วิธีการ ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม รีวิว ต้องเตรียมตัวอย่างไร เรานำมาฝาก

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม รีวิว

การผ่าตัดไขมันกระพุงแก้ม เป็นทางเลือกที่จะทำให้สาว ๆ ที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณใบหน้ามากจนเกินไป เช่น แก้ม และคาง ส่งผลต่อรูปหน้าทำให้รูปหน้าดูกลม แก้มเยอะ และทำให้สูญเสียความมั่นใจเป็นอย่างมาก รู้สึกไม่มั่นใจในการพบปะผู้คนหรือการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ก่อนการตัดสินใจ ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม รีวิว ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นรายละเอียด ช่วยในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงอันตรายหรือผลข้างเคียงหลังจากผ่าจัด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้สาว ๆ ได้มีรูปลักษณ์หรือบุคลิกภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม คืออะไร

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นวิธีการผ่าตัดที่ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลงอย่างถาวร สามารถจัดการได้โดยการตัดก้อนไขมันที่อยู่ในกระพุ้งแก้มซึ่งอยู่ในระหว่างกล้ามเนื้อมัดที่ทำหน้าที่เคี้ยวอาหาร ไม่ใช่การเอาไขมันใต้ผิวหนังออกมาเหมือนการดูดไขมันปกติ ซึ่งจะทำให้ใบหน้าเป็นรูปตัว U ตอบลง กลายเป็นรูปตัว V ที่เห็นผลชัดที่สุดเป็นวิธีที่ได้ผลเป็นอย่างมาก ทำให้สาว ๆ กลับมามีความมั่นใจมากกว่าเดิมอีกครั้ง สามารถตอบโจทย์ให้กับสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี

วิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มทำอย่างไร

วิธีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ควรได้รับการทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญ เพราะการเอาออกมากเกินไป อาจทำให้มีปัญหามากในระยะยาว หรือแก้มตอบจนดูเหมือนป่วยเป็นโรค การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ ทำในห้องผ่าตัดที่สะอาด ใช้เวลาเพียง 30 นาทีก็เสร็จ ฟื้นตัวเร็ว ไม่จำเป็นต้องตัดไหมเพราะใช้ไหมละลาย ไขมันที่เอาออกมาหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะมีขนาดประมาณลูกปิงปอง หากจะให้ได้ผลดีต่อรูปหน้าโดยรวม บางครั้งศัลยแพทย์อาจทำร่วมกับการเสริมคางและปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่น ๆให้สวยขึ้นร่วมด้วย มีขั้นตอนการทำดังนี้

  1. บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  2. นอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตและชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  3. ฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  4. ผ่าตัดนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างออกและเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  5. นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างและนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม รีวิว ทำที่ไหนดี

วิธีเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดไขมันกระพุงแก้ม

  1. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  2. งดแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. งดยากลุ่ม Aspirin หรือ Ibuprofen ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. งดวิตามิน อาหารเสริม ยาลดน้ำหนัก สมุนไพรทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  5. งดแต่งหน้าก่อนเข้าผ่าตัด
  6. นอนพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  7. แจ้งประวัติการฉีด เสริม และตกแต่งใบหน้าทุกประเภท
  8. แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้เป็นประจำ
  9. เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการประคบเย็บไว้ที่บ้าน เช่น cold pack

การดูแลตนเองหลังการผ่าตัดไขมันกระพุงแก้ม

  1. สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ยกเว้น อาหารเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  2. บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดที่ไหมเย็บแผล
  3. ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัด
  4. เริ่มประคบอุ่นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ในวันที่ 3 หลังการผ่าตัด
  5. รับประทานยาที่ได้รับให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

ผลลัพธ์ที่ได้หลังการผ่าตัด

หลังได้รับการผ่าตัดไขมันกระพุงแก้ม ในระยะ 1-2 สัปดาห์แรก จะมีอาการบวมที่คล้ายกับการฝ่าฟันคุด อาการจะค่อย ๆ ลดยุบตัวลงภายใน 3-5 วัน หลังจากนั้นแก้มก็จะเริ่มเข้าที่ ทำให้การเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด การติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด การที่เส้นประสาทใบหน้าได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้ การที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

ข้อดีการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
  2. เป็นทางออกสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มป่องจากพันธุกรรม
  3. เป็นการผ่าตัดเล็ก ร่างกายฟื้นตัวเร็ว ไม่มีแผลภายนอก
  4. มีทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง สามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  5. คลินิกได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศที่ควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่าง ๆ
  6. มีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด