กระพุ้งแก้มเป็นตุ่ม

กระพุ้งแก้มเป็นตุ่ม เกิดจากสาเหตุอะไร ไปดูกันเลย!!

หลาย ๆ คนคงมีปัญหาสุขภาพในช่องปาก โดยเฉพาะการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้ม ที่บางเคสเกิดขึ้นแล้วก็มีอาการที่รุนแรงถึงขั้นกระพุ้งแก้มบวมตุ่ย มีอาการอักเสบ และทำท่าว่าจะไม่ยุบตัวลงง่าย ๆ จนอาจจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด แผลในปากเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยมักพบได้บ่อยในวัยรุ่น และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แม้ว่าสาเหตุของการเกิดแผลในปากหรือแผลร้อนในจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจกระตุ้นให้เกิดแผลในปากได้

สาเหตุ กระพุ้งแก้มเป็นตุ่ม

  1. การบาดเจ็บที่ปาก ซึ่งอาจเกิดจากการแปรงฟันแรงเกินไป การกัดปากโดยไม่ได้ตั้งใจ การทำฟัน หรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  2. การใช้ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนประกอบของสารโซเดียมลอริลซัลเฟต
  3. การขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี 12 สังกะสี กรดโฟเลต และธาตุเหล็ก เป็นต้น
  4. การรับประทานอาหารบางชนิด เช่น ไข่ ถั่ว ชีส ช็อกโกแลต กาแฟ อาหารที่มีรสชาติเผ็ด รวมถึงผลไม้ที่มีกรดมากอย่างสับปะรด สตรอเบอร์รี่ มะนาว และส้ม เป็นต้น
  5. การติดเชื้อไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรียอย่างเชื้อเอชไพโลไร
  6. โรคหรือการเจ็บป่วยต่าง ๆ เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคเบาหวาน ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โรคเอดส์ โรคเซลิแอคซึ่งเป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อกลูเตน และโรคเบเซ็ทซึ่งเป็นโรคที่เกิดการอักเสบขึ้นทั่วร่างกาย เป็นต้น
  7. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงที่มีประจำเดือน
  8. ตุ่มบริเวณกระพุ้งแก้ม อาจเกิดจากการมีเลือดคั่งอยู่ภายใต้เยื่อบุของ กระพุ้งแก้ม ซึ่งเกิดจากการมีอุบัติเหตุไปกัดโดนดังกล่าว หรืออาจเป็นแผลที่เกิดจากการกัดโดนและกำลังอยู่ในกระบวนการซ่อมแซมของแผล จึงทำให้คลำได้รู้สึกนูนและเจ็บได้ นอกจากนี้ อาจเกิดจากเป็นเนื้องอกชนิด irritation fibroma (focal fibrous hyperplasia หรือ epulis fissuratum) ซึ่งเป็นต่มเนื้อที่เกิดจากเยื่อบุในช่องปากถูกเสียดสีบ่อย ๆ เช่น จากฟันปลอมที่หลวม เหล็กจัดฟันที่ใส่ไม่พอดี มีฟันที่หักอยู่ หรือเป็นเนื้องอกชนิดอื่น ๆ เช่น Fordyce spot, fibroid epulis, granula cell tumor, squamous papilloma, hemangioma (เนื้องอกเส้นเลือด)
  9. หูดในช่องปาก เกิดจากการติดเชื้อ human papilloma virus ซึ่งติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยการใช้ปาก โดยจะเห็นเป็นติ่งเนื้อนุ่ม ๆ สีชมพูหรือสีเนื้อ ผิวขรุขระ อาจพบจุดเดียวหรือหลายจุด แต่มักไม่มีอาการเจ็บหรือปวด
  10. เป็นซีสต์ อาจเป็น odontogenic cyst ชนิดต่าง ๆ เช่น radicular cyst, calcifying odontogenic cyst, dentigerous cyst, odontogenic keratocyst, gingival cyst เป็นต้น และซีสต์ชนิดอื่น ๆ เช่น dermoid cyst, palatine cyst nasolabial cyst เป็นต้น
  11. ก้อนมะเร็ง เช่น sqaumous cell carcinoma แต่พบได้น้อยมากในคนอายุน้อย และก้อนมะเร็งมักโตเร็ว และทำให้มีอาการปวดรุนแรง

แนะนำว่าหากยังคงคลำได้เป็นตุ่มก้อนนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ

กระพุ้งแก้มเป็นตุ่ม รักษายังไง

ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดแผลในปาก

โดยทั่วไปแล้ว แผลในปากจะสามารถหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์โดยไม่ต้องรักษา อย่างไรก็ตาม อาจบรรเทาอาการของแผลในปากได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

  1. ล้างปากโดยใช้น้ำเกลือและเบกกิ้งโซดา หรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ เพื่อช่วยลดอาการปวดและบวม
  2. ใช้ยามิลค์ออฟแมกนีเซียบริเวณที่เกิดแผลในปาก
  3. ใช้เบกกิ้งโซดาทาบริเวณแผลในปาก
  4. ประคบน้ำแข็งบริเวณที่เป็นแผลในปาก
  5. ใช้ยาชาเฉพาะที่ที่หาซื้อได้ด้วยตนเองภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร อย่างยาไซโลเคน
  6. ระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยควรรับประทานอาหารอ่อนและอาหารที่มีสารโภชนาการครบถ้วน ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสจัดหรือมีรสเค็ม รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกขนมกรุบกรอบ อาหารและเครื่องดื่มที่มีกรดมาก และไม่เคี้ยวหมากฝรั่ง
  7. รับประทานอาหารเสริมที่มีกรดโฟลิค วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และสังกะสี ในปริมาณที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  8. ใช้หลอดเมื่อต้องดื่มน้ำเย็น
  9. นำถุงชาที่ชุ่มน้ำแปะตรงบริเวณที่เป็นแผล
  10. แปรงฟันโดยใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม และใช้ยาสีฟันที่ไม่มีฟอง โดยต้องไม่ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโซเดียมลอริลซัลเฟต
  11. ใช้สมุนไพรบำบัดและวิธีการรักษาทางธรรมชาติ เช่น ชาดอกคาโมมายล์ เอ็กไคนาเชีย มดยอบ และรากชะเอม เป็นต้น โดยศึกษาวิธีการ ปริมาณ และความปลอดภัยให้ดีก่อนเสมอ
กระพุ้งแก้มอักเสบ

กระพุ้งแก้มอักเสบ เกิดจากสาเหตุอะไร ไปดูกันเลย

ปัญหาสุขภาพภายในช่องปากมีด้วยกันหลายอย่าง และการมีแผลภายในปากก็ใช่จะละเลยได้เสมอไป โดยเฉพาะแผลบริเวณกระพุ้งแก้ม เพราะหากปล่อยไว้จนเกิดการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มจนทำให้แก้มบวมเป่ง อาจร้ายแรงถึงขั้นต้องรักษาโดยการผ่าตัด ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้มีอาการรุนแรงไปมากกว่าเดิม

  1. แผลในปาก

โดยไม่ว่าจะเกิดจากการที่เผลอไปกัดเข้าที่กระพุ้งแก้มจนเกิดเป็นแผล หรือเกิดแผลที่กระพุ้งแก้มด้วยสาเหตุอื่น ๆ ทว่าหากเราไม่รีบรักษาให้หาย ปล่อยให้เป็นแผลเรื้อรังอยู่นาน ๆ ก็อาจลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นการติดเชื้อได้ และเกิดการอักเสบจนกระพุ้งแก้มมีอาการปวดบวมได้

  1. อาการร้อนใน

คนที่เป็นแผลร้อนในเริ่มแรกจะมีแผลหรือตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นมาในริมฝีปากด้านใน กระพุ้งแก้ม หรือบริเวณลิ้น จากนั้นตุ่มแดง ๆ จะกลายเป็นเม็ดสีขาวมีขอบสีแดงนูนออกมา มีอาการบวม และกลายเป็นแผลที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มม. หรือหากแผลร้อนในเรื้อรังอาจเกิดอาการติดเชื้อและอักเสบขึ้นได้เช่นกัน

  1. การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของสาว ๆ

ผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือผู้หญิงตั้งครรภ์ มักจะมีอาการร้อนในเกิดขึ้นได้ด้วยนะคะ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการร้อนในบริเวณลิ้นหรือกระพุ้งแก้มก็จะหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ในบางคนอาจมีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการร้อนในเรื้อรังได้ เช่น สูบบุหรี่ เครียด หรือนอนดึกเป็นประจำ แผลร้อนในนั้นก็อาจลุกลามเป็นแผลอักเสบติดเชื้อและเกิดอาการบวมได้

กระพุ้งแก้มอักเสบ รักษายังไง

แนะนำบทความยอดนิยม ปลูกผมถาวร จากเว็บไซต์ Rattinan.com

  1. การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัดบ่อย ๆ

เนื่องจากความร้อนที่มาจากอาหาร ควันบุหรี่ และแอลกอฮอล์ จะทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณกระพุ้งแก้มได้ และเมื่อถูกระคายเคืองอยู่เป็นประจำอาจทำให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และอาจทำให้กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ด้วย

  1. การกินหมากพลู

ในหมากพลูจะมีสารก่อมะเร็ง ซึ่งผู้ที่กินหมากและอมหมากไว้ที่กระพุ้งแก้มเป็นประจำจะเกิดการระคายเคืองจากความแข็งของหมากที่เคี้ยว และก็อาจทำให้เซลล์ของเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มเกิดการเปลี่ยนแปลงได้

  1. สุขภาพในช่องปากบกพร่อง

อาการฟันผุเรื้อรัง รวมถึงการระคายเคืองจากฟันที่แหลมคม ผู้ที่มีฟันแตก ฟันบิ่น ขอบฟันที่คมอาจจะบาดเนื้อเยื่อในช่องปาก โดยเฉพาะกระพุ้งแก้มและลิ้น ทำให้เป็นแผลเรื้อรังอยู่นาน ๆ และแผลนั้นอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งบวมนูนขึ้นมาได้

  1. เป็นสิงห์อมควัน และชอบร่ำสุรา

ข้อมูลจากชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย เผยว่า ประมาณ 90% ของผู้ป่วยมะเร็งในช่องปาก จะเป็นผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มสุรา ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และดื่มสุราถึง 15 เท่า และโรคมะเร็งในช่องปากก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก เหงือก พื้นปากใต้ลิ้น ลิ้นไก่ หรือเพดานปากเลยนะ

  1. เหตุเกิดเพราะโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักมีอาการติดเชื้อได้ง่าย เป็นแผลได้ง่าย และอาการแผลในช่องปากก็พบได้บ่อย โดยผู้ป่วยอาจมีอาการปากแห้ง ลิ้นอักเสบ หรือติดเชื้อราในปาก ซึ่งหากจัดฟัน หรือใส่ฟันปลอมก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลและติดเชื้อในปากเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ

นอกจากนี้หากเกิดแผลที่กระพุ้งแก้มหรือบริเวณอื่น ๆ ในช่องปากแล้ว ความที่ร่างกายของผู้ป่วยเบาหวานสูญเสียสมดุลของระดับน้ำตาล การไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ รวมทั้งระดับเม็ดเลือดขาวก็ลดลง เหตุผลทั้งหมดนี้อาจส่งผลให้แผลในปากเรื้อรัง มีอาการบวม เกิดฝี หรือหนองได้ง่ายขึ้นด้วย

  1. ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

หรือที่รู้จักกันในชื่อว่าโรคเอดส์ มักจะตรวจเจอว่าผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในช่องปาก ทั้งการเป็นแผลในปากชนิดเรื้อรัง การมีเนื้องอกในช่องปาก โรคปริทันต์ที่มีความรุนแรงกว่าบุคคลอื่น ๆ หรือบางคนอาจมีอาการมะเร็งในช่องปากเกิดขึ้นด้วย ซึ่งโดยมากแล้วภาวะติดเชื้อที่เกิดกับผู้ป่วยโรคเอดส์ก็จะหายได้ยาก เนื่องจากมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจึงทำให้ร่างกายต้านทานเชื้อต่าง ๆ ได้ยากกว่าปกตินั่นเอง

กระพุ้งแก้มบวม

เคล็ดลับการรักษา กระพุ้งแก้มบวม มีขั้นตอนอย่างไร

กระพุ้งแก้มบวม  เป็นปัญหาสุขภาพทางช่องมากที่มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา มีอาการที่รุนแรงถึงขั้นกระพุ้งแก้มบวม มีอาการอักเสบ และทำท่าว่าจะไม่ยุบตัวลงง่าย ๆ จนอาจจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดอาจเป็นอันตรายได้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากเกิดอาการดังกล่าวขึ้น ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการรักษาต่อไป ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน หากล่าช้าอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

มีแผลในปาก การมีแผลในปากสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และแม้แต่การเผลอกัดกระพุ้งแก้มจนกลายเป็นแผลก็เช่นเดียวกัน หากมีแผลแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เรื้อรังเป็นเวลานาน เพราะอาจลุกลามจนเกิดการติดเชื้อและอักเสบบวมได้

สาเหตุการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้ม

  1. เป็นร้อนใน แผลร้อนในมักเริ่มจากการมีแผลหรือเป็นตุ่มแดงเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นตรงบริเวณริมฝีปากส่วนใน กระพุ้งแก้มหรือบริเวณลิ้น จากนั้นก็จะกลายเป็นสีขาว ๆ มีขอบสีแดงนูนบวมออกมา ซึ่งจะเป็นแผลที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว ๆ 3 มม. และหากแผลร้อนในเกิดการเรื้อรังก็ย่อมติดเชื้อและอักเสบได้ ที่สำคัญยังมีอาการเจ็บแสบหรือปวดอย่างมากอีกด้วย
  2. ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง สำหรับสาว ๆ ก่อนที่จะมีประจำเดือนมาหรือผู้หญิงตั้งครรภ์ก็มักพบว่ามีอาการร้อนในเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน และโดยปกติแล้ว อาการร้อนในที่เกิดขึ้นในบริเวณลิ้นหรือกระพุ้งแก้มนั้นก็จะหายไปเองได้ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ในบางคนอาจได้รับปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการร้อนในเรื้อรังต่อได้ เช่น การนอนดึกบ่อย ๆ ความเครียด สูบบุหรี่ จนทำให้แผลร้อนในลุกลามอักเสบ ติดเชื้อและมีอาการบวมนูนขึ้นได้ในที่สุด
  3. ปัญหาสุขภาพภายในช่องปาก หากผู้ป่วยมีอาการฟันผุเรื้อรัง หรือเกิดการระคายเคืองจากฟันที่มีลักษณะแหลมคม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาฟันแตก ฟันบิ่นหรือขอบฟันคมก็อาจทำให้เกิดการบาดเนื้อเยื่อภายในช่องปากได้ จนทำให้เกิดเป็นแผลเรื้อรังเป็นเวลานานและแผลนั้นก็จะส่งผลทำให้กลายมาเป็นเซลล์มะเร็งที่มีลักษณะบวมเป่งขึ้นได้ในที่สุด
  4. มีพฤติกรรมการกินในแบบผิด ๆ การกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดอยู่บ่อยๆ มักเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวบริเวณกระพุ้งแก้มขึ้นได้ และเช่นเดียวกันหากได้รับความร้อนจากควันบุหรี่ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ก็ย่อมส่งผลกระทบให้เกิดการระคายเคืองดังกล่าว หากยังคงไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็อาจจะทำให้เนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งได้ด้วย

กระพุ้งแก้มบวม ต้องรักษายังไง

ดูแลบรรเทาอาการ

  1. แปรงฟันให้สะอาดสม่ำเสมออย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟันเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ตามร่องฟันด้วย
  2. ใช้น้ำยาบ้วนปากเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย
  3. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมาก น้ำเปล่าจะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งจะช่วยฆ่าแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นสาเหตุของอาการ
  4. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่
  5. ใช้แผ่นประคบร้อนวางบนใบหน้าบริเวณที่เหงือกบวมและมีอาการปวด เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดอาการบวม
  6. หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการปวด บวมมาก แนะนำให้ไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์ค่ะ เพื่อตรวจและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

เคล็ดลับจบปัญหากระพุ้งแก้มบวม

  1. หลีกเลี่ยงการทานของแข็ง เช่น อาหารประเภททอด เพราะอาจทิ่มแทงเยื่อบุช่องปากทำให้อักเสบมากขึ้นได้
  2. หลีกเลี่ยงการทานอาหารเผ็ดร้อน เพื่อป้องกันแผลในช่องปากอักเสบเพิ่มขึ้น
  3. ควรใช้น้ำเกลือบ้วนปาก วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้สะอาด
  4. ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
  5. ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ โดยเน้นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี และซีสูง
  6. กรณีที่มีอาการปวด ให้อมน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ หรือดื่มน้ำเย็น ๆ
  7. หมั่นทายาบริเวณที่เป็นแผล เพื่อให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น

วิธีป้องกันและปฏิบัติตน

การดูแลสุขภาพร่างกายโดยทั่วไป โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ ๕ หมู่ การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การงดสูบบุหรี่ การใช้ยาเส้นยาสูบ หมาก น้ำยาบ้วนปาก ต่าง ๆ มีผลต่อสุขภาพที่ดีของเนื้อเยื่อในช่องปากร่วมกับการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีอยู่เสมอไม่ให้มีฟันผุหรือเหงือกอักเสบ โดยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน ถ้าใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ต้องล้างทำความสะอาดฟันเทียมและถอดแช่น้ำไว้โดยไม่ใส่ฟันช่วงเวลานอนหลับ เหล่านี้จะช่วยให้เนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากมีความแข็งแรง ลดโอกาสเกิดความรุนแรงหรือความผิดปกติดังที่กล่าวมาแล้ว

เมื่อท่านรู้สึกมีความผิดปกติในช่องปาก มีอาการเจ็บปวดหรือแสบร้อน มีแผลเรื้อรังในช่องปาก แนะนำให้ท่านไปพบทันตแพทย์หรือทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ช่องปาก เพื่อตรวจดูความผิดปกตินั้น และรับการรักษาที่เหมาะสมเพราะการมีแผลเรื้อรังในช่องปากอาจมีโอกาสเกิดมะเร็งช่องปากได้ ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยซื้อยามาทาเอง เพราะความผิดปกติของเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก มิได้เป็นแผลร้อนในชนิดเดียว อาจเป็นโรคหรือความผิดปกติอื่น ๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

ไขมันกระพุ้งแก้ม ราคา

ไขมันกระพุ้งแก้ม ราคา เท่าไหร่ การผ่าตัดต้องใช้ปัจจัยอะไร ในการตัดสินใจบ้าง

ก่อนการตัดสินใจเข้ารับการรักษาผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มนั้น สาว ๆ ควรให้ความใส่ใจในการศึกษาหาข้อมูล เพื่อเป็นแนวทางที่ช่วยในการตัดสินใจได้ดีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไขมันกระพุ้งแก้ม ราคา  รวมไปถึงคลินิกที่ให้การรักษา และแพทย์ ถือมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อให้การผ่าตัดของสาว ๆ มีผลลัพธ์ที่ดี และปลอดภัยไม่เป็นอันตรายหลังการรักษา ถือว่าเป็นวิธีที่ช่วยให้การตัดสินใจของสาว ๆ ง่ายขึ้นอีกด้วย

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal) เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้า ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง ซึ่งปัญหานี้เกิดจากการสะสมของไขมัน ในจุดที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แก้ม และคาง ส่งผลต่อรูปหน้าทำให้รูปหน้าดูกลม และทำให้สูญเสียความมั่นใจตามมา สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการรับประทานอาหารที่เกินพอดี อาหารที่มีแคลอรีสูง เช่น กลุ่มแป้ง น้ำตาล ไขมัน ฯลฯ โดยไม่ได้สัดส่วนกับการเผาผลาญไขมัน เช่น จากการออกกำลังกาย เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ไขมันส่วนเกิน ก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ไขมัน ก็จะอ้วนพองใหญ่และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เซลล์ขยายออก หรือใหญ่ขึ้นเฉพาะบางส่วนได้นั่นเอง การแก้ไขปัญหาดังกล่าวในปัจจุบันก็มีหลายวิธี เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย การฉีดสารเพื่อสลายไขมัน แต่การรักษาที่ตรงจุด เห็นผลมากที่สุดคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม นั่นเอง

ไขมันที่บริเวณแก้มมีกี่ประเภท

ไขมันที่บริเวณแก้มมีอยู่ 2 ประเภท คือ

  1. ไขมันที่อยู่บริเวณชั้นใต้ผิวหนัง ไขมันบริเวณนี้ไม่สามารถผ่าตัดเอาออกได้ แต่สามารถฉีดลดได้แค่เพียงเล็กน้อย ไม่ค่อยเห็นความแตกต่างมากนัก
  2. ไขมันที่อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม (buccal fat pad) สามารถแก้ไขผ่าตัดเอาออกได้ ขั้นตอนการผ่าตัดก็ไม่มีความยุ่งยาก เพราะเป็นการผ่าตัดเล็กและพักฟื้นไม่นาน

คนที่เหมาะสำหรับการผ่าตัดลดแก้ม หรือผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม  คือต้องเป็นคนที่มีช่วงอายุไม่มาก และไม่มีปัญหาแก้มย้อยหรือห้อย และไม่เคยผ่านการฉีดซิลิโคนบริเวณช่วงแก้มมาก่อน  สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวและข้อห้ามของการผ่าตัด แต่ถ้าคนที่เคยผ่านการฉีดซิลิโคนที่แก้มไม่สามารถตัดออกได้

ไขมันกระพุ้งแก้ม ราคา เท่าไหร่ แบบไหนน่าทำ

ปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. สถานที่น่าเชื่อถือ

คลินิกที่น่าเชื่อถือควรมีใบประกอบการอย่างถูกต้อง มีข้อมูลเบื้องต้นของคลินิก มีความน่าเชื่อถือของสถาบันนั้น หากเป็นไปได้ควรเปิดบริการมานานพอสมควร

  1. แพทย์ผู้ให้การรักษามีความเชี่ยวชาญ

แพทย์ที่ให้การรักษาต้องมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก  แพทย์ควรให้คำแนะนำและตอบข้อซักถาม ข้อสงสัยให้กับผู้ที่มาใช้บริการได้อย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง

  1. ราคาสมกับคุณภาพ การบริการดีเยี่ยม

การตั้งราคาของแต่ละคลินิก มีความแตกต่างกัน ควรมีการแจ้งราคาและค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน สามารถเช็คราคาและเปรียบเทียบราคาของแต่ละคลินิกได้ ที่สำคัญไม่ควรมีค่าบริการเพิ่มภายหลัง และการบริการที่ดีหมายถึง ความเอาใส่ใจที่มีต่อลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจ ประทับใจและอยากกลับมาใช้บริการอีก ดังนั้นจึงควรมีการบริการที่ดี ดูแลเอาใจใส่ประดุจผู้ที่มาใช้บริการเป็นบุคคลที่สำคัญ พนักงานควรพูดจาสุภาพ กิริยาอ่อนน้อม ใบหน้ายิ้มแย้มให้ความสำคัญกับทุกคน และสามารถตอบข้อสงสัยในเรื่องราคาและการให้บริการในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี

  1. รีวิวและผลตอบรับดีเยี่ยม

การดูรีวิวลดไขมันกระพุ้งแก้ม ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของบุคคลนั้น ๆ

ขั้นตอนการตัดไขมันแก้ม

  1. แพทย์จะฉีดยานอนหลับแบบอ่อน ๆ และยาชา เพื่อลดความกังวล และความกลัว
  2. แพทย์จะตัดเลาะไขมันที่แก้มคนไข้ออก โดยแผลจะอยู่ในปาก และเย็บปิดแผล ด้วยไหมละลาย
  3. ตัดเลาะไขมันออกพอสมควร ทำให้แก้มดูตอบแฟบลง แต่ไม่ได้ตัดออกมากจนเกินไป
  4. เป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาการผ่าตัดน้อย
  5. รูปหน้าเรียวเล็ก ผ่าตัดแล้วผลลัพธ์ถาวร
  6. ไม่มีแผลเป็นภายนอก (ซึ่งเป็นผลดีสำหรับคนที่เป็นคีลอยด์)

ใช้เวลากี่สัปดาห์แผลถึงจะหาย จนใช้ชีวิตปกติได้

ประมาณสองสัปดาห์แผลจะเริ่มหาย เนื่องจากเป็นการผ่าตัดด้านในกระพุ้งแก้มจึงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติประมาณ 2 เดือนขึ้นไปใบหน้าถึงเข้าที่

ก่อน-หลังการผ่าตัด มีความแตกต่างมากน้อยแค่ไหน

แตกต่างค่อนข้างมาก สมัยก่อนจะเป็นคนมีแก้ม หน้ากลม ๆ หลังผ่าตัดมาหน้าซูบตอบลงไปเยอะมาก ก็มีคนทักว่าก่อนทำดีกว่า แต่ตัวเราเองชอบหลังทำมากกว่าเพราะชอบให้หน้าตอบ ๆ ไม่ชอบให้ตัวเองมีแก้ม

วิธีทำให้หน้าเรียว ลดแก้ม

วิธีทำให้หน้าเรียว ลดแก้ม ด้วยวิธีศัลยกรรม มีกี่แบบ กี่ขั้นตอน

สาว  ๆ  หนุ่ม  ๆ  ที่มีปัญหาแก้มเยอะ หน้าใหญ่ หน้าบาน จะออกไปไหนทีต้องเอาผมบัง จะถ่ายรูปทั้งก็ต้องใช้แอฟเข้าช่วยทำให้เสียเวลาและเสียอารมณ์จะแต่งรูปให้เข้ากับใบหน้านั้นก็แสนยาก วันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีทำให้หน้าเรียว ลดแก้มมาฝากทั้งวิธีธรรมชาติ และวิธีศัลยกรรมมาฝาก ไม่ว่าหน้าแบบไหน หน้ากลม หน้าบาน แก้มส้ม แก้มบวมวิธีเหล่านี้สามารถช่วยคุณได้อย่างแน่นอนค่ะ

วิธีทำให้หน้าเรียว ลดแก้มด้วยการศัลยกรรม

1. ศัลยกรรมตัดกระดูกลดโหนกแก้ม

การทำ ศัลยกรรมหน้าเรียว ด้วยวิธีนี้ ถือว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่แต่ว่าเห็นผลลัพธ์ที่ถาวรที่สุด โดยการผ่าตัดทำศัลยกรรมนี้เป็นที่นิยมมากที่ประเทศเกาหลี เนื่องจากว่าเป็นการผ่าตัดที่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

2. การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

นับว่าเป็นอีก 1 วิธีที่สามารถช่วยให้บริเวณใบหน้าเล็กเรียวได้ โดยหมอจะทำการดูดในบริเวณ เหนียง คอ แก้มด้านล่าง แล้วก็ขอบกราม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและก็การสั่งสมของไขมันของแต่ละบุคคลซึ่งวิธีการแบบนี้จะช่วยปรับให้ เห็นรูปกรอบหน้า คาง และ คอได้ชัดเจนเพิ่มขึ้น ทำให้บริเวณใบหน้าดูผอมลง แล้วก็ดูอ่อนวัยขึ้น

3. การร้อยไหมหน้าเรียว

ถือได้ว่าเป็นการทำศัลยกรรมอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากว่ามีค่าใช้จ่ายไม่สูง ไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้น แล้วก็มีผลข้างเคียงน้อยมาก ก็เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความสนใจสำหรับผู้ที่อยากได้หน้าเรียวงามแบบไม่ต้องเจ็บตัวมาก พักฟื้นไม่นาน บวมช้ำไม่เยอะนั่นเองค่ะ

4. การฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Meso Fat (เมโสแฟต) คือ การฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์สำหรับการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ เป็นวิธีเผาผลาญไขมันแบบเฉพาะจุด โดยมีสารประกอบหลัก ๆ คือ Phosphatidylcholine (สกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดง) แล้วก็วิตามินหลายประเภท วิธีแบบนี้นับว่ามีความปลอดภัยมาก เพราะว่าเป็นสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ สามารถสลายออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม เพราะฉะนั้นอาการแพ้ก็เลยมีน้อยมากค่ะ

5. การฉีดโบท็อกซ์

เริ่มจากวิธีได้รับความนิยมสูงที่สุดอย่างการฉีดสาร BOTOX ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโปรตีนที่มีความบริสุทธิ์ ไปตรงส่วนบริเวณกราม เพื่อให้สารตัวนี้เข้าไป ช่วยให้กร้ามเนื้อกรามฝ่อตัวเล็กลง การฉีดโบท็อกซ์ถือว่าเป็นการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวแล้วก็งามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ผลการฉีดโบท็อกซ์ หมอจะนำโบท็อกซ์มาฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ตามมาหลังการฉีด Botox คือ กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ทำให้บริเวณใบหน้าเรียวขึ้นนั่นเองค่ะ

วิธีทำให้หน้าเรียว ลดแก้ม ได้แบบง่ายๆ

วิธีทำให้หน้าเรียว ลดแก้มด้วยวิธีธรรมชาติทำได้ดังนี้

1. หมั่นออกกำลังเป็นประจำ

การออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายแล้ว มันยังช่วยขับเหงื่อลดไขมันที่สะสมภายในร่างกายรวมถึงไขมันบริเวณแก้มได้อีกด้วย แต่ไขมันที่แก้มจะค่อนข้างลดยากกว่าส่วนอื่น ๆ แต่มันจะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ

2. การนอน สำหรับใครที่หน้าบวมอยู่

ให้ลองสังเกตดูว่าคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงหรือไม่ เพราะว่าการหนุนหมอนสูง ๆ จะทำให้โลหิตไหลเวียนได้ไม่สะดวก มีผลทำให้หน้าบวมได้ง่าย ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชุ่มชื้นมากองรวมอยู่ที่ใบหน้า เป็นสาเหตุของการเกิดอาการบวมขึ้น การเลือกนอนหนุนหมอนต่ำและนอนในท่านั่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบวมใบหน้าได้

3. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

หลาย ๆ คนบางทีก็อาจจะหลงผิดว่า การดื่มน้ำเป็นประจำอาจทำให้แก้มใหญ่ขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วการดื่มน้ำน้อยเกินไปจนไม่พอต่อความต้องการจะทำให้ร่างกายมีการสะสมสำรองน้ำเอาไว้บริเวณแก้มและก็รอบดวงตา และทำให้แก้มดูอวบใหญ่มากเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งจำเป็น

4. ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในจำนวนมากและดื่มบ่อย ๆ  จะมีผลให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำแล้วก็จะมีการกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จนกระทั่งทำให้แก้มบวมป่องเพิ่มมากขึ้น

5. เลี่ยงการกินอาหารเค็มจัด

เนื่องจากการทานอาหารเค็มจัดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าเกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่องมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากว่าร่างกายต้องสะสมน้ำไว้เป็นจำนวนมากเพื่อตระเตรียมขับโซเดียมออกมา ถ้ารู้สึกตัวว่าชอบทานอาหารเค็มก็ให้รีบลดเสียตั้งแต่วันนี้ ส่วนอาหารที่มีรสหวานจัด มีเกลือและน้ำตาลในจำนวนมากก็ควรจะเลี่ยงด้วยเหมือนกัน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีทำให้หน้าเรียว ลดแก้มได้ หากคุณต้องการทำให้เห็นผลชัดเจนก็ควรทำด้วยการศัลยกรรมแต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหามากเกี่ยวกับใบหน้าก็ให้ใช้วิธีแบบธรรมชาติ ทั้งสองวิธีนี้สามารถช่วยให้คุณมีใบหน้าที่สวย เรียวได้

วิ่ง ลดแก้ม

วิ่ง ลดแก้ม วิธีการแบบธรรมชาติ ช่วยให้ผลลัพธ์ได้ดีแค่ไหน

สำหรับคนที่มีแก้มใหญ่ แก้มเยอะ จะทำให้ขาดความมั่นใจไม่กล้าแม้แต่จะถ่ายรูปเพราะกลัวว่ารูปจะออกมาไม่สวย และมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า วิ่ง ลดแก้มได้จริงหรือเปล่า การวิ่งสามารถลดแก้มได้แต่จะไม่ลดที่เดียวนะคะ แต่จะค่อย  ๆ  ลด หากเราออกกำลังกายทุกวันก็จะช่วยในเรื่องนี้ได้ และวันนี้เราจะพาคุณไปดูวิธีลดแก้มแบบธรรมชาติที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้านพร้อมแล้วไปดูวิธีเหล่านั้นกันเลยค่ะ

ลดแก้มด้วยวิธีธรรมชาติมีดังนี้

1.ออกกำลังกายที่หน้า

หน้าเราก็ต้องการการออกกำลังกายด้วย เพราะว่าหน้าก็มีกล้ามเนื้อเช่นเดียวกัน อีกอย่าง การออกกำลังกายที่หน้า สามารถช่วยทำให้รูปหน้า ลดรอยเหี่ยวย่น แล้วก็ช่วยทำให้กล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงขึ้น ก็เลยเป็นการโทน (Tone) กล้ามเนื้อตรงหน้าไปในตัวและการออกกำลังกายที่หน้ามีดังนี้

การอมลม

ขั้นแรกเราต้องตั้งใจเพราะว่าเราควรจะมีสมาธิมาก เราจะต้องเริ่มด้วยการอมลมเอาไว้ภายในกระพุ้งแก้ม (เหมือนกำลังจะเป่าลูกโป่ง) แล้วให้สลับลมไป ๆ มา ๆ ระหว่างกระพุ้งแก้ม 2 ข้าง

บอกตรง ๆ เลยว่าระยะแรกยากมาก เนื่องจากช่วงแรกเราไม่สามารถบังคับลบให้มันไปได้เพียงแค่ด้านเดียว แต่อย่ายอมแพ้นะคะบังคับให้ลมมันเดินทางไปมาระหว่างกระพุ้งแก้ม 2 ข้างให้ได้ ทำวนไปโดยประมาณข้างละ 8-10 ครั้งทำแบบนี้ทุกวันจนเกิดเป็นนิสัยจะทำให้แก้มของเราลดได้อย่างแน่นอนค่ะ

วิ่ง ลดแก้ม ช่วยได้หรือไม่

ท่ายิ้ม

ท่ายิ้ม มีข้อแม้ว่า ริมฝีปากต้องปิดมิดชิดตลอดเวลา กัดฟันไว้ และก็ยิ้มไปให้สุด เราควรจะยิ้มค้างไว้ประมาณ 8 วินาทีทำแบบนี้ทุกวันก็จะช่วยให้คุณลดแก้มได้เช่นเดียวกัน

ส่วนมากไม่แนะนำให้ลดไขมันเฉพาะจุด (Spot Reduction) เพราะว่ามันไม่เป็นผล แต่การบริการกล้ามเนื้อที่หน้าจะเป็นตัวกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและก็เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนนี้ได้

2.ดื่มน้ำเปล่าเยอะขึ้น

ร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วยน้ำมากกว่า 60% ดังนั้นถ้าเกิดต้องการสุขภาพแข็งแรง ต้องการลดไขมัน (ตรงหน้า) เราควรจะดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง เพราะว่าเป็นเพศที่ดื่มน้ำน้อย จำนวนที่แนะนำให้ดื่มคือ วันละ 2 ลิตรการดื่มน้ำเปล่าก่อนมื้ออาหารจะช่วยทำให้เราลดน้ำหนักได้ดี เพราะว่ากลุ่มคนที่ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร จะอิ่มเร็วแล้วก็นานขึ้นกว่าปกตินั่นเอง อีกทั้งถ้าหากเราดื่มน้ำเปล่าเพิ่มมากขึ้น ก็จะเป็นการเร่งให้ ระบบเมตาบอลิซึม (Metabolism) ทำงานได้ดีขึ้นอีกประมาณ 24% นั่นหมายความว่า ภายใน 24 ชั่วโมง เราจะสลายไขมันภายในร่างกายมากขึ้นนั่นเอง หากเราดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะคั่งน้ำ (Water Retention) ก็ลดลง หน้าเราก็จะเล็กลงเพราะว่าไม่บวมน้ำค่ะ

3.ดื่มแอลกอฮอล์ (Alcahol) ให้น้อยลง

แอลกอฮอล์ คือ สาเหตุของปัญหาสุขภาพหลายอย่าง และปัญหาต้น ๆ ที่มักพบจากการดื่มแอลกอฮอล์เยอะเกินไปคือ ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้นและบวมน้ำด้วยทางที่ดีก็ไม่ควรเดิมแอลกอฮอล์จะดีที่สุด ไม่ใช่แค่ร่างกายจะดีขึ้นแต่ยังช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายของเราได้อีกด้วย เช่นการลดไขมันที่แก้ม

4.ต้องออกกำลังกายด้วยคาร์ดิโอ

การออกกำลังกายด้วยคาร์ดิโอ เช่นการวิ่ง ลดแก้ม การปั่นจักรยาน เดินเร็ว ว่ายน้ำ การออกกำลังกายด้วยท่าเหล่านี้สามารถช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้และควรออกกำลังกายอย่างน้อย 20-40 นาทีต่อวันก็เพียงพอแล้ว ได้ทั้งร่างกายที่แข็งแรง และยังสามารถลดแก้มของคุณได้อีกด้วย

วิ่ง ลดแก้ม ตัวช่วย ไม่ต้องผ่าตัด

5.ลดแป้งและน้ำตาล

อาหารหรือขนมที่มีน้ำตาลและแป้งมากอย่างเช่น คุกกี้ ขนมเค้ก กาแฟ น้ำแดง คือสาเหตุของโรคอ้วน เพราะอาหารเหล่านี้ไม่ทำให้เราอิ่มท้องแถมยังสร้างไขมันให้เราอีกด้วย ทางที่ดีคุณควรจะเลิกกินอาหรเหล่านี้ และเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพของคุณ และการเลือกกินอาหารยังช่วยให้คุณลดแก้มที่มีไขมันได้อีกด้วย

6.ลดโซเดียมจากอาหาร

โซเดียม (Sodim) คือเกลือแร่ประเภทหนึ่งที่พบบ่อยในเกลือ น้ำปลา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารแปรรูปตามร้านค้าสะดวกซื้อ หากร่างกายได้รับโซเดียมในจำนวนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น ความดันโลหิต หลักการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมทั้งระบบประสาท ก็จะเป็นไปอย่างปกติ แต่ปัญหาของอาหารที่เรารับประทานอยู่ขณะนี้คือ มีโซเดียมสูงเกินไป โดยเฉพาะอาหารแปรรูป และเครื่องปรุงรสส่วนใหญ่ ถ้าหากร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป มันก็จะกักน้ำไว้มากขึ้น หน้าเราก็จะบาน เหนียงยาน ตัวบวม แล้วก็แก้มย้วยด้วย งานวิจัยพบว่า โซเดียมจากอาหารจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิด ภาวะคั่งน้ำ (Water Retention) ได้ดังนั้นคุณควรเลิกกินอาหารสำเร็จรูปเสียตอนนี้คุณก็จะมีหน้าที่เรียว เล็กลงได้

7.นอนให้เป็นเวลา

คนที่อดนอนหรือนอนไม่เป็นเวลาจะทำให้ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูง ซึ่งฮอร์โมนนี้เป็นตัวนำมาซึ่งความเคร่งเครียด ซึ่งจะส่งผลด้านลบต่อร่างกายหลายอย่าง และที่สำคัญฮอร์โมนนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากกินโน่นกินนี่ โดยยิ่งไปกว่านั้นอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ๆ ผลที่ตามมาคือ น้ำหนักเกินและก็ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้นจนลุกลามไปถึงหน้า เพราะฉะนั้นเราควรจะเริ่มหันมาบริหารเวลานอนให้ดียิ่งขึ้น ตั้งเป้าหมายเวลาเข้านอนไว้ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ต่อวันจะทำให้คุณมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นและไม่ทำให้คุณมีไขมันสะสมที่บริเวณใบหน้าด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีลดแก้มที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน ถ้าจะให้เห็นผลจริง  ๆ  คุณจะต้องมีวินัยในตัวเองให้มากและทำตามวิธีอย่างเคร่งครัดรับรองได้ว่าคุณจะมีหน้าที่เรียวและสวยได้อย่างแน่นอนค่ะ

ลดแก้ม หน้าเรียว pantip

วิธีการ ลดแก้ม หน้าเรียว pantip ให้ได้ผล ด้วยวิธีธรรมชาติ

เชื่อว่าหลาย  ๆ  คนก็อยากมีใบหน้าที่เรียวงามกันทุกคน แต่โชคชะตามักกลั่นแกล้งโดยเฉพาะคนที่มีหน้าใหญ่ หน้ากลม มีแก้มเยอะ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นขาดความมั่นใจไม่กล้าแม้แต่จะถ่ายรูป วันนี้เรามีวิธีลดแก้ม หน้าเรียว pantip มาแนะนำให้สาว  ๆ  หนุ่ม  ๆ  ลองทำดูรับรองว่าวิธีเหล่านี้สามารถช่วยลดแก้มและทำให้หน้าคุณเรียวได้อย่างแน่นอน ก่อนที่เราจะไปดูวิธีลดแก้มคุณจะต้องปฏิบัติตัวให้อยู่ในเกณฑ์โดยจะต้องมีการควบคุมอาหารไปด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีค่ะ

วิธีลดแก้ม ลดเหนียง ทำให้หน้าเรียวทำได้ดังนี้

1. เป่าลูกโป่ง

บางคนอาจจะไม่เชื่อว่า การเป่าลูกโป่งจะสามารถทำให้หน้าเรียวขึ้นได้ยังไง เหตุผลที่การเป่าลูกโป่งนั้นสามารถทำให้หน้าเรียวขึ้นได้ก็เนื่องจากว่า การเป่าลูกโป่ง เป็นการทำให้บริเวณแก้มได้ออกกำลังกายเต็มกำลัง เหมือนกับรูปแบบของการออกกำลังกายส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ดังนั้น การเป่าลูกโป่ง จึงสามารถทำให้เราสามารถลดแก้มได้ และเมื่อลดแก้มได้ หน้าก็จะดูเรียวขึ้นนั้นเอง โดยวิธีการทำนั้นก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก ให้เราทำการเป่าลูกโป่งวันละหลาย ๆ ครั้ง เท่าที่เราสามารถทำได้และสะดวก เท่านี้ก็สามารถที่จะช่วยให้คุณลดแก้มและทำให้หน้าดูเรียวขึ้นได้แล้ว

2. ดูดแก้ม

หนึ่งในวิธีที่ง่าย ๆ และก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อก็คือ “การดูดแก้ม” ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือใด ๆ ช่วยเลย ซึ่งถ้าคุณไม่สามารถที่จะหาลูกโป่งได้ หรือไม่ต้องการที่จะยุ่งยากสำหรับการหาลูกโป่งมาใช้เพื่อลดแก้มและทำให้หน้าเรียวแล้วละก็ การดูดแก้ม ก็เป็นวิธีทำให้หน้าเรียวขึ้นได้แบบง่าย ๆ

ลดแก้ม หน้าเรียว pantip ด้วยวิธีธรรมชาติ

ขั้นตอนการดูดแก้มเพื่อทำให้หน้าเรียวขึ้นนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเลย เพียงคุณดูดแก้วเข้าไปด้วยการดูดแก้มจะทำให้ปากเราจู๋ไปด้วยดั่งภาพทำแบบนี้วันละหลาย ๆ ครั้ง เท่าที่คุณสะดวกและก็สามารถทำได้ ก็ช่วยทำให้คุณลดแก้มแล้วก็ทำให้หน้าเรียวขึ้นแล้ว

3. เงยหน้าให้คอตึง

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หน้าดูไม่เรียวก็คือ การที่คุณมีเหนียงคางที่มากเกินไป ซึ่งมันจะทำให้หน้าของคุณดูอ้วนและเห็นคอไม่ชัด ซึ่งวิธีสำหรับการจัดการกับเหนียงคางเพื่อให้หน้าเรียวขึ้นนั้นก็ไม่ยากเลย แค่เพียงคุณเงยให้สุดจนรู้สึกว่าคอตึง เป็นวิธีการง่าย ๆ แต่ว่ามีคุณภาพไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว โดยให้คุณเงยหน้าให้สุดจนรู้สึกคอตึงแล้วกลับสู่ภาวะปกติ ทำแบบนี้เท่าที่คุณสามารถทำได้แล้วก็สะดวกที่จะทำ เท่านี้ก็ช่วยทำให้คุณลดเหนียงคางและทำให้หน้าดูเรียวขึ้นได้แล้ว

4. การนวดหน้า

สำหรับวิธีการนวดหน้าเพื่อทำให้หน้าเรียวนั้นก็ไม่มีอะไรยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงนวด ๆ กด ๆ และทำการนวดไปตามทิศทางดังในภาพข้างบนนี้ ก็จะช่วยปรับบริเวณใบหน้าของคุณดูเรียวขึ้นแล้ว และอีกอย่างที่ได้เพิ่มเติมจากการนวดหน้า ใบหน้าที่ดูมีชีวิตชีวาและผ่องใส เพราะว่าการนวดหน้าจะช่วยให้เลือดและก็ระบบการทำงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบริเวณใบหน้าได้รับการกระตุ้นแล้วก็ทำงานได้ดีขึ้น

5. ออกกำลังกายและก็ควบคุมอาหาร

วิธีทำให้หน้าเรียวที่ได้กล่าวมาในข้างต้นทั้ง 4 วิธีนั้น เป็นวิธีที่ช่วยปรับให้หน้าดูเรียวได้ขึ้นก็จริง แต่ มันมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นั่นก็คือ ไขมันใบหน้า เราจะสังเกตเห็นได้ง่ายในผู้ที่อ้วนหรือเริ่มจะอ้วนขึ้น บริเวณใบหน้าจะดูไม่เรียว มีแก้ม มีเหนียงคาง ซึ่งมีสาเหตุจากการสั่งสมไขมันในบริเวณดังกล่าวและก็บริเวณอื่น ๆ ของบริเวณใบหน้า ดังนั้น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ก็ควรต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารไปด้วย เพื่อเป็นการลดจำนวนไขมันสะสมที่อยู่บริเวณใบหน้า แก้มและก็เหนียงคางให้ได้มากที่สุด พร้อมกับการบริหารบริเวณใบหน้าตามที่ได้แนะนำ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีที่จะทำให้คุณลดแก้ม หน้าเรียว pantip ได้โดยง่าย  ๆ  ไม่มีอะไรยุ่งยาก ไม่ต้องเสียเงินแพง  ๆ  แต่คุณจะต้องมีวินัยในตนเอง และหมั่นทำทุกวันให้เกิดเป็นนิสัยรับรองว่าวิธีเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณลดแก้ม หน้าเรียวได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอนค่ะ

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บวมกี่วัน

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บวมกี่วัน ถึงจะหาย ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

ปัญหาไขมันส่วนเกินบนใบหน้าเป็นปัญหาที่ทำให้สาว  ๆ  ไม่มั่นใจกับใบหน้าของตัวเอง เพราะการมีไขมันที่ใบหน้าทำให้ใบหน้าอ้วน และมีแก้มเยอะทั้ง  ๆ  ที่เจ้าตัวไม่ได้อ้วนเลย และการแก้ไขปัญหาในจุดนี้ก็มีหลายวิธีด้วยกันและวิธีที่สามารถเห็นผลชัดเจนนั้นคงหนีไม่พ้นการผ่าตัดกระพุ้งแก้ม และวันนี้เราจะพาคุณไปดูขั้นตอนการผ่าตัดกระพุ้งแก้ม บวมกี่วันและมีผลข้างเคียงเป็นอย่างไรหลังการผ่าตัด

การผ่าตัดกระพุ้งแก้มเจ็บน้อยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นให้กวนใจ

การตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นการศัลยกรรมที่ไม่เหมือนการศัลยกรรมประเภทอื่น ๆ ที่อาจจะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดรอยฟกช้ำ หรือทิ้งรอยแผลไว้ดูต่างหน้า แต่ว่าการตัดไขมันกระพุ้งแก้มเป็นการผ่าตัดนำไขมันบริเวณแก้ม จากด้านในช่องปากของเราออกไป ซึ่งหลังทำจะไม่เกิดรอยแผลเป็น แต่ว่าจะได้ใบหน้าที่เรียวเล็ก และบอกลาแก้มป่องอย่างถาวรไปเลยค่ะ

การผ่าตัดกระพุ้งแก้มจะเห็นผลหลังทำกี่วัน

ในระยะแรกหลังการผ่าตัดจะมีอาการบวมเกิดขึ้น 1-2 สัปดาห์ ไม่เจ็บคนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติและอาการบวมก็จะค่อย ๆ ลดลงภายใน 3-5 วัน หลังจากนั้นแก้มก็จะค่อย ๆ เข้าที่และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น

ใครที่ควรผ่าตัดกระพุ้งแก้ม

  • คนที่ต้องการมีรูปหน้า V-shape เรียวสวยได้รูป
  • คนที่มีแก้มทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
  • คนที่มีแก้มเยอะดูแล้วอ้วน

คนเหล่านี้เหมาะมากสำหรับการผ่าตัดกระพุ้งแก้ม

ขั้นตอนการผ่าตัดกระพุ้งแก้ม

ผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม นับเป็นการผ่าตัดเล็ก ขั้นตอนการทำจึงไม่ยุ่งยาก หมอจะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนบริเวณใบหน้าฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด จากนั้นหมอก็จะเริ่มเปิดแผลที่ภายในกระพุ้งแก้ม และก็ผ่าลึกผ่านกล้ามเนื้อเพื่อให้พบกลุ่มก้อนไขมัน จากนั้นหมอก็จะค่อย ๆ ดึงและตัดไขมันออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็เย็บปิดแผล ก็เป็นอันจบขั้นตอน หลังผ่าตัด หมอจะให้คนป่วยนอนพักเพื่อสังเกตอาการสักประมาณ 30 นาที ถ้าหากว่าไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ หมอก็จะให้กลับไปอยู่ที่บ้านได้เลยไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิก

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บวมกี่วัน ถึงจะหายขาด

ความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม

ทุกการผ่าตัดไม่ว่าจะผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ย่อมมีความเสี่ยงอยู่แล้ว ในส่วนของความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ก็คงจะเป็นเรื่องของการไปกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย เส้นเลือดแดงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของหมอแต่ละคน ถ้าหากเป็นการผ่าตัดโดยหมอที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง ความเสี่ยงที่จะไปกระทบกับส่วนเหล่านี้ก็จะน้อยลงมากการผ่าตัดหากไม่อยากให้เกิดความเสี่ยงควรเลือกทำกับหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่มีอาการป่วย
  3. งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  4. ถ้าความดันสูงจะต้องความคุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 มิลลิเมตร/ปรอท
  5. หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาจะต้องแจ้งให้หมอทราบทันทีอย่าปิดบังเพราะอาจเกิดอันตรายกับตัวเองได้หากไม่บอกหมอให้ทราบก่อน

การผ่าตัดกระพุ้งแก้มใช้เวลาในการผ่าตัดนานไหม

การผ่าตัดกระพุ้งแก้มเป็นการผ่าตัดเล็กใช้เวลาในการผ่าตัดเพียง 40 นาทีและใช้เวลาพักฟื้นเพียง 30 นาที หากอาการดีขึ้นหมอให้กลับบ้านได้

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมีอาการบวม ช้ำมากไหม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม บวมกี่วันการผ่าตัดกระพุ้งแก้มจะมีอาการบวมเล็กน้อยและอาการนั้นจะค่อย  ๆ  หายไปเองและจะไม่มีรอยช้ำให้เราเห็นเพราะการผ่าตัดกระพุ้งแก้มไม่ได้ทำภายนอกแต่เราทำในช่องปากรอยช้ำจึงไม่มีค่ะ

วิธีในการดูแลตนเองหลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง เพื่อลดอาการบวม
  • สามารถกินอาหารได้ตามปกติ แต่งดเว้นอาหารที่มีรสเผ็ด อาหารร้อน
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำที่สะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดที่ไหมเย็บแผล
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงอาทิตย์แรกหลังการผ่าตัด
  • รับประทานยาที่ได้รับให้ครบตามที่หมอสั่ง

ข้อดีของการผ่าตัดกระพุ้งแก้ม

  • ได้ผลลัพธ์ในการปรับรูปหน้าอย่างถาวร
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก และก็สูญเสียเลือดน้อย
  • ไม่มีรอยฟกช้ำ หรือแผลภายนอก
  • ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาสำหรับการพักฟื้น แล้วก็สามารถแต่งหน้าทาปากได้ตามปกติหลังรับการผ่าตัด

ข้อเสียของการผ่าตัดกระพุ้งแก้ม

หากการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ทำโดยศัลยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ แล้วเกิดความผิดพลาดจากการตัดไขมันกระพุ้งแก้ม อาจจะส่งผลให้บริเวณใบหน้ายุบหรือตอบเกินความจำเป็น ซึ่งหากต้องการจะให้กลับมาดังเดิมเป็นไปได้ยาก วิธีแก้ทำได้เพียงแค่การฉีดสารเติมเต็มเข้ารอบ ๆ ไขมันใต้ชั้นผิวทดแทน

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมีทั้งข้อดีและข้อเสียก่อนการทำควรเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นจะได้ไม่ผิดหวัง เพราะหากเลือกหมอผิดชีวิตของคุณจะเปลี่ยนทันทีและไม่สามารถจะเอากลับคืนได้อีกด้วย

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ราคาถูก

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ราคาถูก แนะนำคลินิกยอดนิยม ที่ได้รับการการันตีว่าดีจริง

เป็นอีกหนึ่งคำถามจากสาว  ๆ  ที่มีใบหน้าไม่เข้ารูป มีไขมันที่แก้มเยอะว่าผ่าตัดไขมันที่แก้ม ราคาถูกมีที่ไหนบ้าง เอาเป็นว่าถ้าพูดง่าย  ๆ  คำว่าราคาถูกก็มีแต่จะให้ผลดีอย่างที่เราตั้งใจไว้คงไม่ได้ เพราะของถูกและดีไม่มีในโลก และการศัลยกรรมผ่าตัดกระพุ้งแก้มก็เหมือนกันหากทำที่คลินิกที่มีราคาถูกอาจจะทำให้หน้าของคุณพังได้ เพราะหมอที่ทำอาจไม่ใช่หมอเฉพาะทาง ทางที่ดีคิดจะสวยด้วยมือหมอต้องทำกับหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นคุณถึงจะได้ผลลัพธ์ที่คุณพอใจ

คลินิกตัดไขมันกระพุ้งแก้มยอดนิยมที่ได้รับการการันตีว่าดีจริงมีดังนี้

  1. Hers clinic

หากพูดเรื่องตัดไขมันกระพุ้งแก้มหนึ่งในคลินิกที่ผุดขึ้นมาในใจอันดับแรก ๆ เลยคงจะหนีไม่พ้น Hers Clinic แน่ ๆ  เพราะว่าด้วยคลินิกที่คงความสวยหรูดูไฮโซ ทั้งยังเป็นคลินิกที่ทำเรื่องตัดไขมันกระพุ้งแก้มมายาวนาน ก็เลยมีทีมแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทำให้มั่นใจได้แน่ ๆ ว่าผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่ Hers Clinicไม่เป็นอันตรายและปลอดภัยแน่นอน

  1. Masterpiece Clinic

Masterpiece Clinic เรียกได้ว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการการตัดไขมันกระพุ้งแก้มก็ว่าได้ ด้วยภาพลักษณ์ของคลินิกที่ดูสะอาดสดใสเป็นกันเองและดูเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ซึ่งถึงแม้ว่าที่นี่จะเพิ่งมีการศัลยกรรมตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้ไม่นาน แต่เนื่องจากมีแพทย์ที่มากประสบการณ์และก็ช่ำชองด้านการตัดไขมันกระพุ้งแก้มโดยเฉพาะ ทำให้มาสเตอร์พีซ คลินิก เป็นเลิศในคลินิกที่ฮอตสุด ๆ หายห่วงเรื่องข้อผิดพลาด และได้ผลแน่ชัดแน่นอน แถมการเดินทางที่สะดวกทั้งสาขาสยามและก็สาขาหาดใหญ่ และราคาที่ไม่แรงอย่างที่คิด บอกได้คำเดียวเลยว่าเป๊ะแน่ ๆ

  1. The Sib clinic

The Sib Clinic เป็นอีกหนึ่งคลินิกที่คนแนะนำกันแบบปากต่อปาก เรื่องการตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เพราะว่ามีสาขารองรับหลากหลายสาขา รวมทั้งความสวยเป๊ะของแพทย์บวกประสบการณ์อันโชกโชนแล้ว ทำให้หลายคนที่เข้ามาทำถึงกับอยากหน้าเป๊ะเหมือนแพทย์เลยทีเดียว

  1. DRK Beauty Clinic

DRK Beauty Clinic คลินิกที่หลาย ๆ คนก็พูดถึงอยู่ไม่น้อยเลยสำหรับที่นี่ เพราะว่าด้วยสถานที่ ที่ดูกว้าง สะอาด ทันสมัยทำให้หลาย ๆ คนไว้วางใจสำหรับการผ่าตัดกระพุ้งแก้ม อีกทั้งยังมีหมอที่ช่ำชอง ทำให้เชื่อมั่นได้เลยว่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มออกมาแล้ว ดูสวยแน่นอน

บทความแนะนำ วิธีลดหน้าท้อง By Rattinan.com

การเลือกคลินิกอย่าเลือกเพราะคนแนะนำมาควรศึกษารายละเอียดให้ดีเสียก่อนเพราะคลินิกบางแห่งเปิดบริการมานานแล้วแต่การทำศัลยกรรมไม่ค่อยดีและไม่ได้ผลเท่าที่ควร ก่อนตัดสินใจทำควรดูคลินิกให้รอบคอบ และวันนี้เราจะพาคุณไปดูวิธีเลือกคลินิกศัลยกรรมว่าคุณจะต้องเลือกแบบไหนที่ทำให้คุณศัลยกรรมออกมาเลยดูดีไม่มีที่ติ พร้อมแล้วไปดูวิธีเลือกคลินิกกันเลยค่ะ

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ราคาถูก เท่าไหร่

การเลือกคลินิกที่ดีได้มาตรฐานมีวิธีเลือกดังนี้

มีใบอนุญาตประกอบการ

คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงาม ควรมีใบอนุมัติประกอบกิจการ จากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะได้เป็นเครื่องรับรองว่าสถานที่ศัลยกรรมนั้น ๆ มีคุณสมบัติตรงตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ เป็นการตรวจสอบพื้นฐานว่าคลินิกดังกล่าวมีความพร้อมสำหรับการให้บริการ และก็แสดงถึงความปลอดภัยเมื่อคุณเข้ารับการศัลยกรรม

ศัลยแพทย์จะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ

ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากสภาวิชาชีพของแพทย์หรือ “แพทยสภา” ซึ่งแพทย์ที่ทำงานรักษาหรือทำการศัลยกรรมทุกคนต้องผ่านกระบวนการ การประเมินวิชาความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ขั้นพื้นฐาน การประเมินทางด้านความสามารถและก็ทางด้านหัตถการทางคลินิก ก่อนที่ทางสภาวิชาชีพของแพทย์จะทำออกใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้กับแพทย์ท่านนั้น

แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญ

ต้องมีประสบการณ์และก็ช่ำชองสำหรับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ซึ่งความชำนาญจะทำให้แพทย์สามารถให้คำแนะนำและก็แก้ไขปัญหาทำให้เมื่อศัลยกรรมออกมาสมดุล เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าของคุณ

คลินิกได้มาตรฐานและก็มีความสะอาด

ควรจะมีที่ตั้งชัดเจนเป็นหลักแหล่งเห็นได้อย่างเห็นได้ชัด อุปกรณ์แล้วก็เครื่องมือเครื่องที่ใช้ในการตรวจหรือการผ่าตัดต้องสะอาด มีการฆ่าเชื้อโรคแล้วก็การดูแลอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน รวมถึงต้องมีอุปกรณ์และก็เครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับการกู้ชีพ มีเครื่องมือตรวจวัดสภาพความพร้อมของคนไข้ก่อนเข้ารับการศัลยกรรม

มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

การรีวิวก่อนทำและหลังทำเป็นข้อมูลการประกอบการตัดสินใจอีกอย่างที่ดีมาก ๆ เพราะว่าเราจะได้ดูปัญหารูปหน้าซึ่งดูเคสคนไข้ที่มีปัญหาใกล้เคียงกับเรา หรือดูรีวิวเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงว่าผลลัพธ์ที่ออกมา

มีการติดตามผลการรักษา

หลังทำมีการติดตามผลหลังการดูแลและรักษาอย่างสม่ำเสมอ ว่ามีอาการบวมไหม อักเสบไหม รวมทั้งให้คำแนะนำได้อย่างดี

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีเลือกคลินิกศัลยกรรมกระพุ้งแก้มที่ได้มาตรฐาน และได้รับการรับรองจาก แพทยสภา หากคุณตรวจสอบคลินิกที่คุณจะไปทำศัลยกรรมตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ราคาแล้วมีครบทุกอย่างที่คลินิกมาตรฐานเขามีกันคุณก็สามารถเข้ารับการรักษาได้เลย เพราะนั่นหมายถึงความสวยจะมาหาคุณแล้วนั้นเอง

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 8000

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 8000 ไปผ่าตัดที่คลินิคไหนดี เรามีมาฝาก!!

มีคำถาม ถามมามากมายว่าการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 8000 มีที่ไหนบ้าง อยากจะบอกให้สาวรู้ว่าการผ่าตัดกระพุ้งแก้มนั้นมีราคาที่แตกต่างกันไปแต่ละคลินิก แต่ถามว่าราคา 8000 มีหรือเปล่านั้นเราตอบไม่ได้คุณจะต้องสอบถามกับคลินิกเอง วันนี้เราจะมาแนะนำคลินิกผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มว่ามีคลินิกไหนบ้างเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกคลินิกได้ง่ายขึ้นค่ะ

คลินิกผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

1. Rattinanclinic

สำหรับคนที่ใบหน้ากลม มีแก้มตุ่ย มีไขมันกระพุ้งแก้มเยอะโดยเฉพาะหากมีน้ำหนักปกติแล้วแก้มไม่หายไปไหน เหมาะสมที่จะผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal) ซึ่งไม่สามารถที่จะนำเอาออกได้ด้วยวิธีอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น การดูดไขมัน เพราะว่าการดูดไขมันบริเวณใบหน้าจะทำเฉพาะชั้นผิวหนัง แต่ไขมันกระพุ้งแก้มนี้อยู่คนละระดับกัน และก็สามารถเอาออกได้ทางแผลในปาก โดย Rattinan Clinic จะมีวิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม โดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความเชี่ยวชาญ น.ท.นพ. สุรินท์ท้องนาท เจริญก้าวหน้าจิตต์ เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทาง ศัลยกรรมตกแต่ง เพราะการเอาออกมากเกินไป อาจทำให้มีปัญหามากในระยะยาว หรือแก้มตอบจนดูเหมือนป่วยเป็นโรค

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ ทำในห้องผ่าตัดที่สะอาด ใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีก็เสร็จ ฟื้นตัวเร็ว ไม่จำเป็นที่ต้องตัดไหมเพราะว่าใช้ไหมละลาย ไขมันที่เอาออกมาหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะมีขนาดประมาณลูกปิงปอง หากต้องการให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีต่อรูปหน้าโดยรวม บางทีศัลยแพทย์อาจทำร่วมกับการเสริมคาง แล้วก็ปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ ให้สวยขึ้นร่วมด้วย

2. slcclinic

สำหรับการผ่าตัดไขมันใต้กระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad Removal) SLC จะมีวิธีการ เปิดแผลภายในช่องปากตรงฟันกรามด้านบนบริเวณกระพุ้งแก้ม แผลยาวประมาณ 1 – 1.5 เซนติเมตร ทำการผ่าตัดเลาะไขมันใต้กล้ามเนื้อออกมา เย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาสำหรับการผ่าตัดประมาณ 30 นาที หลังทำคนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น

3. fclinic

สำหรับการตัดไขมันกระพุ้งแก้มผู้หญิงหลายคนอาจเคยสังเกตว่า แก้มจะป่องไม่สัมพันธ์กับตัว ทำให้ดูเหมือนเป็นคนอ้วน อันที่จริงแล้วเนื้อไขมันตรงแก้มมีส่วนที่เป็นไขมันเฉพาะ เรียก buccal fat pad เป็นไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อ อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้แก้มป่อง ไขมันที่แก้มอาจแบ่งออกเป็นสองชั้น คือ ไขมันใต้ผิวหนัง และก็ไขมันกระพุ้งแก้มส่วนใหญ่ไขมันใต้ผิวหนังไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้แก้มป่อง การดูแลรักษาแนะนำให้ใช้การผ่าตัดเพื่อเอาไขมันบริเวณ กระพุ้งแก้มออกเปิดแผลเล็ก ๆ ตรงบริเวณกระพุ้งแก้มแล้วเลาะไขมันบริเวณนี้ออก การผ่าตัดทำได้ง่ายแล้วก็ได้ผลชัดเจน

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 8000 ที่ไหนดี

วิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มของ F Clinic

  1. บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  2. นอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อวัดความดันเลือดและก็ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  3. ฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  4. ผ่าตัดนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างออกและก็เย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  5. นอนพักที่ห้องพักรู้สึกตัวแล้วก็ประคบน้ำแข็งบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างและก็นอนดูอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

4. โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช

ที่ Masterpiece Clinic ก็เป็นอีกคลินิกหนึ่งที่สาว ๆ นิยมมาปรับรูปหน้าลดแก้มกันเยอะมาก โปรแกรมของที่นี่ชื่อว่า Celebrity Cheek ต้องการแก้มเล็กหน้าวีเชฟเหมือนเซเลบมาทำที่นี่สวยมั่นใจ ตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะช่วยสำหรับปรับรูปหน้าให้ดูเล็กลงและช่วยลดขนาดแก้ม บอกลาแก้มป่อง ๆ เพิ่มความมั่นใจกันเถอะสาวแก้มยุ้ยทั้งหลาย โปรแกรมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม Celebrity Cheek ที่มาสเตอร์พีชคลินิก ราคาพิเศษตอนนี้เพียงแค่ 15,000 บาทเท่านั้นค่า ใครสนใจเข้ามาขอความเห็นแพทย์ได้เลย

5. Dr Natthawan Clinic

ณัฐวรรณคลินิก คุณหมอน้อง บริการเสริมความงาม ทั้งแบบผ่าตัด และไม่ผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ที่นี่สามารถขจัดปัญหาแก้มป่อง ใบหน้าอ้วนให้คุณได้อย่างดี ด้วยการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal)ซึ่งการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันส่วนเกินบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้าทำให้บริเวณใบหน้าเรียวเล็กลง แล้วยังช่วยทำให้บริเวณใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากไขมันกระพุ้งแก้มที่ห้อยลงด้านล่างกลับตึงขึ้น ช่วยขจัดปัญหาบริเวณใบหน้าที่หย่อนคล้อย หรือแก้มห้อยให้ตึงกระชับมากขึ้นอีกด้วย

ข้อดีของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ผลลัพธ์ชัดเจน
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก ความเสี่ยงน้อย
  • สูญเสียเลือดน้อย
  • แผลเล็กเพียงแค่ 1 เซนติเมตร
  • ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • หายเร็ว

ทั้งหมดนี้ก็เป็นคลินิกผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่คุณสามารถเข้ามาสอบถามรายละเอียดและราคาได้ และเราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อยนะคะ