทคโนโลยีในการกำจัดแก้มโดยไปสลายไขมันและดูดออกในครั้งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องกลับมาทำอีกหลายครั้ง เป็นนวัตกรรมการดูดไขมันในปัจจุบันสามารถทำในพื้นที่เล็ก ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น แก้มป่อง  เหนียงใต้คาง  ปีกเสื้อใน โดยเกิดความฟกช้ำ ระบมน้อย เสียเลือดน้อยมาก การดูดไขมันลดแก้มหากทำกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะภายหลังการดูดไขมันผิวหนังเรียบเนียนไม่เป็นคลื่น และไม่ทิ้งรอยแผลเป็น คนไข้สามารถฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนานได้ใบหน้าที่ดูเรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

ลดแก้ม ฉีดอะไร ถึงได้ผล

 โบท็อกซ์แก้ม(Botox)

เป็นการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามเพื่อทำการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กก่อน แล้วทำการฉีดโบท็อกซ์เพื่อยกแก้มให้หน้ากระชับขึ้นอีกที  วิธีนี้จะช่วยทำให้หน้าของดูเรียวเล็กและแก้มดูกระชับขึ้นได้  แต่วิธีนี้ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่เพราะมันไม่ใช่วิธีลดแก้มโดยตรง และบางคนที่ทำแล้วก็อาจจะไม่เห็นผลถึงความแตกต่างระหว่างก่อนทำและหลังทำก็ได้  จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสมควรทำหรือไม่

การตัดกระพุ้งแก้มลดแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเพื่อลดแก้มนั้น เป็นวิธีหนึ่งในการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลงอย่างถาวร โดยแพทย์จะผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก ช่วยลดแก้มเห็นผลลัพธ์ชัดเจน และเนื่องจากเป็นการผ่าตัดเล็กจึงไม่มีแผลเป็น ภายนอก แผลภายหลังผ่าตัดหายเร็ว และการผ่าตัดกระพุ้งแก้มหากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด การติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด รวมถึงความเสี่ยงในการที่เส้นประสาทใบหน้าได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้ และความเสี่ยงในการที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน ดังนั้นต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

สาเหตุหลักของการเกิดไขมันสะสมแก้ม

ปัญหาไขมันสะสมบนใบหน้า เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธุ์ การทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ รวมไปจนถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก และดื่มน้ำน้อยเกินไป นอกจากนี้ ก็เป็นเรื่องของอายุที่มากขึ้น เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น โครงสร้างของกระดูก กล้ามเนื้อ และไขมัน บนใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป ไขมันที่เคยเกาะกลุ่มแน่นตึงบนใบหน้า จะเริ่มสลายไป และเคลื่อนตัวลงล่าง มากระจุกรวมกันบริเวณช่วงล่างของใบหน้า ทำให้เกิดแก้มห้อย คอเหนียง คาง 2ชั้น หน้าบาน ซึ่งเป็นปัญหาของผิวที่เสื่อมสภาพ และมีอายุ และการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมากหรือดื่มเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำและจะกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณแก้มจนทำให้แก้มบวมป่องมากขึ้น

ไขมันบนใบหน้าเผาผลาญเองได้หรือไม่

ไขมันบนใบหน้า บางครั้งแม้จะลดน้ำหนักไป  ไขมันที่อื่น ๆ หายไป แต่ไขมันที่หน้าก็ยังอยู่เหมือนเดิม นั่นหมายความว่า เราไม่สามารถบริหารหน้าเพื่อลดไขมันบนใบหน้าได้

ลดแก้ม pantip

ลดแก้ม pantip วิธีไหนดี ได้ผลลัพธ์เยี่ยม และปลอดภัย

ลดแก้ม pantipการทำศัลยกรรมไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมส่วนไหนของร่างกายหากคุณคิกจะทำ คุณก็ต้องหาข้อมูลก่อน ไม่ว่าจะเป็นทำที่ไหน คลินิกไหนดี ราคาเท่าไหร่ ทำออกมาแล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร เจ็บไหม อยู่ได้นานไหม หรือคำถามอีกมากมาย ทุกคำถามล้วนแล้วต้องการคำตอบ ส่วนมากคำถามเหล่านี้จะเป็นการตั้งกระทู้ถามกันใน pantip เป็นการตั้งกระทู้เพื่อแชร์ เรื่องราวต่าง ๆ ของการทำศัลยกรรมมา เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจเข้ารับการรักษาได้มีการเตรียมตัว รวมถึงได้แชร์ผลลัพธ์หลังการทำเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละคนก็จะตั้งกระทู้ขึ้นมาเพื่อให้คนที่กำลังหาข้อมูลที่กำลังจะไปทำได้อ่าน ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้เราตัดสินใจ เช่นผู้ที่กำลังมีปัญหาแก้มใหญ่ หน้าบาน อยากจะทำศัลยกรรมลดแก้ม อยากทราบข้อมูลต่าง ๆ สามารถค้นหาได้ที่ กระทู้ของพันทิป พิมพ์คำว่าลดแก้ม pantip ข้อมูลหัวข้อต่าง ๆ ก็จะขึ้นมาให้เราก็สามารถเลือกอ่านในเรื่องที่ต้องการทราบได้เลย

ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีแก้มใหญ่ เป็นเพราะมีไขมันกระพุ้งแก้ม อาจเกิดจากสาเหตุจากกรรมพันธุ์ ที่ทางพ่อแม่ เป็นคนมีแก้มม้าแต่บรรพบุรุษ หรือมาจากสาเหตุการกินอาหารของเรา กินในปริมาณเกินที่ร่างกายจะเผาผลาญทำให้เกิดไขมันสะสม หรืออาจเป็นเพราะรูปหน้า ทำให้มีแก้ม เราลองมาดูกันว่า

ลดแก้ม pantip เหมาะสำหรับใคร

คนที่มีใบหน้าแบบไหนควรลดแก้ม

ใบหน้ารูปหน้าหัวใจ

ผู้ที่มีใบหน้ารูปหัวใจนั้น จะมีช่วงหน้าผากที่กว้าง และช่วงคางที่แคบบวกกับไรผมที่ดูเป็นรูปหัวใจดูมีเสน่ห์ เนื่องจากว่าสาวหน้าหัวใจมีคางที่เรียวแหลมอยู่แล้ว ไม่ควรลดแก้มตัดไขมันกระพุ้งแก้มอย่างใด การตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะยิ่งเป็นการทำให้แก้มเล็กลง ทำให้หน้าดูตอบยิ่งถ้าอายุมากขึ้น แก้มก็จะลดไปเอง ทำให้แก้มตอบเข้าไปอีก

ใบหน้าหน้ากลม

ผู้ที่มีหน้ากลมจะมีบริเวณแก้มมากกว่าหน้าแบบอื่น ๆ แล้วก็ขนาดความกว้างและความยาวของหน้าก็เกือบเท่ากันเลย ดังนั้นจึงเหมาะแก่การลดแก้มอย่างยิ่ง เนื่องจากมีไขมันสะสมที่บริเวณกระพุ้งแก้มอยู่เยอะ ทำให้ดูมีแก้มมากและทำให้หน้าดูกลม จึงจำเป็นต้องลดแก้ม เพื่อให้หน้าเรียว สวยงาม  ทั้งนี้เพราะสาวหน้ากลมส่วนมากจะมีปัญหาทั้งการเสริมสวยและทำผม เนื่องจากหากทำผมเปิดหน้ามากเกินความจำเป็นหน้าก็จะดูใหญ่มากอีกด้วย การลดแก้มการตัดไขมันกระพุ้งแก้มก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีกับสาวหน้ากลม

ใบหน้ายาว

ผู้ที่มีใบหน้ายาวโอกาสน้อยมากที่จะมีไขมันกระพุ้งแก้ม หรือหากมีการลดแก้มอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีของสาวหน้ายาว เพราะหากเรายิ่งลด หรือตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะมีผลให้แก้มของสาวหน้ายาวยุบลง และอาจทำให้หน้าดูแก่มากกว่าหน้าดูเรียวดังนั้นคนที่มีใบหน้ายาว หากมีแก้มสักเล็กน้อยก็ดูดีได้เหมือนกัน

ใบหน้าหน้าเหลี่ยม

คนที่มีใบหน้าเหลี่ยมนั้นจะมีช่วงฟันกรามที่กว้างเห็นได้ชัดเจน อีกทั้งความกว้างของฟันกรามและหน้าผากก็มีความกว้างที่เท่ากันอีกด้วย คนที่มีใบหน้าเหลี่ยมนั้นควรจะตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เพราะว่าบริเวณใบหน้าช่วงฟันกรามที่มีความกว้างชัดเจนทำให้หน้านั้นดูใหญ่ ไม่เรียวสวย โดยเหตุนี้การตัดกระพุ้งแก้มและ Botox ฟันกรามเพื่อแก้มก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีใบหน้าเหลี่ยม

ผู้ที่มีใบหน้าวงรีหรือรูปไข่

ใบหน้ารีหรือหน้ารูปหน้ารูปไข่เป็นใบหน้าที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะว่าด้วยความกว้างหน้าผากที่กว้างกำลังดีและรับกับคางที่เรียวแล้ว ทำให้ใบหน้ารีหรือหน้ารูปไข่นั้น ไม่ว่าจะทำผมทรงไหน หรือสไตล์ไหน ก็ดูเข้ากัน คนที่มีใบหน้ารีหรือหน้ารูปไข่ควรจะรักษารูปหน้าอย่างนี้ต่อไปเพราะเป็นใบหน้าที่ไม่ค่อยมีแก้ม ดังนั้นจึงไม่ควรลดแก้ม

หากใครที่มีใบหน้าเรียวเล็กอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปทำศัลยกรรมลดแก้มให้ยุ่งยาก หากจะลดจริง ๆ ก็ควรใช้วิธีแบบธรรมชาติ การนวดหน้า การบริหารใบหน้า หรือการควบคุมอาหาร ไม่กินพวกที่มีไขมันเยอะ ๆ ก็จะช่วยลดการสะสมของไขมันได้

ลดแก้ม

วิธีการ ลดแก้ม โดยวิธีการทางธรรมชาติ และการศัลยกรรม

ลดแก้ม แบบธรรมชาติ

วิธีลดเหนียง ลดแก้ม แบบธรรมชาติ เช่น การควบคุมอาหาร หรือการออกกำลังกาย ก็สามารถทำได้และเห็นผลเช่นกัน แต่หากต้องใช้เวลาและความอดทน รวมถึงต้องมีวินัย ในตัวเอง การใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ ซึ่งอาจทำให้หลานคนไม่ประสบผลสำเร็จด้วยวิธีนี้ นั้นเป็นเพราะคุณไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ นอกจากนี้แก้ม ยังเป็นจุดที่เป็นไขมันสะสมลดยาก แม้จะออกกำลังกายแล้วก็ลดไม่ค่อยลง เพราะเป็นไขมันเฉพาะจุด บางคนแก้มเยอะ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้อ้วน ดังนั้นคนที่มีแก้มจึงหันมาใช้วิธีทางศัลยกรรมเพื่อลดแก้มกัน

วิธีทางศัลยกรรม สำหรับลดแก้ม

การดูดไขมันที่แก้ม (Vaser Liposelection) เป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย เป็นการดูดไขมันเฉพาะจุด โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อเกี่ยวกันอื่น ๆ หลังทำเสร็จจะเห็นความแตกต่างได้ค่อนข้างชัดเจน

ฉีดเมโส (เมโสแฟต) หรือ การฉีดลดแก้ม คือ การกำจัดไขมันและลดเซลลูไลท์ส่วนเกินเฉพาะที่โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปบริเวณที่ต้องการ โดยใช้กลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลวแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ แต่ต้องทำติดต่อกันอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ทำ 2-3 ครั้งก็จะเห็นผลแล้ว

เทอร์มาจลดแก้ม (Thermage) คือ การนำเทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ (RF – Radiofrequency) เพื่อส่งพลังงานเข้าไปในผิวหนังชั้น Demis โดยคลื่นพลังงานดังกล่าวจะไปสร้างความร้อนอย่างสม่ำเสมอเพื่อลงไปแก้ปัญหาเส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยขาดการยืดหยุ่น ทำให้โครงสร้างใต้ผิวหนังเกิดการกระชับตัวมากขึ้น และคอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยกระชับผิว แก้มและคางจะค่อย ๆ ยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ ในระยะเวลาการทำ 6 เดือน หลังจากทำจะช่วยทำให้กรอบหน้าดูเรียวกระชับขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอและไม่ทำให้เกิดแผลแต่อย่างใด แต่ต้องฉีดซ้ำทุกปี

 ลดแก้ม ลดเหนียง pantip

ผ่าตัดลดแก้ม คือ เป็นการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มออก เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้อ้วน แต่มีแก้มป่องบวม อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือไขมันสะสมเนื่องจากการกินอาหารของเรา คนที่เหมาะจะทำการผ่าตัดกระพุ้งแก้มควรมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรมมากกว่า เป็นการผ่าตัดเล็กไม่ต้องพักฟื้น แพทย์จะใช้ไหมละลายในการเย็บแผลทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการถอดไหม การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และรอดูอาการอีกครึ่งชั่วโมง หากไม่มีอะไร แพทย์ก็จะให้กลับบ้านได้ ดังนั้นเมื่อหลักการผ่าตัดต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด กินยาตามที่แพทย์สั่ง ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสี่ยงหลังการผ่าตัด

โบท็อกซ์แก้ม (Botox) เป็นการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามเพื่อทำการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กก่อน แล้วทำการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลิฟต์แก้มให้หน้าดูกระชับขึ้นอีกที วิธีนี้จะช่วยทำให้หน้าของคุณดูเรียวเล็กและแก้มดูกระชับขึ้นได้ แม้มันจะช่วยอะไรไม่ได้มากเท่าไร เนื่องจากไม่ใช่วิธีลดแก้มโดยตรง

ร้อยไหม คือ การใช้ไหมทางการแพทย์เพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนยานให้ตึงกระชับ เหมาะสำหรับคนแก้มยุ้ยที่สวยอยู่แล้ว มีแก้มเล็กน้อย หน้าไม่ใหญ่มาก แต่ต้องการเพิ่มยกกระชับ ร้อยไหมจะช่วยให้ผิวเฟิร์มกระชับ เก็บกรอบหน้าให้เรียวชัดเจนขึ้น ถ้าถามว่าการร้อยไหมลดแก้มได้ไหม อาจจะไม่ได้ช่วยโดยตรง แต่จะเน้นสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ดูยกกระชับมากกว่า ไม่ใช่การร้อยไหมเพื่อลดแก้ม

ฟิลเลอร์เติมคาง แม้จะไม่ใช่วิธีการลดแก้มโดยตรง แต่การฉีดฟิลเลอร์เติมบริเวณคางก็ช่วยปรับรูปหน้า ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนและไม่ดูกลม หน้าดูยาวเรียวขึ้น นอกจากได้คางที่เรียวใบหน้าได้รูปแล้ว ยังช่วยลดเลือนร่องลึกบนใบหน้า แก้ปัญหาร่องลึกบริเวณมุมปาก และปัญหาร่องน้ำหมากได้ด้วย

ศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม

ศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง และวิธีการดูแลตัวเอง

หลาย ๆ คน ไม่ว่าจะหญิงหรือชายกำลังเผชิญปัญหาไขมันสะสมบริเวณแก้มมากเกินไป ส่งผลให้หน้าดูกลม อูม อวบ ไม่เข้ารูป ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นเรื่องเล็กสำหรับใครหลาย ๆ คน ที่นิยมทำศัลยกรรม เช่นเดียวกับปัญหาไขมันกระพุ้งแก้ม ที่สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ด้วยการทำศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสารเพื่อสลายไขมัน ฉีดโบท็อกซ์ ทำเลเซอร์ แต่การรักษาที่เห็นผลที่สุดคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เพราะทำให้หน้าตอบแบบถาวร ไขมันที่ผ่าตัดออกไปจะไม่ส่งผลต่อการอ้วนขึ้นหรือผอมลงด้วย การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal) เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้า ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง การผ่าตัด ไขมันกระพุ้งแก้ม หรือ Buccal fat pad ซึ่งเป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ไม่เหมือนกับไขมันที่ โหนกแก้ม ซึ่งจะอยู่ตื้นใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งไขมันกระพุ้งแก้มนี้มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาแก้มป่องนั้นเอง และวิธีที่จะกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร ก็คือการทำผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ใครที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม

ผู้ที่มีปัญหาแก้มป่อง ซึ่งแม้ว่าน้ำหนักตัวจะลดลงแต่แก้มยังคงป่องอยู่เหมือนเดิม การผ่าตัดไขมันมันกระพุ้งแก้ม เมื่อทำแล้วแก้มที่ป่องออกมาจะเข้ารูปอย่างถาวรแต่ทั้งนี้ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดต้องเข้ารับตรวจจากแพทย์ก่อนว่า ไขมันกระพุ้งแก้มของคุณนั้นเกิดจากสาเหตุใด เช่นพันธุกรรม หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณ และต้องพิจารณาดูว่าอายุของผู้ทำด้วย เพราะความเป็นจริงไขมันที่แก้มจะลดลงตามอายุ ดังนั้นเมื่อได้รับการผ่าตัดไปแล้ว ในภายหลังมีรูปหน้าที่ปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติเพราะไขมันใต้ผิวหนังที่แก้มลดลงตามธรรมชาติ บวกกับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมาอาจจะประสบกับปัญหาแก้มตอบได้ เพราะฉะนั้นคนไข้ที่เหมาะกับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มคือ ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรม

ศัลยกรรมกระพุ้งแก้ม มีความเสี่ยงอย่างไร

ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมีความเสี่ยง ก็คือ อาจจะกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย ความเสี่ยงในการเลือดออก และช้ำ หลังการผ่าตัด ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงนี้กับคุณต้องกระทำการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากสภาวิชาชีพของแพทย์หรือ “แพทยสภา” ซึ่งแพทย์ที่ทำการรักษาหรือทำการศัลยกรรมทุกคนต้องผ่านกระบวนการ การประเมินความรู้ การประเมินทางด้านทักษะและทางด้านหัตถการทางคลินิกก่อนที่ทางสภาวิชาชีพของแพทย์จะทำการออกใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้กับแพทย์ หากท่านได้รับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องไม้เครื่องมือสะอาด มีระบบความปลอดภัย และการฆ่าเชื้ออย่างดี มีทีมแพทย์ที่พร้อมและดูแลตัวเอง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนแทบจะไม่มี

​ขั้นตอนการผ่าตัด​ไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง จากนั้นจะทำการผ่าตัดนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และเย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  • หลังจากการได้รับการผ่าตัด ในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ จะมีอาการบวมเหมือนกับการผ่าฟันคุดมา คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังจากนั้นแก้มจะค่อยๆเข้าที่ จะเริ่มเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงใน 1 เดือนและเห็นผลได้อย่างชัดเจนในช่วง 2-4 เดือน

ข้อดีของศัลยกรรมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ให้ผลลัพธ์ชัดเจน
  • ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการดูดไขมันลดแก้ม
  • เป็นทางออกสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มป่องจากพันธุกรรม หรือจากการสะสมของไขมันที่เกิดจากกินอาหารที่มีไขมันมาก พวกแป้งและน้ำตาล
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่เป็นแผลภายนอก หายเร็ว

วิธีการดูแลตนเองภายหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • รับประทานอาหารได้ตามปกติแต่ควรเป็นอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก หรือ ข้าวต้ม หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารเผ็ด อาหารร้อนอาหารแข็ง หรือจำพวกที่ต้องใช้การเคี้ยวอย่างละเอียดเพราะจะทำให้แผลในกระพุ้งแก้มปริได้ งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ งดทานวิตามินอาหารเสริม หลังการผ่าตัด ประมาณ 1 สัปดาห์
  • ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัด
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนครบ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อด้วย
ตัดไขมันกระพุ้งแก้มดีไหม

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มดีไหม มีขั้นตอนการผ่าตัด อย่างไรบ้าง

ไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นก้อนไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ทุกคนจะมีก้อนไขมันตรงแก้ม แต่จะมีมากน้อยแตกต่างกัน ก็ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน บางคนมีแก้มเยอะแต่ตัวไม่ได้อ้วน  ไขมันตรงนี้ไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่ถ้ามีมากไปก็จะทำให้เกิดความไม่มั่นใจ เพราะดูไม่สมส่วนและไม่สวยงาม จึงทำให้ต้องมีการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งเพื่อแก้มเพื่อแก้ไขปัญหานี้ สามารถทำได้กับผู้ที่มีปัญหาแก้มป่องและคนที่ต้องการปรับใบหน้าให้โหนกแก้มเห็นชัดเจนมากขึ้น ถ้าจะถามว่า ตัดไขมันกระพุ้งแก้มดีไหม ก็ต้องบอกไว้เลยว่าดีอย่างแน่นอน สำหรับคนที่มีแก้มเยอะ เพราะมันจะช่วยให้ใบหน้าคุณเรียวเล็ก

ขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มนับเป็นการผ่าตัดเล็ก ขั้นตอนการทำจึงไม่ยุ่งยาก แพทย์จะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้าและฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด ก่อนจะเริ่มเปิดแผลที่ด้านในกระพุ้งแก้มและผ่าลึกผ่านกล้ามเนื้อเพื่อให้เจอกลุ่มก้อนไขมัน จากนั้นก็จะค่อยๆ ดึงและตัดไขมันออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเย็บปิดแผล

หลังผ่าตัด แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการสักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติใด แพทย์ก็จะให้กลับบ้านได้

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม สามารถทำได้กับทุกวัยไหม

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มสามารถทำได้กับทุกคน แต่ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะหากทำเร็วกว่านี้ มีแนวโน้มที่จะเอาไขมันออกมากเกินไป  ภายหลังรูปหน้ามีการปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติ ไขมันใต้ผิวหนังที่แก้มลดลง ก็จะทำให้แก้มดูตอบมากเกินไป เป็นผลให้ดูแก่กว่าวัยได้ และผู้ที่เป็นโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน

หลังผ่าตัดกระพุ้งแก้มจะเห็นผลลัพธ์ได้เมื่อไหร่

หลังจากการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ใบหน้าจะมีอาการบวมอยู่ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ หลังจากอาการบวมลดลงแก้มก็จะค่อย ๆ เข้าที่ แล้วก็จะเห็นผลได้ทันที และผลลัพธ์นี้ก็จะอยู่อย่างถาวร

ขั้นตอนการทำผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นอย่างไร

ขั้นตอนการทำผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นอย่างไร

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มนับเป็นการผ่าตัดเล็ก ขั้นตอนการทำจึงไม่ยุ่งยาก แพทย์จะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้าและฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด ก่อนจะเริ่มเปิดแผลที่ด้านในกระพุ้งแก้มและผ่าลึกผ่านกล้ามเนื้อเพื่อให้เจอกลุ่มก้อนไขมัน จากนั้นก็จะค่อยๆ ดึงและตัดไขมันออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเย็บปิดแผล หลังผ่าตัด แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการสักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติใด แพทย์ก็จะให้กลับบ้านได้ ไม่ต้องพักฟื้น

ความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม
ทุกการผ่าตัดไม่ว่าจะผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ย่อมมีความเสี่ยงอยู่แล้ว ในส่วนของความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้มก็คงจะเป็นเรื่องของการไปกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย เส้นเลือดแดงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ดังนั้นการผ่าตัดจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละคน ถ้าเป็นการผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง ความเสี่ยงที่จะไปกระทบกับส่วนเหล่านี้ก็แทบจะไม่มี

การผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนมีแก้มทั้งหลายและความไม่สมส่วนของใบหน้ากับร่างกาย เป็นวิธีหนึ่งที่ปลอดภัยแต่ต้องดูความเหมาะสมของวัยด้วย และหลังทำการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มแล้วควรหมั่นรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดี เพื่อลดการติดเชื้อของแผล ควรนอนให้ศีรษะสูงขึ้นหรือใช้วิธีนั่งหลับ ร่วมกับการใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งประคบที่แก้มด้านนอก

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะฝากไว้ ก็คือการเลือกคลินิกในการทำศัลยกรรมตกแต่งความงาม คลินิกนั้น ต้องสะอาดต้องมีใบอนุญาตประกอบการ จากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะได้เป็นเครื่องยืนยันว่าสถานศัลยกรรมนั้น ๆ มีคุณสมบัติตรงตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ ท่านสามารถเช็คสถานพยาบาลว่ามีใบอนุญาตตามที่ได้แจ้งไว้หรือไม่ ปกติหากทางคลินิกได้รับอนุญาตการเปิดแล้วจะมีเลขสถานพยาบาล 11 ตัว ท่านสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข http://hssdemo.1mediasoft.net/  ศัลยแพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ตามที่ทาง “แพทยสภา” เป็นผู้ออกให้ ต้องมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำศัลยกรรมใบหน้า

ลดแก้ม หน้าเรียว

ลดแก้ม หน้าเรียว สามารถทำได้ โดยวิธีการใดบ้าง เรามีคำตอบ

สาวหน้า ๆ คนไหนที่กำลังประสบปัญหาหน้ากลม หน้าบาน มีเนื้อบริเวณแก้มค่อนข้างเยอะ ทำให้ขาดความมั่นใจ จะถ่ายรูปทีต้องใช้มุมกล้อง หรือจะโฟสต์ลง Facebook IG  ทีไรต้องใช้แอฟแต่งรูปให้เสียเวลาอีก วันนี้เราก็เลยได้รวบรวมวิธีลดไขลดแก้ม หน้าเรียว มาฝากกันค่ะ จะหน้ากลม แก้มบวม แก้มป่อง แก้มยุ้ย แก้มเยอะ แก้มใหญ่ แก้ได้แน่นอน เอาอยู่แน่ค่ะ

วิธีลดแก้ม หน้าเรียว

  • หมั่นออกกำลังเป็นประจำการออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายแล้ว มันยังช่วยขับเหงื่อลดไขมันที่สะสมในร่างกายรวมถึงไขมันบริเวณแก้มได้อีกด้วย แต่ไขมันที่แก้มจะค่อนข้างลดยากกว่าส่วนอื่น ๆ แต่มันจะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ
  • การนอนสำหรับใครที่หน้าบวมอยู่ ให้ลองสังเกตดูว่าคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงหรือไม่ เพราะการหนุนหมอนสูง ๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ส่งผลทำให้หน้าบวมได้ง่าย ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชื้นมากองรวมอยู่ที่บริเวณใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้น การเลือกนอนหนุนหมอนต่ำและนอนในท่านั่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าได้
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วหลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดว่า การดื่มน้ำบ่อย ๆ อาจทำให้แก้มใหญ่ขึ้น แต่ความจริงแล้วการดื่มน้ำน้อยเกินไปจนไม่เพียงพอต่อความต้องการจะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสำรองน้ำเอาไว้บริเวณแก้มและรอบดวงตา และทำให้แก้มดูอวบใหญ่มากยิ่งขึ้นได้ เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและดื่มเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำและจะเกิดการกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จนทำให้แก้มบวมป่องมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัดเนื่องจากการรับประทานอาหารเค็มจัดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าเกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่องมากกว่าขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากร่างกายจะต้องกักตุนน้ำไว้เป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมขับโซเดียมออกมา หากรู้ตัวว่าชอบรับประทานอาหารเค็มก็ให้รีบลดเสียตั้งแต่วันนี้ ส่วนอาหารที่มีรสหวานจัด มีเกลือและน้ำตาลในปริมาณมากก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

วิธีลดแก้ม หน้าเรียวที่ใช้วิธีทางศัลยกรรม

นอกจากนี้ยังมีวิธีลดแก้ม หน้าเรียวที่ใช้วิธีทางศัลยกรรมที่ให้ผลแบบถาวร

การดูดไขมันที่แก้ม (Vaser Liposelection)

เป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง Ultrasound เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง

ฉีดเมโสลดแก้ม (เมโสแฟต) หรือ การฉีดลดแก้ม

เป็นการกำจัดไขมันและลดเซลลูไลท์ส่วนเกินเฉพาะที่โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปบริเวณที่ต้องการ โดยใช้กลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด เทอร์มาจลดแก้ม (Thermage) คือ การนำเทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ (RF – Radiofrequency) เพื่อส่งพลังงานเข้าไปในผิวหนังชั้น Demis โดยคลื่นพลังงานดังกล่าวจะไปสร้างความร้อนอย่างสม่ำเสมอเพื่อลงไปแก้ปัญหาเส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยขาดการยืดหยุ่น ทำให้โครงสร้างใต้ผิวหนังเกิดการกระชับตัวมากขึ้น และคอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยกระชับผิว แก้มและคางจะค่อย ๆ ยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ

โบท็อกซ์แก้ม (Botox)

เป็นการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามเพื่อทำการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กก่อน แล้วทำการฉีดโบทอกซ์เพื่อลิฟต์แก้มให้หน้าดูกระชับขึ้นอีกที วิธีนี้จะช่วยทำให้หน้าของคุณดูเรียวเล็กและแก้มดูกระชับขึ้นได้

ผ่าตัดลดแก้ม

การผ่าตัดเอาไขมันที่มีอยู่ในกระพุ้งแก้มออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร เหมาะกับผู้ที่แม้จะลดน้ำหนักตัวลงแล้วก็ตาม แต่แก้มก็ยังป่องบวมอยู่เหมือนเดิม แต่ในกรณีนี้แพทย์อาจต้องพิจารณาเรื่องพันธุกรรมด้วย เพราะในความเป็นจริงไขมันที่แก้มจะลดลงไปตามช่วงอายุอยู่แล้ว หากทำการผ่าตัดไปและภายหลังคนไข้มีรูปหน้าที่ลดลงเองตามธรรมชาติ ประกอบกับผ่านการเลาะกระพุ้งแก้มแล้วก็อาจทำให้ประสบกับปัญหาแก้มตอบได้ เพราะฉะนั้นวิธีนี้จึงเหมาะกับคนไข้ที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรมมากกว่า

ส่วนขั้นตอนการผ่าตัดนั้นแพทย์จะฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด และเริ่มเปิดแผลตรงฟันกรามซี่หนึ่งของฟันบนที่อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม แล้วลากลงมาเป็นเส้นตรงประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร โดยจะผ่านกล้ามเนื้อชิ้นเล็ก ๆ บาง ๆ ก่อน จากนั้นจะพบกลุ่มก้อนไขมัน แล้วค่อย ๆ เลาะโดยรอบของพวงไขมันนั้น ซึ่งอาจจะทำการตัดออกเพียงบางส่วนหรือตัดออกทั้งพวง จากนั้นจะจี้ไฟฟ้าตรงจุดที่ผ่าตัดเพื่อทำให้เลือดหยุดไหล แล้วปิดเย็บปากแผลโดยใช้ไหมละลาย ซึ่งรวมแล้วแพทย์จะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วคนไข้ก็สามารถกลับบ้านได้เลย

การผ่าตัดลดแก้มเป็นหนึ่งตัวเลือกที่จะช่วยปรับรูปหน้าได้อย่างถาวร ครั้งเดียวก็เห็นผลลัพธ์แล้ว เพื่อให้รูปหน้าเข้าที่และวีเชฟได้รูปอย่างสวยงาม ไม่ต้องง้อแอฟปรับรูปหน้าลดแก้ว หน้าเรียวอีกต่อไป

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ดีไหม ใครที่เหมาะ สำหรับการทำศัลยกรรม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มออก เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะปรับรูปหน้าให้เรียวได้อย่างถาวร โดยแพทย์  ปัญหาไขมันกระพุ้งแก้ม ที่เกิดจากไขมันส่วนเกินบนใบหน้าซึ่งพบบ่อยมากในปัจจุบัน เกิดจากไขมันที่สะสมมากเป็นระยะเวลานาน ส่งผลทำให้หน้าดูกลม แก้มเยอะ หน้าบ้าน ไม่ได้รูป ทำให้สูญเสียความมั่นใจ สาว ๆ จึงเรียกใช้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย แต่บางคนน้ำหนักตัวลดแต่แก้มไม่ลด ทำให้หลาย ๆ คนหันมาสนใจวิธีที่สามารถแก้ได้ตรงจุดเห็นผลมากที่สุดหากน้ำหนักไม่ขึ้นถึง 10 กิโลกรัม ไขมันในส่วนนี้จะไม่กลับมาอีก

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal)

เป็นการนำส่วนไขมันชั้นในที่ลึกสุดของใบหน้าอยู่ใกล้กระพุ้งแก้มออกมา ซึ่งไขมันกระพุ้งแก้มนี้จะอยู่ชิดกับภายในช่องปากมากกว่าผิวหนังใบหน้า จึงนิยมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มผ่านทางช่องปาก

ผู้ที่เหมาะกับการเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

สำหรับคนที่ใบหน้ากลม มีแก้มตุ่ย มีไขมันกระพุ้งแก้มเยอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีน้ำหนักปกติแล้วแก้มไม่หายไปไหน เหมาะที่จะผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ซึ่งไม่สามารถนำเอาออกได้ด้วยวิธีอื่น ๆ

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal)

ผู้ที่ไม่สมควรเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง
  • เป็นโรคลมชัก
  • มีปัญหาเรื่องโรคเลือด ความดันโลหิตสูง
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการป่วย
  • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดรับประทานยากลุ่ม Aspirin และวิตามิน อาหารเสริม ยาลดน้ำหนักทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ถ้าความดันสูงควรควบคุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร/ปรอท)
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้รับประทานอยู่เป็นประจำให้ทีมแพทย์ทราบ
  • เตรียมตัวนอนพักฟื้นระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง

วิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

สำหรับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาน้อย โดยแพทย์จะเปิดแผลในช่องปากและตัดไขมันออก ทำให้ใบหน้าดูเรียวบางลง โดยในส่วนของปริมาณไขมันที่จะนำออกนั้น แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ควรแจ้งข้อมูลโรคประจำตัว ยาที่ทานประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยา เพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุดในการรักษา การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ใช้เวลาทำการผ่าตัดเพียง 30 นาทีก็เสร็จ ฟื้นตัวเร็ว ไม่จำเป็นต้องตัดไหมเพราะใช้ไหมละลาย ไขมันที่เอาออกมาหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะมีขนาดประมาณลูกปิงปอง หากจะให้ได้ผลดีต่อรูปหน้าโดยรวม บางครั้งศัลยแพทย์อาจทำร่วมกับการปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ ให้สวยขึ้นร่วมด้วย

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มควรผ่าตัดกับแพทย์ผู้ชำนาญ เพราะการตัดไขมันกระพุ้งแก้มต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของรูปหน้าของผู้ต้องการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มด้วย อีกทั้งการตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับต่อมน้ำลาย หากพลาดไปโดนก็ต้องได้มาเสียเงินเสียเวลาในการรักษาเพิ่มอีกด้วย

การดูแลหลังการผ่าตัด

คุณสามารถทานอาหารได้ตามเดิมแต่ควรเป็นอาหารอ่อน2-3 วันแรกหลังผ่าตัด  เช่นข้าวต้ม โจ๊กก่อนเพราะจะเป็นการที่เราไม่ต้องได้เคลื่อนไหวมากและงดอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือแข็งมากอาหารเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในช่วงอาทิตย์แรกหลังการผ่าตัด และอย่าลืมบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำที่สะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดที่ไหมเย็บแผล ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัดให้ประคบเย็นรอบ ๆ กระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง และเมื่อเข้าวันที่ 3 เริ่มประคบอุ่นรอบ ๆ กระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง กินยาที่ได้รับให้ครบตามที่แพทย์แนะนำ งดออกกำลังกายหนัก หลังผ่าตัดระยะแรกจะมีอาการชาที่แก้มและในปาก และจะดีขึ้นในเวลาต่อมา โดยระหว่างช่วงที่แผลกำลังเยียวยา อาจมีอาการบวมและแก้มบุ๋มไม่เท่ากันได้ แต่จะดีขึ้นในระยะเวลาต่อมาเช่นกัน และไม่ต้องตัดไหม เพราะไหมที่ใช้เย็บเป็นไหมละลายไม่ต้องตัดไหม แต่แพทย์จะนัดติดตามอาการ และทานยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบตามเวลาตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด