ลดแก้ม ทำไง

ลดแก้ม ทำไง ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ จะได้ผลหรือไม่ไปดู

แก้มกลม แก้มป่อง เป็นปัญหาที่มีไขมันสะสมบนใบหน้า ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธุ์ การรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ ทานอาหารขยะที่มีแต่ ไขมัน แป้ง น้ำตาล และเกลือ มากเกิน รวมไปจนถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก และดื่มน้ำน้อยเกินไป เมื่อมีไขมันที่แก้มมากต้องมองหาวิธีลดแก้ม ทำไง เพื่อที่จะลดไขมันบริเวณแก้มให้รูปหน้าให้เล็กลง

ในส่วนของเรื่องอายุ เมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างของกระดูก กล้ามเนื้อ และไขมัน บนใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป ไขมันที่เคยเกาะกลุ่มแน่นตึงบนใบหน้า จะเริ่มสลายไป และเคลื่อนตัวลงล่าง มากระจุกรวมกันบริเวณช่วงล่างของใบหน้า ทำให้เกิดแก้มห้อย คอเหนียง คาง 2 ชั้น หน้าบาน ซึ่งเป็นปัญหาของผิวที่เสื่อมสภาพ และมีอายุ

ปัจจุบันนี้สาว ๆ ทั้งหลายต่างก็ต้องการที่จะทำให้ตัวเองดูมีบุคลิกภาพที่ดี เมื่อมีรูปหน้าที่สวยงามก็สามารถที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองได้ จึงต้องมองหาวิธีที่จะลดแก้ม ซึ่งมีมากมายหลายวิธี ทั้งวิธีธรรมชาติ และวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่นำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยนั่นคือการทำศัลยกรรมลดแก้ม ซึ่งในวันนี้เราจะมานำเสนอทั้ง 2 วิธี ดังนี้

ลดแก้ม ทำไง ด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีลดแก้ม ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่พึ่งศัลยกรรม

  • เป่าลูกโป่ง กระชับแก้ม

ในขณะที่เราเป่าลมเข้าลูกโป่งกล้ามเนื้อบริเวณแก้มจะเคลื่อนไหว ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้แก้มกระชับขึ้นได้ ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้ ให้นำลูกโป่งมา 1 ลูก และเป่าลมเข้าไปเล็กน้อย ให้เป็นลูกเล็ก ๆ ก็พอ แล้วปล่อยลมออก แล้วเป่าใหม่ ทำซ้ำกัน 10 ครั้งต่อวัน

  • บริหารใบหน้าด้วยการออกเสียง อะ อิ อุ เอะ โอะ

วิธีการนี้จะช่วยลดแก้มป่อง ๆ ให้เรียวขึ้นได้เลย เพียงแค่ออกเสียงพื้นฐานของภาษาญี่ปุ่นว่า “อะ อิ อุ เอะ โอะ” ให้ได้ 3 นาทีต่อครั้ง ก็จะช่วยลดไขมันที่แก้มของเราได้

  • ออกกำลังกาย ลดน้ำหนักทุกส่วนของร่างกาย

ถ้าเราอยากลดไขมันที่แก้ม อยากให้หน้าดูเรียว ก็ต้องออกกำลังกายให้ได้ทุกสัดส่วน

  • หน้าเรียวด้วยการเปลี่ยนของกิน

การรับประทานอาหารที่มีไขมัน แคลอรีสูงๆ ทุกวัน น้ำหนักเราก็จะเพิ่มขึ้น และจะออกแก้มเป็นที่แรก ดังนั้น เราควรปรับเปลี่ยนอาหารการกินด้วย แนะนำให้รับประทานพวกผัก ผลไม้ อาหารที่มีโปรตีนที่จะช่วยเพิ่มการสร้างกล้ามเนื้อแทนไขมัน

  • เคี้ยวหมากฝรั่ง บริหารกล้ามเนื้อใบหน้า

การเคี้ยวหมากฝรั่งมีส่วนช่วยลดแก้มป่อง ๆ ของเราได้ ซึ่งมีงานวิจัยหนึ่งพบว่า หมากฝรั่งสามารถช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น 5% นอกจากนี้ การเคี้ยวหมากฝรั่ง ยังเป็นการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ช่วยให้หน้ากระชับขึ้นได้

เมื่อทราบถึงวิธีการลดแก้มบนใบหน้าด้วยวิธีธรรมชาติแล้ว ทีนี้เรามาดูวิธีการลดแก้มด้วยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์กันบ้างดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง

ลดแก้ม ทำไง ให้หน้าวีเชฟ

วิธีลดแก้ม ด้วยการทำศัลยกรรม

  • Thermage เป็นพลังงาน RF ที่สามารถสลายไขมัน และฟื้นฟูคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวได้ดี จึงทำให้ไขมันหายไปพร้อมผิวที่กระชับขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีไขมันประเภทผิวหย่อนคล้อย หลังการรักษา ทำให้ผิวกระชับหน้าเรียวได้รูป กรอบหน้าได้รูปชัดเจน แลดูอ่อนเยาว์
  • การดูดไขมันที่แก้ม(Vaser Liposelection) เป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อเกี่ยวกันอื่น ๆ
  • ฉีดเมโสลดแก้ม(เมโสแฟต) เป็นการกำจัดไขมันและลดเซลลูไลท์ส่วนเกินเฉพาะที่โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปบริเวณที่ต้องการ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลวแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ
  • ผ่าตัดลดแก้มคือ การผ่าตัดเอาไขมันที่มีอยู่ในกระพุ้งแก้มออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร เหมาะกับคนไข้ที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรมมากกว่า
  • โบทอกซ์แก้ม(Botox) เป็นการฉีดโบทอกซ์ลดกรามเพื่อทำการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กก่อน แล้วทำการฉีดโบทอกซ์เพื่อลิฟต์แก้มให้หน้าดูกระชับขึ้นอีกที วิธีนี้จะช่วยทำให้หน้าของคุณดูเรียวเล็กและแก้มดูกระชับขึ้นได้
  • ร้อยไหมลดแก้มคือ การใช้ไหมทางการแพทย์เพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนยานให้ตึงกระชับ เหมาะสำหรับคนแก้มยุ้ยที่สวยอยู่แล้ว มีแก้มเล็กน้อย หน้าไม่ใหญ่มาก
  • ฟิลเลอร์เติมคางการฉีดฟิลเลอร์เติมบริเวณคาง สามารถปรับรูปหน้าโดยรวมของคุณได้ หลังการฉีดจะทำให้คางของคุณดูคมขึ้นและหน้าดูเรียวยาวขึ้นเป็นรูปตัววี (V) ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนและไม่ดูกลมอีกต่อไป

บทสรุป

ลดแก้ม ทำไง ท่านสามารถปฏิบัติตามวิธีที่เราได้นำเสนอเพื่อกระชับใบหน้าให้มีรูปเรียวสวยได้ ซึ่งหากเป็นวิธีธรรมชาติท่านต้องมีวินัยในการปฏิบัติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ท่านต้องการ และหากเป็นวิธีศัลยกรรมท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลและวิธีการทำให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

บทความแนะนำ Gynecomastia จาก Rattinan.com

ลดเหนียง ลดแก้ม

ลดเหนียง ลดแก้ม ช่วยให้หน้าเรียวได้ ไปดูกันเลยว่าต้องทำยังไง

หน้ากลม หน้าเหลี่ยม เป็นสิ่งที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ไม่พึงปรารถนา เนื่องจากว่าเป็นรูปหน้าที่บ่งบอกถึงการสะสมของไขมันบนใบหน้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้ทั้งหนุ่มและสาว ต่างก็ต้องการที่จะมีรูปหน้าที่สวยงามเป็นรูปไข่ หรือ รูปหน้า V Shape กันทั้งนั้น ดังนั้นเรามาหาวิธี ลดเหนียง ลดแก้ม กันดีกว่าค่ะว่ามีวิธีปฏิบัติอย่างไรบ้าง

วิธีลดเหนียง ลดแก้ม

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

หันมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังอุดมไปด้วยน้ำที่สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ซึ่งจะช่วยรักษาระดับน้ำบริเวณแก้มได้ และควรหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส โยเกิร์ต ฯลฯ เพราะจะช่วยลดการกักเก็บน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้าได้

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัด

เนื่องจากการรับประทานอาหารเค็มจัดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าเกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่องมากกว่าขึ้นกว่าเดิม

  • เลือกดื่มน้ำอุ่นและรับประทานอาหารอุ่น ๆ

การรับประทานอาหารเย็น ๆ หรือการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำจะทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ จนส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้นมาได้

  • ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและดื่มเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำและจะเกิดการกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จนทำให้แก้มบวมป่องมากขึ้น

ลดเหนียง ลดแก้ม แบบธรรมชาติ

  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

การดื่มน้ำน้อยเกินไปจนไม่เพียงพอต่อความต้องการจะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสำรองน้ำเอาไว้บริเวณแก้มและรอบดวงตา และทำให้แก้มดูอวบใหญ่มากยิ่งขึ้นได้ เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ

  • การนอน

สำหรับใครที่หน้าบวมอยู่ ให้ลองสังเกตดูว่าคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงหรือไม่ เพราะลักษณะการนอนทั้ง 2 แบบ จะส่งผลให้หน้าบวมได้ง่าย ดังนั้นการเลือกนอนหนุนหมอนต่ำและนอนในท่านั่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าได้

  • จัดฟัน

สำหรับบางคนการไปจัดฟันอาจทำให้หน้าดูเรียวเล็กลงได้ เพราะจะทำให้แก้มดูตอบลง คางดูยาวขึ้น ส่งผลให้รูปหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเปรียบเทียบก่อนไปจัดฟัน

  • การดูดไขมันที่แก้ม(Vaser Liposelection)

เป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย

  • ฉีดเมโสลดแก้ม(เมโสแฟต)

เป็นการกำจัดไขมัน และลดเซลลูไลท์ส่วนเกินเฉพาะที่โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปบริเวณที่ต้องการ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลวแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ

  • เทอร์มาจลดแก้ม(Thermage)

เป็นการนำเทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ (RF – Radiofrequency) เพื่อส่งพลังงานเข้าไปในผิวหนังชั้น Demis โดยคลื่นพลังงานดังกล่าวจะไปสร้างความร้อนอย่างสม่ำเสมอเพื่อลงไปแก้ปัญหาเส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยขาดการยืดหยุ่น ทำให้โครงสร้างใต้ผิวหนังเกิดการกระชับตัวมากขึ้น คอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยกระชับผิว แก้มและคางจะค่อย ๆ ยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ผ่าตัดลดแก้ม

เป็นการผ่าตัดเอาไขมันที่มีอยู่ในกระพุ้งแก้มออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดปัญหาแก้มป่องได้เป็นอย่างดีและให้ผลถาวร วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปและมีปัญหาแก้มป่องมาจากพันธุกรรมมากกว่า

  • โบทอกซ์แก้ม(Botox)

เป็นการฉีดโบทอกซ์ลดกรามเพื่อทำการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กก่อน แล้วทำการฉีดโบทอกซ์เพื่อลิฟต์แก้มให้หน้าดูกระชับขึ้นอีกที วิธีนี้จะช่วยทำให้หน้าของคุณดูเรียวเล็กและแก้มดูกระชับขึ้นได้

ลดเหนียง ลดแก้ม อย่างไรดี

  • ร้อยไหมลดแก้ม

เป็นการใช้ไหมทางการแพทย์เพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนยานให้ตึงกระชับ เหมาะสำหรับคนแก้มยุ้ยที่สวยอยู่แล้ว มีแก้มเล็กน้อย หน้าไม่ใหญ่มาก แต่ต้องการเพิ่มความเป๊ะมากขึ้นเช่นเดียวกับการฉีดโบทอกซ์

  • ฟิลเลอร์เติมคาง

เป็นการฉีดฟิลเลอร์เติมบริเวณคางก็ช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมของคุณได้ หลังการฉีดจะทำให้คางของคุณดูคมขึ้นและหน้าดูเรียวยาวขึ้นเป็นรูปตัววี (V) ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนและไม่ดูกลมอีกต่อไป

บทสรุป

ลดเหนียง ลดแก้ม ใคร ๆ ก็อยากมีรูปหน้าที่สวยงามเป็นรูปตัว V กันทั้งนั้น ดังนั้นลองปฏิบัติตามวิธีที่เราได้นำเสนอไปจะช่วยลดแก้มได้แน่นอน ซึ่งท่านจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและถูกวิธี และหากต้องการที่จะเข้ารับบริการกับสถาบันเสริมความงามท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยดูรายละเอียดได้จากหน้าเพจของสถาบันนั้น ๆ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

ลดแก้มเร่งด่วน

วิธีการ ลดแก้มเร่งด่วน ช่วยทำให้หน้าเรียว

คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นกล้ามเนื้อ และไขมันบนใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเกิดจากการสะสมไขมันบนใบหน้า โดยมีปัจจัยจากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธุ์ และการดำรงชีวิตซึ่งได้แก่การรับประทานอาหาร เมื่อไขมันสะสมบนใบหน้ามากขึ้นทำให้เกิดไขมันมากระจุกรวมบริเวณช่วงล่างของใบหน้าทำให้เกิดแก้มห้อย คอเหนียง คาง 2 ชั้น และหน้าบาน จึงต้องหาวิธีลดแก้มเร่งด่วนกันเลยทีเดียว

วิธีการลดแก้ม ให้หน้าเรียว

ไขมันเมื่อเกิดขึ้นมาได้ก็ทำให้หายลงไปได้เช่นกัน ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถลดแก้มได้อย่างแน่นอน

  • ออกกำลังกายใบหน้า

การออกกำลังกายใบหน้า ก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังนี้

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้ม

วิธีปฏิบัติคือ ให้ท่านดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้

ลดแก้มเร่งด่วน ทำยังไง

  • การนวดแก้ม

วิธีปฏิบัติคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้

  • บริหารใบหน้าขณะทาครีม

วิธีปฏิบัติคือ ขณะที่ท่านทำการทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อยๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย

  • บริหารกล้ามเนื้อใต้คาง

กล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อย เกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อใต้คางให้แข็งแรง เพื่อที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะสามารถพยุงไขมันบริเวณใต้คางได้ ซึ่งท่าบริหารกล้ามเนื้อใต้คางก็ไม่ยาก สามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้

  • ท่ายืดคาง

วิธีปฏิบัติคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้ได้มากที่สุด แล้วยืดปาก ทำท่าปากจู๋ แล้วทำค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จะรู้สึกตึงที่บริเวณใต้คางเล็กน้อย ทำซ้ำ ๆ ทุกวัน หรือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อใต้คางได้ทำงาน และลดไขมันสะสมบริเวณนั้นด้วย

  • ท่ายืดคอ

วิธีปฏิบัติคือ ทำท่าคล้ายกับท่ายืดคาง แต่ให้ดันลิ้นแตะกับเพดานปากให้ได้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที คลายออก และทำซ้ำ 2 – 3 รอบต่อครั้ง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ และใต้คางให้กระชับขึ้น

  • คุมอาหาร

นอกจากการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ แล้ว การคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หากต้องการลดเหนียง ลดแก้ม ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง และหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกาย ลดแป้ง น้ำตาล เป็นต้น

เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ มาใช้ให้หมดไป และไม่สะสมไขมัน และแป้งเข้าไปเพิ่มอีก ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย หากลดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับร่างกายแทน

  • เมคอัพ ช่วยชีวิต

การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้หน้าเรียว สวย ในแบบที่ต้องการได้ชั่วคราว เพราะการจะลดไขมันสะสมในร่างกายนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว สาวๆ หลายคนอาจจะต้องอาศัยการคอนทัวร์ หรือเฉดดิ้ง ใบหน้าเพื่อให้หน้าดูเรียว ไร้เหนียงไปก่อน

บทความแนะนำ เติมไขมันหน้า จากเว็บไซต์ Rattinan.com

เมื่อปฏิบัติตามวิธีข้างต้นแล้วแต่ต้องการให้เห็นผลอันรวดเร็วคงหนีไม่พ้นการพึ่งการทำศัลยกรรม โดยการทำศัลยกรรมนั้นจะเป็นการลดแก้มแบบเร่งด่วนซึ่งเห็นผลทันตาในบางวิธีและในบางวิธีอาจต้องใช้เวลาในการที่จะให้แก้มลดลง ซึ่งการทำศัลยกรรมลดแก้มมีดังนี้

ลดแก้มเร่งด่วน เพียงไม่กี่ขั้นตอน

วิธีลดแก้มแบบเร่งด่วน

  • เมโสแฟต ลดแก้ม ลดเหนียง เห็นผลใน 1 สัปดาห์

สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มเยอะ มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้ามาก การฉีดเมโสแฟต เป็นทางเลือกที่ดีและเห็นผลชัดเจนที่สุดในการใช้ลดแก้ม ลดเหนียง เพราะเป็นการลดไขมันเฉพาะจุด โดยเฉพาะไขมันในจุดที่ลดยาก แม้จะออกกำลังกายแล้วก็ยังลดไม่ค่อยลง สามารถใช้เมโสแฟตเป็นตัวช่วยเร่งให้ลดสัดส่วนได้ไวขึ้น

หลังฉีดเมโสแฟตลดแก้ม ลดเหนียงไปแล้วจะมีอาการบวมเล็กน้อย แต่จะยุบไปเองใน 3 – 4 ชม. เห็นผลชัดเจนใน
1 – 3 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของแต่ละคน) โดยการฉีดเมโสแฟต ไขมันจะเริ่มสลายตัว 10 – 15% ตั้งแต่การทำครั้งแรก

บทสรุป

สำหรับผู้ที่ต้องการลดแก้มแบบเร่งด่วน การฉีดเมโสแฟต เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เห็นผลไวที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านสามารถเข้ารับบริการได้แทบจะทุกสถานบริการ แต่ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านควรที่จะศึกษาข้อมูลวิธีการทำ ศึกษาข้อมูลตัวยาให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เข้ารับบริการเอง

ลดแก้ม ยังไง

ลดแก้ม ยังไง ให้หน้าเรียวแบบ V Shap ด้วยวิธีธรรมชาติ

สมัยนี้ไม่ใช่แต่เพียงผู้หญิงเท่านั้นที่ต้องการมีรูปหน้าที่เรียวเล็ก ผู้ชายก็เช่นกัน ซึ่งผู้ที่มีรูปหน้าใหญ่ รูปหน้ากลม สาเหตุมาจากการที่มีไขมันที่แก้มมากเกินไป ทั้งหนุ่มและสาวต่างก็ต้องหาวิธี ลดแก้ม ยังไง เพื่อที่จะได้เห็นตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวสวยงาม ซึ่งก่อนที่จะเสียเงินไปกับการทำศัลยกรรม ลองมาใช้วิธีธรรมชาติที่ได้ผล 100% กันก่อนดีกว่า ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างมาดูกันค่ะ

ลดแก้ม ด้วยวิธีธรรมชาติ

  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะขึ้น

อยากสุขภาพดี อยากลดไขมัน ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะเป็นเพศที่ดื่มน้ำน้อย ซึ่งควรดื่มวันละ 2 ลิตร การดื่มน้ำเปล่าก่อนมื้ออาหารจะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ดี เพราะกลุ่มคนที่ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร จะอิ่มเร็วและนานขึ้นกว่าปกติ

  • ดื่มแอลกอฮอล์ ให้น้อยลง

แอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์เยอะเกินไป ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้นและทำให้ร่างกายบวมน้ำ โดยที่แอลกอฮอล์ 1 กรัม ให้พลังงานถึง 7 แคลอรี (มากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน) จึงส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้น

  • ลดแป้งและน้ำตาล

ของกินพวก คุกกี ขนมเค้ก กาแฟเย็น น้ำแดงโซดา และข้าวสวย คือต้นเหตุของความอ้วน เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะไปเร่งให้ร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้น และไขมันที่ใบหน้ายังไม่มีรายงานการวิจัยว่าเกิดจากการรับประทานเค้กทุกวัน แต่ถ้าเราเปลี่ยนมารับประทานผัก ผลไม้ เราจะสามารถลดทั้งน้ำหนักและไขมันในร่างกายได้ในเวลาเดียวกัน

ลดแก้ม ยังไง ให้หน้าเรียว

  • ลดโซเดียม (Sodium) จากอาหาร

ถ้าร่างกายได้รับโซเดียมเยอะเกินไป หน้าเราก็จะบาน เหนียงยาน ตัวบวม และแก้มย้วยได้ งานวิจัยพบว่า โซเดียมจากอาหารจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิด ภาวะคั่งน้ำ ได้

  • ออกกำลังกายที่หน้า

การออกกำลังกายที่หน้า สามารถช่วยปรับรูปหน้า ลดรอยเหี่ยวย่น และช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงขึ้น

  • ท่าออกกำลังกายหน้า (Facial Exercise) ที่คนส่วนใหญ่บอกว่าทำแล้วได้ผลคือ “ท่าอมลม” เริ่มต้นด้วยการอมลมไว้ในกระพุ้งแก้ม (เหมือนกำลังจะเป่าลูกโป่ง) แล้วให้สลับลมไปมาระหว่างกระพุ้งแก้ม 2 ข้าง ทำวนไปประมาณ
    ข้างละ 8 – 10 ครั้ง
  • ท่าต่อมาคือ ท่ายิ้ม (Smile) แต่มีข้อแม้ว่า ริมฝีปากต้องปิดมิดชิดตลอดเวลา กัดฟันไว้ และยิ้มไปให้สุด เราควรยิ้มค้างไว้ประมาณ 8 วินาที
  • เพิ่มคาร์ดิโอ (Cardio)

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เดินเร็ว และว่ายน้ำ ฯลฯ เป็นการออกกำลังกายที่สามารถเร่งให้ร่างกายเผาผลาญไขมันในร่างกายมากขึ้น หากหน้าเรากลมตั้งแต่แรก ก็เพราะว่าร่างกายมีไขมันสะสมเยอะเกินไป ดังนั้นเมื่อเราลดไขมันในร่างกายได้ ทั้งหน้า แขน ขา และพุง ก็จะเล็กลงโดยอัตโนมัติ

การออกกำลังกายง่ายๆที่เราทำได้เลย คือ การวิ่ง เดินเร็ว ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน ตั้งเป้าไว้ที่ วันละ 20-40 นาที

  • นอนให้เป็นเวลา

คนที่อดนอนจะมี ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูง ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้คือตัวก่อให้เกิดความเครียด ซึ่งจะมีผลด้านลบต่อสุขภาพหลายอย่าง และที่สำคัญฮอร์โมนนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากกินโน่นกินนี่ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงๆ ผลที่ตามมาคือ น้ำหนักเกินและร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้นจนลามไปถึงหน้า ดังนั้นเรา

จึงควรนอนให้ได้วันละ 6 – 8 ชั่วโมง

เมื่อเราลดแก้มด้วยวิธีธรรมชาติแล้วเห็นผลช้าหรือไม่ได้ผล เราคงต้องพึ่งศัลยกรรมลดแก้มด้วยการใช้เทคนิคทางการแพทย์ ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นผลเร็วและได้ผลแน่นอน โดยที่แต่ละวิธีอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ถาวรและไม่ถาวร คงต้องมาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง

ลดแก้ม ยังไง ให้ดูดี

ศัลยกรรมลดแก้ม

  • การฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์ถือเป็นการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น แพทย์จะนำโบท็อกซ์มาฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ตามมาหลังการฉีด Botox คือ กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น

  • การฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

การฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ เป็นวิธีสลายไขมันแบบเฉพาะจุด วิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยมาก เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สามารถสลายออกจากร่างกายได้ดี

  • การร้อยไหมหน้าเรียว

เป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อยมาก จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความสนใจสำหรับคนที่อยากได้หน้าเรียวสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวมาก พักฟื้นไม่นาน วิธีนี้จะอยู่ไม่ถาวร

  • การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

ถือเป็นอีก 1 วิธีที่สามารถช่วยให้ใบหน้าเล็กเรียวได้ โดยแพทย์จะทำการดูดในบริเวณ เหนียง คอ แก้มด้านล่าง และขอบกราม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการสะสมของไขมันของแต่ละบุคคล วิธีนี้จะช่วยทำให้ มองเห็นรูปกรอบหน้า คาง และ ลำคอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูผอมลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

บทสรุป

ลดแก้มยังไง ไม่ว่าจะเป็นหนุ่ม หรือสาว หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีอายุมากขึ้นต่างก็ต้องหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวเล็ก ซึ่งแต่ละคนอาจจะใช้เทคนิคที่ไม่เหมือนกัน แต่หากต้องการที่จะเข้ารับบริการจากการศัลยกรรมลดแก้มท่านควรจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ แพทย์ผู้ให้บริการ และราคา ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ลดแก้มห้อย

วิธีการ ลดแก้มห้อย ทำอย่างไร แบบไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ผู้ที่มีรูปหน้าใหญ่ หน้ากลม ถือเป็นปัญหาหนักอก ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหรือสาว เพราะจะทำให้ผู้ที่มีรูปหน้าแบบนี้ขาดความมั่นใจ จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เล็กเรียวทันใจ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปจะทำให้ผิวหนังด้านบนเริ่มหย่อนคล้อย ซึ่งก่อให้เกิดแก้มห้อยลงมาทำให้ใบหน้ามีความหย่อนคล้อย ดังนั้นเรามาหาวิธีลดแก้มห้อยกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง

วันนี้เราจะมาเอาใจสาว ๆ ที่มีรูปหน้าที่มีส่วนเกินเยอะ เช่น มีแก้มห้อยหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากไขมันที่มาสะสมตรงกระพุ้งแก้ม เป็นปัญหาที่สาว ๆ หลายคนต่างประสบพบเจอ เนื่องจากมีน้ำหนักตัวเยอะ และวันนี้เราจะมานำเสนอวิธีลดแก้มด้วยตัวเองโดยที่ยังไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมก่อน

ลดแก้มห้อย ทำยังไง

วิธีลดแก้มห้อย

  • บริหารใบหน้า

การทำเช่นนี้เป็นการบริหารเพื่อให้ใบหน้ามีความกระชับขึ้น ไม่หย่อนคล้อยง่าย เช่นเดียวกับร่างกาย เมื่อมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะแข็งแรง กระชับขึ้น โดยท่าที่นิยมคือ การพูดออกเสียง อา อี อู เอ โอ โดยควรทำเป็นประจำก็จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น

  • พยายามงดอาหารรสเค็มจัด

อาหารที่มีรสเค็มจัดมักมีเกลือผสมอยู่มาก ซึ่งโดยปกติเกลือจะคอยดูดน้ำเข้าสู่โมเลกุลตัวเอง จึงทำให้เมื่อไอออนโซเดียมไปอยู่ส่วนไหนของร่างกาย ก็จะทำให้ส่วนนั้นมีอาการบวมน้ำขึ้นมา

  • พยายามงดน้ำตาล

ในปัจจุบันนี้อาหารหลักและเครื่องดื่มมักมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบค่อนข้างสูง ซึ่งนอกจากน้ำตาลจะมีผลก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวานที่ตามมาแล้ว น้ำตาลยังทำให้เซลล์ของร่างกายตามอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งเซลล์ผิวหน้าแก่เร็วขึ้น จึงทำให้ความหย่อนคล้อย ไม่กระชับเริ่มแสดงอาการออกมา เราจึงมักจะเห็นว่า คนที่ชอบกินของหวานเป็นประจำ มักจะมีปัญหาสุขภาพ แก้มย้อย และใบหน้าแลดูแก่กว่าวัย

  • ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

หากคุณมีปัญหาแก้มย้อยการประคบหน้าด้วยผ้าเย็นบ่อย ๆ จะช่วยลดอาการบวมลงได้ แต่ระวังอย่าให้เย็นจัดจนเกินไป

  • .นวดหน้า

หากต้องการที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก็ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าแต้มตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นเริ่มนวดอย่างแผ่วเบาด้วยปลายนิ้วมือ พยายามเน้นในช่วงแก้มที่ย้อย โดยนวดในแนวปัดขึ้นด้านข้าง และด้านบนเพื่อกระชับใบหน้า จากนั้นนวดไล่ตามคาง ให้เข้ารูป เพียงทำเป็นประจำทุกวัน ไม่นาน ใบหน้าก็จะเข้ารูป แก้มที่ย้อยก็จะลดลง

เมื่อปฏิบัติตามที่เราได้แนะนำแล้ว สาว ๆ ก็ควรที่จะใส่ใจกับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดอยู่เสมอเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิว ตลอดจนนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน เพียงเท่านี้ ปัญหาแก้มย้อยก็จะไม่มากวนใจคุณอีกต่อไป

เมื่อเราได้วิธีการลดแก้มด้วยตัวเองไปแล้ว หากปฏิบัติแล้วเห็นผลช้าหรือในบางรายอาจจะไม่เห็นผลเลย คงต้องมองหาวิธีที่จะเห็นผลรวดเร็วด้วยการใช้เทคนิคทางการแพทย์เข้าช่วย การทำศัลยกรรมลดแก้มมีหลายวิธีซึ่งเราขอนำเสนอ ดังนี้

วิธีการ ลดแก้มห้อย

วิธีลดแก้มด้วยการทำศัลยกรรม

  • การร้อยไหมหน้าเรียว

เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อยมาก จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความสนใจสำหรับคนที่อยากได้หน้าเรียวสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวมาก พักฟื้นไม่นาน วิธีนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร

  • การศัลยกรรมดูดไขมันกรอบหน้า

แพทย์จะทำการดูดไขมันในบริเวณ เหนียง คอ แก้มด้านล่าง และขอบกราม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการสะสมของไขมันของแต่ละบุคคล วิธีนี้จะช่วยทำให้ มองเห็นรูปกรอบหน้า คาง และ ลำคอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูผอมลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

เพราะหลังจากที่ทำการดูดไขมันบริเวณใบหน้าแล้ว ผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันออกไป จะมีความเรียบและกระชับขึ้น การทำศัลยกรรมหน้าเรียว ด้วยวิธีนี้ถือเป็นการทำแบบถาวร เนื่องจากไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาอีก อีกวิธีหนึ่งที่เจ็บตัวน้อยแต่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

  • การฉีดสลายไขมันด้วย Meso Lipolysis

เป็นการฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ เป็นวิธีสลายไขมันแบบเฉพาะจุด วิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยมาก เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สามารถสลายออกจากร่างกายได้ดี

  • การฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกถือเป็นการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น ผลของการฉีดโบท็อก แพทย์จะนำโบท็อกมาฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ตามมาหลังการฉีด Botox คือ กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น

บทสรุป

ลดแก้มห้อย มีหลากหลายวิธีซึ่งสาว ๆ สามารถปฏิบัติด้วยตัวเองได้ หรือจะใช้การทำศัลยกรรมก็ได้ แต่ละวิธีจะมีความแตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้เหมือนกันคือปัญหาแก้มห้อยหย่อนคล้อยจะหมดไป และผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพไขมันของแต่ละบุคคล  แต่ก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

กระพุ้งแก้มเปื่อย

กระพุ้งแก้มเปื่อย มีสาเหตุมาจากอะไร และรักษาอย่างไร

ปัญหาสุขภาพภายในช่องปากมีด้วยกันหลายอย่าง และการมีแผลภายในปากก็ใช่จะละเลยได้เสมอไป โดยเฉพาะแผลบริเวณกระพุ้งแก้ม เพราะหากปล่อยไว้จนเกิดการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มอาจทำให้กระพุ้งแก้มเปื่อยได้ จนทำให้แก้มบวมเป่ง อาจร้ายแรงถึงขั้นต้องรักษาโดยการผ่าตัด

สาเหตุของการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้ม มีอะไรบ้าง

  • มีแผลในปากการมีแผลในปากสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และแม้แต่การเผลอกัดกระพุ้งแก้มจนกลายเป็นแผลก็เช่นเดียวกัน หากมีแผลแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เรื้อรังเป็นเวลานาน เพราะอาจลุกลามจนเกิดการติดเชื้อและอักเสบบวมได้
  • เป็นร้อนในแผลร้อนในมักเริ่มจากการมีแผลหรือเป็นตุ่มแดงเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นตรงบริเวณริมฝีปากส่วนใน กระพุ้งแก้มหรือบริเวณลิ้น จากนั้นก็จะกลายเป็นสีขาวๆ มีขอบสีแดงนูนบวมออกมา และหากแผลร้อนในเกิดการเรื้อรังก็ย่อมติดเชื้อและอักเสบได้ ที่สำคัญยังมีอาการเจ็บแสบหรือปวดอย่างมากอีกด้วย
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สำหรับสาว ๆ ก่อนประจำเดือนจะมา หรือผู้หญิงตั้งครรภ์ก็มักพบว่ามีอาการร้อนในเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน และโดยปกติแล้ว อาการร้อนในที่เกิดขึ้นในบริเวณลิ้นหรือกระพุ้งแก้มนั้นก็จะหายไปเองได้ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์

แต่ในบางคนอาจได้รับปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการร้อนในเรื้อรังต่อได้ เช่น การนอนดึกบ่อย ๆ ความเครียด สูบบุหรี่ จนทำให้แผลร้อนในลุกลามอักเสบ ติดเชื้อและมีอาการบวมนูนขึ้นได้ในที่สุด

  • ปัญหาสุขภาพภายในช่องปากหากผู้ป่วยมีอาการฟันผุเรื้อรัง หรือเกิดการระคายเคืองจากฟันที่มีลักษณะแหลมคม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาฟันแตก ฟันบิ่นหรือขอบฟันคมก็อาจทำให้เกิดการบาดเนื้อเยื่อภายในช่องปากได้
  • มีพฤติกรรมการกินในแบบผิด ๆการกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดอยู่บ่อย ๆ มักเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวบริเวณกระพุ้งแก้มขึ้นได้

เช่นเดียวกันหากได้รับความร้อนจากควันบุหรี่ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ก็ย่อมส่งผลกระทบให้เกิดการระคายเคืองดังกล่าว หากยังคงไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็อาจจะทำให้เนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งได้

  • โรคเบาหวานเพราะผู้ป่วยเบาหวานมักมีอาการติดเชื้อง่ายและเป็นแผลง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งอาการแผลภายในช่องปากก็มักพบในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานค่อนข้างบ่อย เนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการปากแห้ง ลิ้นอักเสบ ติดเชื้อราภายในช่องปาก หากจัดฟันหรือใส่ฟันปลอมก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการมีแผลและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

กระพุ้งแก้มเปื่อย ต้องรักษายังไง

ปัจจัยเสี่ยงแผลร้อนในไม่หายสักที เป็นเหตุให้เกิดกระพุ้งแก้มเปื่อย

  • กระพุ้งแก้ม ลิ้น เสียดสีกับเหล็กดัดฟันหรือฟันปลอมบ่อยครั้ง
  • นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • กัดริมฝีปากหรือลิ้นของตนเองขณะเคี้ยวอาหาร
  • ขาดวิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินบีและธาตุเหล็ก
  • เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดวิตามินและเกลือแร่
    มีประวัติคนในครอบครัวเป็นแผลร้อนใน
  • ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • มีปัญหาด้านอารมณ์ จิตใจ และความเครียด
  • แพ้สารบางชนิดในยาสีฟันหรือมีแผลจากการแปรงฟัน

วิธีรักษาแผลในปาก เพื่อไม่ให้เกิดกระพุ้งแก้มเปื่อย

  • ล้างปากโดยใช้น้ำเกลือและเบกกิ้งโซดา หรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ เพื่อช่วยลดอาการปวดและบวม
  • ใช้เบกกิ้งโซดาทาบริเวณแผลในปาก
  • ประคบน้ำแข็งบริเวณที่เป็นแผลในปาก
  • รับประทานอาหารเสริมที่มีกรดโฟลิค วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และสังกะสี ในปริมาณที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • แปรงฟันโดยใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม และใช้ยาสีฟันที่ไม่มีฟอง โดยต้องไม่ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโซเดียมลอริลซัลเฟต
  • ใช้สมุนไพรบำบัดและวิธีการรักษาทางธรรมชาติ เช่น ชาดอกคาโมมายล์ เอ็กไคนาเชีย มดยอบ และรากชะเอม เป็นต้น โดยศึกษาวิธีการ ปริมาณ และความปลอดภัยให้ดีก่อนเสมอ
  • ระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยควรรับประทานอาหารอ่อนและอาหารที่มีสารโภชนาการครบถ้วน ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสจัดหรือมีรสเค็ม รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกขนมกรุบกรอบ อาหารและเครื่องดื่มที่มีกรดมาก และไม่เคี้ยวหมากฝรั่ง
  • ใช้หลอดเมื่อต้องดื่มน้ำเย็น

บทสรุป

กระพุ้งแก้มเปื่อย เป็นโรคที่เกิดจากการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากไม่ดี และการมีแผลในช่องปาก โดยเฉพาะบริเวณกระพุ้งแก้ม เพราะหากดูแลไม่ดีหรือปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มทำให้กระพุ้งแก้มเปื่อยได้

กระพุ้งแก้มเป็นรอยฟัน

กระพุ้งแก้มเป็นรอยฟัน มีสาเหตุจากอะไร และวิธีการรักษาทำยังไง

กระพุ้งแก้มเป็นรอยฟัน สามารถนำไปสู่โรคแผลในช่องปากได้ ซึ่งโรคแผลในช่องปากจะมีลักษณะอาการและความรุนแรงแตกต่างกันไป บางชนิดเป็นไม่นานก็หายบางชนิดจะเป็นแบบเป็น ๆ หาย ๆ เกิดซ้ำใหม่บ่อย ๆ หรืออาจจะเป็นแบบแผลเรื้อรังมีอาการเจ็บมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรค

แผลในช่องปากที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง

สาเหตุลักษณะอาการของแผลในช่องปาก และวิธีการรักษา เป็นอย่างไร มาดูกันค่ะ

  • แผลร้อนใน

พบได้กับคนทุกเพศ ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ซึ่งไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และยังพบได้บ่อยเป็นแผลที่มีลักษณะแบบเป็น ๆ หาย ๆ ปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่ การระคายเคือง การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน ความเครียด ความกังวล การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

สามารถพบโรคนี้ได้ในเด็กนักเรียนที่อยู่ในช่วงระยะใกล้สอบ หรือนักธุรกิจที่มีความเครียดความกังวลสูง การขาดสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามิน บี 12

ลักษณะของแผลจะไม่แตกต่างกัน บางทีเป็นแผลเดี่ยว ๆ หรือ 2 – 3 แผลมีขนาดเล็กกว่า 1 ซม. และจะเป็นอยู่ประมาณ 7 – 10 วันแผลจะหายได้เองโดยไม่มีแผลเป็นและจะเป็นใหม่ซ้ำอีกเป็นประจำ

อีกลักษณะหนึ่งจะพบเป็นแผลขนาดใหญ่ (มากกว่า 1 เซนติเมตร) แผลจะลึกกว่าแบบแรกและมีอาการเจ็บรุนแรงมากกว่าเป็นนานกว่า 2 – 3 สัปดาห์ หรือบางรายอาจจะเป็นเดือน หลังจากแผลหายแล้วจะมีแผลเป็น

นอกจากนี้อาจจะเป็นแผลขนาดเล็กเหมือนกับแบบแรกแต่จะมีจำนวนมากกว่าประมาณ 10 แผลขึ้นไป แผลชนิดนี้ส่วนใหญ่พบที่บริเวณกระพุ้งแก้ม พื้นช่องปากด้านข้างลิ้น หรือใต้ลิ้นริมฝีปากด้านใน ลักษณะของแผลในระยะเริ่มแรกจะเป็นจุดแดงขึ้นมาก่อนประมาณ 1 – 2 วัน และต่อมาจะกลายเป็นแผลซึ่งจะมีอาการเจ็บมากในช่วง 2- 3วันแรก ทำให้รับประทานอาหารลำบาก หลังจากหายแล้วมีโอกาสที่จะเกิดซ้ำเป็นใหม่ได้อีก

การรักษา
ส่วนใหญ่เป็นการลดการอักเสบ และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ช่วงระยะเวลาที่เป็นสั้นลงและการเกิดเป็นซ้ำห่างออกไป ในกรณีที่เกิดจากการขาดสารอาหารพวกวิตามิน บี 12 การให้สารอาหารนี้จะช่วยลดความรุนแรงของอาการเจ็บ จำนวนแผลระยะเวลาการหายและความถี่ของการเกิดแผลใหม่ซ้ำอีก

แนะนำบทความยอดนิยม กําจัดกลิ่นรักแร้ถาวร จากเว็บไซต์ Rattinan.com

กระพุ้งแก้มเป็นรอยฟัน รักษายังไง

  • แผลที่เกิดจากการระคายเคือง ซึ่งเป็นแผลที่พบค่อนข้างบ่อย
    สาเหตุของการระคายเคืองหรือการกระแทก อาจเกิดจากการที่มีขอบฟันคม ฟันสึก ฟันผุมาก วัสดุอุดหลุด ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันปลอมที่ขอบไม่เรียบ รวมถึงเครื่องมือจัดฟันทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกบริเวณกระพุ้งแก้ม ลิ้น เป็นรอยถลอก หรือเป็นแผลได้

ฟันที่ขึ้นซ้อนเกเวลากัดจะกระแทกกระพุ้งแก้มทำให้เกิดแผลได้ การเคี้ยวอาหารแข็ง ๆ การแปรงฟันพลาดหรือในผู้สูงอายุพบบ่อย ๆ ว่าเคี้ยวอาหารพลาดไปกัดกระพุ้งแก้ม ลิ้น หรือริมฝีปาก การใส่ฟันปลอมที่หลวมหรือไม่พอดี เคี้ยวแล้วเจ็บเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของแผลในช่องปากที่พบได้บ่อย

ลักษณะเป็นแผลเฉพาะที่ตรงบริเวณที่ได้รับการกระแทก หรือระคายเคืองมีอาการเจ็บทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก โดยเฉพาะถ้าแผลอยู่บริเวณลิ้นหรือพื้นช่องปากซึ่งมีการเคลื่อนไหว โดยปกติแผลควรจะหายภายใน 1 สัปดาห์ภายหลังที่กำจัดหรือแก้ไขสาเหตุแล้ว

การรักษาแผลชนิดนี้ทำได้โดยการกำจัดหรือแก้ไขสาเหตุอมน้ำเกลืออุ่น ๆ วันละหลาย ๆ ครั้ง ในรายที่เป็นรุนแรงแผลมีขนาดใหญ่เจ็บมาก จำเป็นต้องใช้ยาทาเฉพาะที่ซึ่งมีส่วนผสมที่มีคุณสมบัติในการปิดแผล ไม่ให้ถูกระคายเคืองและช่วยลดการอักเสบของแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นรวมทั้งบรรเทาอาการเจ็บแผลด้วย

แผลในช่องปากมีอันตรายมากน้อยเพียงใดและมีข้อแนะนำเกี่ยวกับแผลในช่องปากอย่างไร

โดยทั่วไปแล้วแผลในช่องปากสามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เพียงแต่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแสบปวดร้อน มีผลทำให้รับประทานอาหารไม่ได้ ซึ่งถ้าได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่เหมาะสม ก็จะหายได้เป็นปกติ เนื่องจากแผลในช่องปาก มีสาเหตุได้หลายประการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลที่เกิดจากการระคายเคืองเฉพาะที่ ดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นควรจะพบทันตแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก แผลในช่องปากที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ก็คือมะเร็งในช่องปาก ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าหากได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าปล่อยไว้จนแผลนั้นลุกลามมากขึ้นทำให้การรักษายุ่งยาก

มะเร็งในช่องปากบางชนิด เริ่มจากการเป็นแผลจากการระคายเคือง แต่ไม่ได้รับการรักษาปล่อยไว้จนกลายเป็นเนื้อร้าย มะเร็งในระยะแรกอาจไม่มีอาการเจ็บ ทำให้ผู้ป่วยละเลย ดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น ควรจะรีบพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย การดูแลสุขภาพในช่องปากให้ดีอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญ

บทสรุป

กระพุ้งแก้มเป็นรอยฟัน อาจนำไปสู่โรคภายในช่องปากได้หลายโรค ดังนั้นเมื่อเริ่มมีอาการหากรักษาด้วยตัวเองได้ก็ให้รีบรักษา โดยทั่วไปแผลในช่องปากมักหายได้เองภายใน 2 – 4 สัปดาห์ แต่หากเกินไปกว่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาก่อนที่จะมีโรคร้ายตามมา

กระพุ้งแก้มเป็นเส้น

อาการ กระพุ้งแก้มเป็นเส้น คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร

วันนี้เราขอมาพูดถึง อาการที่อาจเกิดขึ้นได้กับตัวคุณ เมื่อกระพุ้งแก้มของคุณเป็นเส้นสามารถนำไปสู่โรคอะไรได้บ้าง และโรคที่เราจะพูดถึงคือ โรค ไลเคน พลานัส (Lichen Planus) เป็นอาการอักเสบชนิดเรื้อรังที่พบได้ตามบริเวณผิวหนัง เส้นผม เล็บ และเนื้อเยื่อเมือกหรือเยื่อเมือกบุผิว

สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบขึ้น ทั้งนี้ Lichen Planus ไม่ใช่โรคติดต่อและมักไม่มีอาการรุนแรง ผู้ป่วยอาจหายดีได้โดยไม่ต้องใช้วิธีรักษาทางการแพทย์ เพียงดูแลสุขภาพตัวเองให้มากขึ้นและหมั่นสังเกตอาการ แต่หากมีอาการรุนแรงควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

อาการของไลเคน พลานัส

ลักษณะอาการของโรคนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดการอักเสบ ซึ่งโดยทั่วไปมักพบบริเวณที่มีเนื้อเยื่อเมือก เช่น ภายในช่องปาก หนังศีรษะ และเล็บ อาการที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • มีลายเส้นสีขาวคล้ายลูกไม้ภายในปากบริเวณกระพุ้งแก้ม เหงือก ริมฝีปาก หรือลิ้น
  • มีแผลในปากหรือบริเวณอวัยวะเพศ
  • เกิดผื่นหรือตุ่มนูนแบนสีม่วงคล้ำบริเวณแขนด้านใน ข้อมือ ข้อเท้า หรืออวัยวะเพศด้านนอก
  • มีตุ่มน้ำขึ้นตามผิวหนัง ซึ่งหากตุ่มน้ำแตกออกจะเกิดเป็นแผลตกสะเก็ดตามมา
  • คันบริเวณที่มีผื่นขึ้น

เมื่อมีแผลเกิดขึ้นจะมีอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก และแผลที่เกิดขึ้นอาจแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และอาจต้องใช้เวลานานกว่า 6 – 16 เดือนกว่าผื่นหรือแผลต่าง ๆ จะหายหมด หากมีผื่นหรือตุ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

สาเหตุของไลเคน พลานัส

ปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ ซึ่ง ไลเคน พลานัส เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ และเข้าทำลายเซลล์ผิวหนังและเนื้อเยื่อเมือกในร่างกาย โดยอาจมีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการ ดังนี้

  • กรรมพันธุ์พบได้ในผู้ที่เคยมีบุคคลในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน ซึ่งสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่ลูกหลานได้
  • เพศโรค Lichen Planus อาการที่เกิดขึ้นในปากส่วนมากพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึง 2 เท่า โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย
  • อายุโรคนี้เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่มักพบในผู้ป่วยวัยกลางคน พบได้น้อยมากในเด็กและผู้สูงอายุ
  • ความเครียดส่งผลต่อการทำงานในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน
  • การแพ้จากการสัมผัส เช่น วัสดุในการอุดฟันที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองภายในช่องปาก แต่พบได้น้อย หรือการสัมผัสสารหนู สารประกอบไอโอดีน และสารย้อมสีบางชนิด

กระพุ้งแก้มเป็นเส้น รักษายังไง

การวินิจฉัยไลเคน พลานัส

หากพบว่ามีแผลในช่องปากหรือที่กระพุ้งแก้มเป็นเส้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม โดยแพทย์จะตรวจร่างกายและซักอาการ รวมทั้งสอบถามประวัติการรักษาโรคต่าง ๆ หากสงสัยว่าผู้ป่วยมีอาการของโรค Lichen Planus แพทย์อาจสั่งตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนี้

  • การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ

แพทย์จะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อบริเวณที่มีอาการไปตรวจหาความผิดปกติด้วยกล้องจุลทรรศน์

  • การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

เนื่องจากไวรัสตับอักเสบซีสามารถส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันได้ ดังนั้น หากสงสัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคนี้เนื่องจากติดเชื้อดังกล่าว แพทย์จะเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อ

  • การทดสอบการแพ้

ในบางกรณีแพทย์อาจให้ผู้ป่วยทดสอบว่ามีอาการแพ้สารประกอบใดที่อาจกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดความผิดปกติหรือไม่

การรักษาไลเคน พลานัส

หากมีอาการไม่รุนแรงมากนักท่านไม่ต้องเข้ารับการรักษา ซึ่งจะดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่หากเกิดอาการรุนแรงคนไข้อาจต้องใช้เวลาในการรักษานานถึงประมาณ 2 ปี จึงจะหายสนิท และหากเป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อเมือก การรักษาอาจเป็นไปได้ยากหรืออาจกลับไปเป็นซ้ำได้ โรคนี้ยังไม่มีการรักษาโดยตรง แต่บรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีดังนี้

  • การใช้ยาแก้แพ้ยาแก้แพ้มีฤทธิ์ช่วยป้องกันสารฮีสตามีนที่เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการอักเสบ และช่วยลดอาการคันหรือเจ็บปวดได้
  • การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์แพทย์อาจให้ผู้ป่วยใช้ยาชนิดนี้ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ โดยมีทั้งชนิดยารับประทาน ยาทา หรือยาฉีด แต่ยานี้อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่ทำให้ผิวหนังระคายเคือง ผิวหนังบริเวณที่ทายาบางลง ปวดท้อง หรือเกิดเชื้อราในปากได้ และควรใช้ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น เพื่อลดผลข้างเคียงจากการใช้ยา
  • การใช้ยาปรับภูมิคุ้มกันแพทย์อาจใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันหรือปรับการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน เพื่อช่วยให้อาการของโรคทุเลาลง แต่เป็นยาที่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น
การป้องกันไลเคน พลานัส

ท่านต้องหมั่นสังเกตตนเองว่าหากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าตนเองมีอาการของโรคนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ เพราะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่ทราบเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด

บทสรุป

กระพุ้งแก้มเป็นเส้น สามารถนำไปสู่โรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งท่านต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติ และหากเริ่มมีอาการและสงสัยว่าจะนำไปสู่โรคร้าย ท่านควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อให้แพทย์ทำการวินิจฉัยและทำการรักษาต่อไป

ลดแก้ม เหนียง

สาเหตุของการเกิดเหนียง และวิธีการ ลดแก้ม เหนียง

สิ่งที่สาว ๆ หลายคนมักสงสัยกันคือ เจ้าเหนียงที่คาง กับแก้มล้น ๆ บนใบหน้าสวย ๆ ของเราเหล่านี้ มันมาจากไหน? ออกกำลังกาย คุมอาหาร คุมน้ำหนักก็แล้ว กลายเป็นว่าไขมันในส่วนอื่น ๆ ลดหายไป แต่เหนียงกับแก้มก็ยังอยู่ มันน่าหงุดหงิดใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ ดังนั้น เราต้องรู้จักกับ เหนียง และแก้มกันก่อน เพื่อที่จะได้จัดการกับมันได้ถูก ถือว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ให้กับสาว ๆ เป็นอย่างมาก

เหนียง เกิดจากอะไร

เหนียง เกิดจากการสะสมของไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่เจ้าไขมันที่เราไม่ปลื้มเลยนี้ มักจะไปสะสมอยู่ที่ใต้คาง ทำให้เกิดเป็นคางสองชั้น หรือที่เรียกว่า เหนียงนั่นเอง ส่วน แก้ม บางคนนอกจากมีเหนียงแล้ว ยังมีไขมันสะสมที่กระพุ้งแก้มเพิ่ม ทำให้แก้มยุ้ย แก้มย้วยมากเกินความต้องการ ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า ทั้งสองสิ่งนี้เกิดได้จากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม การสะสมไขมันในแต่ละบุคคล หรือ ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง และกล้ามเนื้อใต้คาง และแก้ม ทำให้มองเห็นไขมันสะสมในบริเวณใต้คางชัดกว่าบริเวณอื่น ๆ

วิธีการ ลดแก้ม เหนียง

วิธีจัดการไขมันส่วนเกิน ลดแก้ม ให้หน้าเรียว

เมื่อไขมันเกิดขึ้นได้ ก็ย่อมทำให้หายไปได้เช่นกัน อยากแนะนำให้สาว ๆ ลดแก้ม เหนียง ลองทำตาม 5 วิธีนี้ รับรองว่าสามารถลดเหนียง ลดแก้ม ได้แน่นอน

  1. บริหารกล้ามเนื้อใต้คาง

กล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อย และการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อใต้คางให้แข็งแรง เพื่อที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะสามารถพยุงไขมันบริเวณใต้คางได้ และไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเราบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้บ่อย ๆ ครั้ง ไขมันที่สะสมก็จะสลายไปได้เช่นกัน ท่าบริหารกล้ามเนื้อใต้คางก็ไม่ยากเลย

  • ท่ายืดคาง วิธีการคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้ได้มากที่สุด แล้วยืดปาก ทำท่าปากจู๋ แล้วทำค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จะรู้สึกตึงที่บริเวณใต้คางเล็กน้อย ทำซ้ำ ๆ ทุกวัน หรือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อใต้คางได้ทำงาน และลดไขมันสะสมบริเวณนั้นด้วย
  • ท่ายืดคอ วิธีการคือ ทำท่าคล้ายกับท่ายืดคาง แต่ให้ดันลิ้นแตะกับเพดานปากให้ได้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที คลายออก และทำซ้ำ 2 – 3 รอบต่อครั้ง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ และใต้คางให้กระชับขึ้น
  1. ออกกำลังกายใบหน้า

การออกกำลังกายใบหน้า คล้ายกับการออกกำลังกายในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เหตุผลก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งการออกกำลังกายใบหน้าก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้ม วิธีการคือ ดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้
  • การนวดแก้ม วิธีการคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้
  • บริหารใบหน้าขณะทาครีม วิธีการคือ ขณะที่ทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อย ๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย
  1. คุมอาหาร

นอกเหนือจากการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ แล้ว การคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หากต้องการลดเหนียง ลดแก้ม แล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง และหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกาย ลดแป้ง น้ำตาล เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ มาใช้ให้หมดไป และไม่สะสมไขมัน และแป้งเข้าไปเพิ่มอีก ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย หากลดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับร่างกายแทน

  1. เมคอัพ ช่วยชีวิต

ในระหว่างที่พยายามลดเหนียง ลดแก้มนั้น การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้หน้าเรียว สวย ในแบบที่ต้องการชั่วคราวได้ เพราะการจะลดไขมันสะสมในร่างกายนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว สาว ๆ หลายคนอาจจะต้องอาศัยการคอนทัวร์ หรือเฉดดิ้ง ใบหน้าเพื่อให้หน้าดูเรียว ไร้เหนียงไปก่อน

  1. พึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์

วิธีลัดที่สาว ๆ หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพื่อลดเหนียง ลดแก้ม ให้ตัวเอง คือการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้ใบหน้ากลับมาเรียวสวย ไม่มีแก้มอูม หรือเหนียงย้อยมากวนใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันที่แก้ม หรือวิธีต่าง ๆ มากมายที่สามารถช่วยลดเหนียง ลดแก้มได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีการ จึงควรศึกษา และปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนจะตัดสินใจเลือกใช้วิธีการนี้

ลดแก้ม รีวิว

ลดแก้ม รีวิว ได้ผลลัพธ์ชัดเจน มากน้อยแค่ไหน ที่ไหนตอบโจทย์

สาว ๆ ที่มีปัญหาแก้มเยอะมากจนเกินไป เกิดจากไขมันสะสมบนใบหน้า ที่อยากได้รับการแก้ไขเพื่อที่จะได้มีใบหน้าที่เรียวสวยงาม  ต้องต้องหาวิธีที่จะทำให้ลดแก้ม รีวิว เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกับใบหน้าของสาว ๆ เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญในการศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นรายละเอียดในการตัดสินใจในการทำอย่างไรให้กลับมามีใบหน้าที่สวยเรียวได้รูปอีกครั้ง

วิธีลดแก้ม ที่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน

  1. หมั่นออกกำลังเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายแล้ว มันยังช่วยขับเหงื่อลดไขมันที่สะสมในร่างกายรวมถึงไขมันสะสมบริเวณแก้มได้อีกด้วย แต่ไขมันที่แก้มจะค่อนข้างใช้เวลาในการลดค่อนข้างนานลดแก้ม รีวิว ลดยากกว่าส่วนอื่น ๆ โดยมันจะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ
  2. การนอน ถือเป็นอีกวิธีที่มีผลต่อการลดแก้ม คนที่ชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูง เพราะการหนุนหมอนสูง ๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ส่งผลทำให้หน้าบวมได้ง่าย ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชื้นมากองรวมอยู่ที่บริเวณใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้น การเลือกนอนหนุนหมอนต่ำและนอนในท่านั่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าได้
  3. เลือกดื่มน้ำอุ่นและรับประทานอาหารอุ่น ๆ การรับประทานอาหารเย็น ๆ หรือการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำจะทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ จนส่งผลให้เกิดอาการบวมขึ้นมาได้
  4. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดว่า การดื่มน้ำบ่อย ๆ อาจทำให้แก้มใหญ่ขึ้น แต่ความจริงแล้วการดื่มน้ำน้อยเกินไปจนไม่เพียงพอต่อความต้องการจะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสำรองน้ำเอาไว้บริเวณแก้มและรอบดวงตา และทำให้แก้มดูอวบใหญ่มากยิ่งขึ้นได้
  5. ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและดื่มเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำและจะเกิดการกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จนทำให้แก้มบวมป่องมากขึ้น
  6. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หันมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังอุดมไปด้วยน้ำที่สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยรักษาระดับน้ำบริเวณแก้มได้ อีกทั้งผักและผลไม้ยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและควรหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส โยเกิร์ต ฯลฯ เพราะจะช่วยลดการกักเก็บน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้าได้
  7. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัด เนื่องจากการรับประทานอาหารเค็มจัดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าเกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่องมากกว่าขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากร่างกายจะต้องกักตุนน้ำไว้เป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมขับโซเดียมออกมา หากรู้ตัวว่าชอบรับประทานอาหารเค็มก็ให้รีบลดเสียตั้งแต่วันนี้ ส่วนอาหารที่มีรสหวานจัด มีเกลือและน้ำตาลในปริมาณมากก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

ลดแก้ม รีวิว ปลอดภัยไหม

วิธีจัดการไขมันส่วนเกิน ลดแก้ม ให้หน้าเรียว

เมื่อไขมันเกิดขึ้นได้ ก็ย่อมทำให้หายไปได้เช่นกัน อยากแนะนำให้สาว ๆ ลองทำตาม 5 วิธีนี้ รับรองว่าสามารถลดเหนียง ลดแก้ม ได้แน่นอน

  1. บริหารกล้ามเนื้อใต้คาง

กล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อย และการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อใต้คางให้แข็งแรง เพื่อที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะสามารถพยุงไขมันบริเวณใต้คางได้ และไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเราบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้บ่อย ๆ ครั้ง ไขมันที่สะสมก็จะสลายไปได้เช่นกัน ท่าบริหารกล้ามเนื้อใต้คางก็ไม่ยากเลย

  • ท่ายืดคาง วิธีการคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้ได้มากที่สุด แล้วยืดปาก ทำท่าปากจู๋ แล้วทำค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จะรู้สึกตึงที่บริเวณใต้คางเล็กน้อย ทำซ้ำ ๆ ทุกวัน หรือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อใต้คางได้ทำงาน และลดไขมันสะสมบริเวณนั้นด้วย
  • ท่ายืดคอ วิธีการคือ ทำท่าคล้ายกับท่ายืดคาง แต่ให้ดันลิ้นแตะกับเพดานปากให้ได้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที คลายออก และทำซ้ำ 2 – 3 รอบต่อครั้ง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ และใต้คางให้กระชับขึ้น
  1. ออกกำลังกายใบหน้า

การออกกำลังกายใบหน้า คล้ายกับการออกกำลังกายในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เหตุผลก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งการออกกำลังกายใบหน้าก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้ม วิธีการคือ ดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้
  • การนวดแก้ม วิธีการคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้
  • บริหารใบหน้าขณะทาครีม วิธีการคือ ขณะที่ทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อย ๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย
  1. คุมอาหาร

นอกเหนือจากการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ แล้ว การคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หากต้องการลดเหนียง ลดแก้ม แล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง และหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกาย ลดแป้ง น้ำตาล เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ มาใช้ให้หมดไป และไม่สะสมไขมัน และแป้งเข้าไปเพิ่มอีก ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย หากลดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับร่างกายแทน

ลดแก้ม รีวิว ทำที่ไหนดี

  1. เมคอัพ ช่วยชีวิต

ในระหว่างที่พยายามลดเหนียง ลดแก้มนั้น การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้หน้าเรียว สวย ในแบบที่ต้องการชั่วคราวได้ เพราะการจะลดไขมันสะสมในร่างกายนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว สาว ๆ หลายคนอาจจะต้องอาศัยการคอนทัวร์ หรือเฉดดิ้ง ใบหน้าเพื่อให้หน้าดูเรียว ไร้เหนียงไปก่อน

  1. พึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์

สาว ๆ ส่วนใหญ่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้ใบหน้ากลับมาเรียวสวย ไม่มีแก้มอูม หรือเหนียงย้อยมากวนใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันที่แก้ม หรือวิธีต่าง ๆ มากมายที่สามารถช่วยลดเหนียง ลดแก้มได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีการ จึงควรศึกษา และปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนจะตัดสินใจเลือกใช้วิธีการนี้