สาเหตุของการเกิดเหนียง และวิธีการ ลดแก้ม เหนียง

ลดแก้ม เหนียง

สิ่งที่สาว ๆ หลายคนมักสงสัยกันคือ เจ้าเหนียงที่คาง กับแก้มล้น ๆ บนใบหน้าสวย ๆ ของเราเหล่านี้ มันมาจากไหน? ออกกำลังกาย คุมอาหาร คุมน้ำหนักก็แล้ว กลายเป็นว่าไขมันในส่วนอื่น ๆ ลดหายไป แต่เหนียงกับแก้มก็ยังอยู่ มันน่าหงุดหงิดใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ ดังนั้น เราต้องรู้จักกับ เหนียง และแก้มกันก่อน เพื่อที่จะได้จัดการกับมันได้ถูก ถือว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ให้กับสาว ๆ เป็นอย่างมาก

เหนียง เกิดจากอะไร

เหนียง เกิดจากการสะสมของไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่เจ้าไขมันที่เราไม่ปลื้มเลยนี้ มักจะไปสะสมอยู่ที่ใต้คาง ทำให้เกิดเป็นคางสองชั้น หรือที่เรียกว่า เหนียงนั่นเอง ส่วน แก้ม บางคนนอกจากมีเหนียงแล้ว ยังมีไขมันสะสมที่กระพุ้งแก้มเพิ่ม ทำให้แก้มยุ้ย แก้มย้วยมากเกินความต้องการ ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า ทั้งสองสิ่งนี้เกิดได้จากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม การสะสมไขมันในแต่ละบุคคล หรือ ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง และกล้ามเนื้อใต้คาง และแก้ม ทำให้มองเห็นไขมันสะสมในบริเวณใต้คางชัดกว่าบริเวณอื่น ๆ

วิธีการ ลดแก้ม เหนียง

วิธีจัดการไขมันส่วนเกิน ลดแก้ม ให้หน้าเรียว

เมื่อไขมันเกิดขึ้นได้ ก็ย่อมทำให้หายไปได้เช่นกัน อยากแนะนำให้สาว ๆ ลดแก้ม เหนียง ลองทำตาม 5 วิธีนี้ รับรองว่าสามารถลดเหนียง ลดแก้ม ได้แน่นอน

  1. บริหารกล้ามเนื้อใต้คาง

กล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อย และการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อใต้คางให้แข็งแรง เพื่อที่กล้ามเนื้อส่วนนี้จะสามารถพยุงไขมันบริเวณใต้คางได้ และไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเราบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้บ่อย ๆ ครั้ง ไขมันที่สะสมก็จะสลายไปได้เช่นกัน ท่าบริหารกล้ามเนื้อใต้คางก็ไม่ยากเลย

  • ท่ายืดคาง วิธีการคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้ได้มากที่สุด แล้วยืดปาก ทำท่าปากจู๋ แล้วทำค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จะรู้สึกตึงที่บริเวณใต้คางเล็กน้อย ทำซ้ำ ๆ ทุกวัน หรือทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อใต้คางได้ทำงาน และลดไขมันสะสมบริเวณนั้นด้วย
  • ท่ายืดคอ วิธีการคือ ทำท่าคล้ายกับท่ายืดคาง แต่ให้ดันลิ้นแตะกับเพดานปากให้ได้มากที่สุด ทำค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที คลายออก และทำซ้ำ 2 – 3 รอบต่อครั้ง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อช่วงคอ และใต้คางให้กระชับขึ้น
  1. ออกกำลังกายใบหน้า

การออกกำลังกายใบหน้า คล้ายกับการออกกำลังกายในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เหตุผลก็เพื่อให้ใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ลดแก้ม ที่เป็นส่วนเกินบนใบหน้าที่เราไม่ต้องการ ซึ่งการออกกำลังกายใบหน้าก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ

  • การดูดแก้ม หรือ เม้มแก้ม วิธีการคือ ดูดกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ให้ปากจู๋ ทำแบบนี้ค้างไว้ 15 – 20 วินาที ต่อครั้ง และหมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม กระชับ ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มได้
  • การนวดแก้ม วิธีการคือ หลังจากอาบน้ำ ก่อนทาครีมไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือเย็น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดคลึงบริเวณแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนขึ้นช้า ๆ ประมาณ 10 – 15 วินาที ก็จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ไม่ให้หย่อนคล้อยได้
  • บริหารใบหน้าขณะทาครีม วิธีการคือ ขณะที่ทาครีมบำรุงต่าง ๆ ลงบนใบหน้า อย่าทาแบบลวก ๆ เพื่อให้เสร็จไป แต่ให้ค่อย ๆ ปาดครีมพร้อมนวดหน้า วนขึ้นไปยังโหนกแก้ม เพื่อกระชับใบหน้า ลดการหย่อนคล้อย และช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มได้ด้วย
  1. คุมอาหาร

นอกเหนือจากการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ แล้ว การคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน หากต้องการลดเหนียง ลดแก้ม แล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง และหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกาย ลดแป้ง น้ำตาล เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ มาใช้ให้หมดไป และไม่สะสมไขมัน และแป้งเข้าไปเพิ่มอีก ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย หากลดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับร่างกายแทน

  1. เมคอัพ ช่วยชีวิต

ในระหว่างที่พยายามลดเหนียง ลดแก้มนั้น การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้หน้าเรียว สวย ในแบบที่ต้องการชั่วคราวได้ เพราะการจะลดไขมันสะสมในร่างกายนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว สาว ๆ หลายคนอาจจะต้องอาศัยการคอนทัวร์ หรือเฉดดิ้ง ใบหน้าเพื่อให้หน้าดูเรียว ไร้เหนียงไปก่อน

  1. พึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์

วิธีลัดที่สาว ๆ หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพื่อลดเหนียง ลดแก้ม ให้ตัวเอง คือการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้ใบหน้ากลับมาเรียวสวย ไม่มีแก้มอูม หรือเหนียงย้อยมากวนใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันที่แก้ม หรือวิธีต่าง ๆ มากมายที่สามารถช่วยลดเหนียง ลดแก้มได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีการ จึงควรศึกษา และปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนจะตัดสินใจเลือกใช้วิธีการนี้