ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย มีความเสี่ยงอะไรบ้าง สิ่งที่คุณต้องรู้

แก้มห้อย หน้าหย่อนคล้อย เป็นสิ่งที่สาว ๆ ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะนั่นหมายถึงจะทำให้รูปหน้าของเรามีความหย่อนคล้อย เมื่อมองเข้ามาจะบ่งบอกถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสาว ๆ ต้องการให้คนที่มองเข้ามาแล้วให้เราดูเด็กอยู่ตลอดเวลา จึงต้องพึงนวัตกรรมทางการแพทย์ซึ่งมีหลากหลายวิธี และหนึ่งในวิธีที่เราจะพูดถึงคือ การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย เป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันนี้

ปัญหาแก้มห้อยเกิดจากอายุที่มากขึ้นทำให้แก้มหย่อนคล้อยไปตามวัย เกิดจากแสงแดด เพราะในแสงแดดมีรังสี UV ที่เป็นตัวร้ายทำลายผิว เกิดจากความเครียดที่สะสมเป็นระยะเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นความเครียดเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ

ไขมันกระพุ้งแก้ม คือ ก้อนไขมันที่ปกติร่างกายเรามีอยู่แล้ว เป็นไขมันของแก้มที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว โดยที่ทุกคนจะมีเจ้าก้อนไขมันตรงแก้มนี้อยู่แล้ว แต่จะมีมากหรือมีน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า บางคนดูหน้าอูม ๆ อวบ ๆ มาตั้งแต่เกิด ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้อ้วน ไขมันตรงนี้จริง ๆ แล้วไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่ถ้ามีมากก็จะทำให้เกิดความไม่มั่นใจเพราะจะดูไม่สวยงาม จึงทำให้ต้องมีการผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันส่วนเกินบริเวณกระพุ้งแก้มออกเพื่อปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง และยังช่วยทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากไขมันกระพุ้งแก้มที่ห้อยลงด้านล่างกลับตึงขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าที่หย่อนคล้อย หรือแก้มห้อยให้ตึงกระชับมากขึ้น

การรักษา ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

  • ความเสี่ยงในการที่เส้นประสาทใบหน้าจะได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้
  • ความเสี่ยงในการเกิดเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน
  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด

สาเหตุหลักที่ทำให้หน้าบาน

  • ไขมันกระพุ้งแก้ม ไขมันกระพุ้งแก้มนี้จะอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของแก้มทางด้านหน้า วิธีสังเกตให้ยิ้มกว้าง ๆ แล้วหน้าบานออกด้านข้าง การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดคือ “ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม”
  • กล้ามเนื้อกราม กล้ามเนื้อกราม มีหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร หากใช้งานมาก เช่น เคี้ยวอาหารเหนียว แข็งมาก  ๆ หรือ นอนกัดฟัน จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใหญ่และบานขึ้น สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการ “ฉีดโบท๊อกลดกราม
  • โหนกแก้ม กระดูกโหนกแก้มที่นูนและกว้างออกทำให้โครงหน้าบานและกว้างออกด้านข้าง การรักษาที่ตรงจุดจริง ๆ คือ “การผ่าตัดลดโหนกแก้ม”

ผู้ที่ไม่ควรเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเลือด โรคลมชัก
  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
ขั้นตอนการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

แพทย์จะนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้าฉีดยาชาตรงบริเวณที่จะผ่าตัด จากนั้นแพทย์ก็จะเริ่มเปิดแผลที่ด้านในกระพุ้งแก้ม และผ่าลึกผ่านกล้ามเนื้อเพื่อให้เจอกลุ่มก้อนไขมัน จากนั้นแพทย์ก็จะค่อย ๆ ดึงและตัดไขมันออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเย็บปิดแผล

หลังผ่าตัด แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการสักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แพทย์ก็จะให้อนุญาตให้กลับบ้านได้

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะเป็นวิธีที่ดี เหมาะกับทุกคน แต่ก็จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เนื่องจากในวัยเด็กบริเวณใบหน้าจะมีไขมันใต้ผิวหนังเป็นจำนวนมาก พออายุเพิ่มขึ้นไขมันส่วนนี้จะลดลงเอง หากทำเร็วเกินไปจะทำให้การผ่าตัดเอาไขมันกระพุ้งแก้มออกมากเกินไป ซึ่งจะทำให้แก้มดูตอบมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ดูแก่กว่าวัย

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย แก้ไขยังไง

ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มมีความเสี่ยง หรือไม่

ในส่วนของความเสี่ยงในผ่าตัดลดไขมันกระพุ้งแก้ม ก็คงจะเป็นเรื่องของการไปกระทบกับเส้นประสาท ท่อน้ำลาย เส้นเลือดแดงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละคน ถ้าเป็นการผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง ความเสี่ยงที่จะไปกระทบกับส่วนเหล่านี้ก็จะน้อยลงมาก

บทสรุป

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แก้มห้อย เป็นวิธีการที่จะทำให้รูปหน้าสวยงามมีลักษณะเป็น V Shape ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีใบหน้ากลม ใบหน้าหย่อนคล้อย และการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มนี้จัดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากจะไม่มีไขมันกลับมาสะสมหากเราดูแลตัวเองดี ปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำ ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนเข้ารับบริการ