กระพุ้งแก้ม มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง ไปดูรายละเอียดกันเลย

กระพุ้งแก้ม

ปัญหาสุขภาพในช่องปากไม่ได้มีแค่เรื่องเหงือกและก็ฟันเท่านั้น แต่ยังมีอาการร้อนในและแผลในปากที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาการเหล่านี้อาจจะทำให้ติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มได้ และบางคนมีอาการที่รุนแรงถึงขั้นอักเสบ และเหมือนจะเป็นแบบเรื้อรังจนต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

การติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มเกิดจากสาเหตุใด

1. แผลในปาก

การมีแผลในปากสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และแม้แต่การเผลอกัดกระพุ้งแก้มจนกลายเป็นแผลก็เช่นเดียวกัน ถ้าเกิดมีแผลแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งเอาไว้ให้เรื้อรังเป็นเวลานาน เนื่องจากบางทีอาจแพร่กระจายจนมีการติดเชื้อและก็อักเสบบวมได้

2. เป็นร้อนใน

แผลร้อนในมักเริ่มจากการมีแผลหรือเป็นตุ่มแดงเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นตรงบริเวณริมฝีปากส่วนใน กระพุ้งแก้มหรือบริเวณลิ้น จากนั้นก็จะกลายเป็นสีขาว ๆ มีขอบสีแดงนูนบวมออกมา ซึ่งจะเป็นแผลที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๆ 3 มิลลิเมตร และถ้าแผลร้อนในมีการเรื้อรังก็ย่อมติดเชื้อและอักเสบได้ ที่สำคัญยังมีอาการเจ็บแสบหรือปวดเป็นอย่างมากอีกด้วย

3. ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง

สำหรับสาว ๆ ก่อนจะมีประจำเดือนมาหรือหญิงตั้งครรภ์ก็พบมากว่ามีอาการร้อนในเกิดขึ้นได้ด้วยเหมือนกัน และโดยปกติแล้ว อาการร้อนในที่เกิดขึ้นในบริเวณลิ้นหรือกระพุ้งแก้มนั้นก็จะหายไปเองได้ภายในระยะเวลา 1-2 อาทิตย์ แต่ในบางคนอาจได้รับปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการร้อนในเรื้อรังต่อได้ ตัวอย่างเช่น การนอนดึกบ่อย ๆ ความเครียด สูบบุหรี่ จนทำให้แผลร้อนในลุกลามอักเสบ ติดเชื้อและมีอาการบวมนูนขึ้นได้ในที่สุด

กระพุ้งแก้ม เกิดจากอะไร

4. ปัญหาด้านสุขภาพภายในช่องปาก

ถ้าผู้ป่วยมีอาการฟันผุเรื้อรัง หรือมีการระคายเคืองจากฟันที่มีลักษณะคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีปัญหาฟันแตก ฟันบิ่นหรือขอบฟันคมก็อาจจะทำให้เกิดการบาดเนื้อเยื่อข้างในโพรงปากได้ จนนำไปสู่เป็นแผลเรื้อรังเป็นเวลานานและแผลนั้นก็จะมีผลทำให้กลายมาเป็นเซลล์ของโรคมะเร็งที่มีลักษณะบวมเป่งขึ้นได้ในที่สุด

5. มีพฤติกรรมการกินในแบบผิด ๆ

การกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มร้อนมากอยู่บ่อย ๆ มักเป็นต้นเหตุที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองผิวบริเวณกระพุ้งแก้มขึ้นได้ และเช่นเดียวกันแม้ได้รับความร้อนจากควันบุหรี่ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ก็ย่อมก่อให้เกิดผลเสียให้มีการระคายเคืองดังกล่าว ถ้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก็อาจทำให้เนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงจนถึงกลายมาเป็นเซลล์ของโรคมะเร็งได้ด้วย

6. โรคเบาหวาน

เพราะผู้ป่วยโรคเบาหวานมักมีอาการติดเชื้อได้ง่ายอยู่แล้ว และอาการแผลในช่องปากพบมากในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีอาการปากแห้ง ลิ้นอักเสบ ติดเชื้อราภายในช่องปาก หากใส่ฟันปลอมก็เพิ่มโอกาสให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

7. การกินหมากพลู

ในหมากพลูจะมีสารก่อโรคมะเร็ง ซึ่งคนที่รับประทานหมากและก็อมหมากไว้ที่กระพุ้งแก้มบ่อย ๆ จะมีการระคายเคืองจากความแข็งของหมากที่เคี้ยว และอาจทำให้เซลล์ของเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มมีการเปลี่ยนแปลงได้

8. ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือที่รู้จักกันในชื่อว่าโรคเอดส์ มักจะตรวจพบว่าผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในโพรงปาก อีกทั้งการเป็นแผลในปากประเภทเรื้อรัง การมีเนื้องอกในโพรงปาก โรคปริทันต์ที่มีความร้ายแรงกว่าบุคคลอื่น ๆ หรือบางคนอาจมีอาการโรคมะเร็งในโพรงปากเกิดขึ้นด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วภาวะติดเชื้อที่เกิดกับผู้ป่วยโรคเอดส์ก็จะหายได้ยาก เพราะว่ามีสภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องก็เลยทำให้ร่างกายยับยั้งเชื้อต่าง ๆ ได้ยากกว่าปกตินั่นเอง

อย่างไรก็ตามการรักษาการติดเชื้อที่กระพุ้งแก้มมีการรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส อย่างการรักษาอาการร้อนในหรือแผลในปากเราไม่สามารถรักษาอาการเหล่านี้ได้ด้วยตนเองเราควรไปพบหมอเพื่อให้หมอดูอาการและรักษาตามอาการที่เราเป็น เพื่อให้ช่องปากของเราได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและหายเร็วในที่สุด หากเป็นจากโรคประจำตัว เช่นโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคเอดส์ ก็ต้องรักษาตามแนวของโรคเพราะบางโรคก็รักษายากกว่าจะหายก็ต้องใช้เวลานาน แต่อย่างไรก็ตามเราควรสำรวจความผิดปกติของร่างกายเราตลอดเพื่อจะได้รู้ทันโรคและรักษาได้ทันท่วงทีโดยไม่เป็นแบบเรื้อรังได้ค่ะ