ลดแก้มห้อย

วิธีการ ลดแก้มห้อย ทำอย่างไร แบบไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ผู้ที่มีรูปหน้าใหญ่ หน้ากลม ถือเป็นปัญหาหนักอก ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหรือสาว เพราะจะทำให้ผู้ที่มีรูปหน้าแบบนี้ขาดความมั่นใจ จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เล็กเรียวทันใจ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปจะทำให้ผิวหนังด้านบนเริ่มหย่อนคล้อย ซึ่งก่อให้เกิดแก้มห้อยลงมาทำให้ใบหน้ามีความหย่อนคล้อย ดังนั้นเรามาหาวิธีลดแก้มห้อยกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง

วันนี้เราจะมาเอาใจสาว ๆ ที่มีรูปหน้าที่มีส่วนเกินเยอะ เช่น มีแก้มห้อยหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากไขมันที่มาสะสมตรงกระพุ้งแก้ม เป็นปัญหาที่สาว ๆ หลายคนต่างประสบพบเจอ เนื่องจากมีน้ำหนักตัวเยอะ และวันนี้เราจะมานำเสนอวิธีลดแก้มด้วยตัวเองโดยที่ยังไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมก่อน

ลดแก้มห้อย ทำยังไง

วิธีลดแก้มห้อย

  • บริหารใบหน้า

การทำเช่นนี้เป็นการบริหารเพื่อให้ใบหน้ามีความกระชับขึ้น ไม่หย่อนคล้อยง่าย เช่นเดียวกับร่างกาย เมื่อมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะแข็งแรง กระชับขึ้น โดยท่าที่นิยมคือ การพูดออกเสียง อา อี อู เอ โอ โดยควรทำเป็นประจำก็จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น

  • พยายามงดอาหารรสเค็มจัด

อาหารที่มีรสเค็มจัดมักมีเกลือผสมอยู่มาก ซึ่งโดยปกติเกลือจะคอยดูดน้ำเข้าสู่โมเลกุลตัวเอง จึงทำให้เมื่อไอออนโซเดียมไปอยู่ส่วนไหนของร่างกาย ก็จะทำให้ส่วนนั้นมีอาการบวมน้ำขึ้นมา

  • พยายามงดน้ำตาล

ในปัจจุบันนี้อาหารหลักและเครื่องดื่มมักมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบค่อนข้างสูง ซึ่งนอกจากน้ำตาลจะมีผลก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวานที่ตามมาแล้ว น้ำตาลยังทำให้เซลล์ของร่างกายตามอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งเซลล์ผิวหน้าแก่เร็วขึ้น จึงทำให้ความหย่อนคล้อย ไม่กระชับเริ่มแสดงอาการออกมา เราจึงมักจะเห็นว่า คนที่ชอบกินของหวานเป็นประจำ มักจะมีปัญหาสุขภาพ แก้มย้อย และใบหน้าแลดูแก่กว่าวัย

  • ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

หากคุณมีปัญหาแก้มย้อยการประคบหน้าด้วยผ้าเย็นบ่อย ๆ จะช่วยลดอาการบวมลงได้ แต่ระวังอย่าให้เย็นจัดจนเกินไป

  • .นวดหน้า

หากต้องการที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก็ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าแต้มตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นเริ่มนวดอย่างแผ่วเบาด้วยปลายนิ้วมือ พยายามเน้นในช่วงแก้มที่ย้อย โดยนวดในแนวปัดขึ้นด้านข้าง และด้านบนเพื่อกระชับใบหน้า จากนั้นนวดไล่ตามคาง ให้เข้ารูป เพียงทำเป็นประจำทุกวัน ไม่นาน ใบหน้าก็จะเข้ารูป แก้มที่ย้อยก็จะลดลง

เมื่อปฏิบัติตามที่เราได้แนะนำแล้ว สาว ๆ ก็ควรที่จะใส่ใจกับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดอยู่เสมอเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิว ตลอดจนนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน เพียงเท่านี้ ปัญหาแก้มย้อยก็จะไม่มากวนใจคุณอีกต่อไป

เมื่อเราได้วิธีการลดแก้มด้วยตัวเองไปแล้ว หากปฏิบัติแล้วเห็นผลช้าหรือในบางรายอาจจะไม่เห็นผลเลย คงต้องมองหาวิธีที่จะเห็นผลรวดเร็วด้วยการใช้เทคนิคทางการแพทย์เข้าช่วย การทำศัลยกรรมลดแก้มมีหลายวิธีซึ่งเราขอนำเสนอ ดังนี้

วิธีการ ลดแก้มห้อย

วิธีลดแก้มด้วยการทำศัลยกรรม

  • การร้อยไหมหน้าเรียว

เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อยมาก จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความสนใจสำหรับคนที่อยากได้หน้าเรียวสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวมาก พักฟื้นไม่นาน วิธีนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร

  • การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

แพทย์จะทำการดูดไขมันในบริเวณ เหนียง คอ แก้มด้านล่าง และขอบกราม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการสะสมของไขมันของแต่ละบุคคล วิธีนี้จะช่วยทำให้ มองเห็นรูปกรอบหน้า คาง และ ลำคอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูผอมลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

เพราะหลังจากที่ทำการดูดไขมันบริเวณใบหน้าแล้ว ผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันออกไป จะมีความเรียบและกระชับขึ้น การทำศัลยกรรมหน้าเรียว ด้วยวิธีนี้ถือเป็นการทำแบบถาวร เนื่องจากไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาอีก อีกวิธีหนึ่งที่เจ็บตัวน้อยแต่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

  • การฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

เป็นการฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ เป็นวิธีสลายไขมันแบบเฉพาะจุด วิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยมาก เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สามารถสลายออกจากร่างกายได้ดี

  • การฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกถือเป็นการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น ผลของการฉีดโบท็อก แพทย์จะนำโบท็อกมาฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ตามมาหลังการฉีด Botox คือ กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น

บทสรุป

ลดแก้มห้อย มีหลากหลายวิธีซึ่งสาว ๆ สามารถปฏิบัติด้วยตัวเองได้ หรือจะใช้การทำศัลยกรรมก็ได้ แต่ละวิธีจะมีความแตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้เหมือนกันคือปัญหาแก้มห้อยหย่อนคล้อยจะหมดไป และผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพไขมันของแต่ละบุคคล  แต่ก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง